สยบลือรัฐประหาร!! จีนเดินหน้าประชุมใหญ่พรรคฯ เสนอสี จิ้นผิงผู้นำตลอดชีพ แม่ทัพเศรษฐกิจการทหารสายผู้นำพรึ่บ

0

ท่ามกลางข่าวลือสะพัดรัฐประหารในจีน จับผู้นำและอื่นๆที่ทำโลกตื่นเต้นกันใหญ่ทางการจีนเมินเสียงลือฝีมือฝ่ายต้านที่มีต้นทางจากสหรัฐแพร่ไปอินเดียแล้วสะพัดไปทั่วโลก สื่อรัสเซียกลับตรวจสอบแล้วยันว่าเป็นเฟกนิวส์ ส่วนจีนเมินชี้แจง เพราะรู้ว่าฝีมือดิสเครดิตหรือทุบหุ้นของฝั่งตะวันตก ยังคงเดินหน้าประชุมใหญ่สมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ ๒๐ การันตี “สีจิ้นผิง” อยู่ยาว โดยล่าสุดประกาศรายชื่อ สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ที่จะเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ กลางเดือนหน้า ซึ่งจะมีการรับรองมติครั้งประวัติศาสตร์ ให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ ๓ และผู้นำพรรคตลอดชีพแบบไม่ต้องลุ้น

หลังจากนี้ยิ่งสงครามเศรษฐกิจและสงครามตัวแทนในส่วนต่างๆของโลกเข้มข้นรุนแรงมากขึ้นเท่าใด ข่าวลือทำลายฝ่ายตรงข้ามของสหรัฐจะโหมกระพือหนักขึ้น

 

วันที่ ๒๖ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวซีจีทีเอ็นและซินหัว รายงานว่าสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน ( ซีซีทีวี ) และสำนักข่าวซินหัว ประกาศรายชื่อสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์๒,๒๙๖ คน จากทั่วประเทศ ซึ่งมีคุณสมบัติผ่านการคัดเลือก ให้ได้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ ๒๐ ( ซีพีซี ) ที่จะเปิดฉาก ณ มหาศาลาประชาชน ของกรุงปักกิ่ง ในวันที่ ๑๖ ต.ค. ที่จะถึงนี้่

การประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนกำหนดขึ้น ท่ามกลางการเฝ้ามองจากทั่วโลกว่า ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงจะได้รับฉันทามติจากที่ประชุมให้ดำรงตำแหน่งผู้นำเป็นสมัยที่ ๓ ซึ่งจะเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ พร้อมตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศนับตั้งแต่ประธานเหมาเจ๋อตง 

การประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจัดขึ้นทุก ๕ ปี ณ มหาศาลาประชาชน ทางฝั่งตะวันตกของจัตุรัสเทียนอันเหมิน โดยการประชุมจะใช้เวลาประมาณ ๑ สัปดาห์ และจัดแบบลับ ไม่เปิดให้สื่อมวลชนหรือประชาชนร่วมรับฟัง

สีจิ้นผิง วัย ๖๙ ปี กุมอำนาจได้อย่างมั่นคงนับตั้งแต่ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว แม้เผชิญปัญหาต่างๆภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจตกต่ำ การระบาดของโควิด และการประท้วงในที่สาธารณะที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น ไปจนถึงความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นกับชาติตะวันตก และความตึงเครียดกับไต้หวัน บรรดานักวิเคราะห์ทั้งฝั่งตะวันตกและจีนเองก็ยังคงมั่นใจว่า สีจะได้รับมอบอำนาจให้บริหารประเทศภายใต้วิสัยทัศน์ ‘การฟื้นฟูชาติจีน’ ต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า

นอกจากได้รับความไว้วางใจในประเทศแล้ว สียังทรงอิทธิพลในเวทีโลกอีกด้วย โดยประเทศจีนภายใต้การนำของสีจิ้นผิง สามารถแสดงความคิดความเห็นอย่างมั่นใจมากขึ้น ในฐานะผู้นำของโลกกำลังพัฒนา พร้อมเสนอตัวเป็นผู้นำระเบียบโลกใหม่ร่วมกับรัสเซีย ท้าทายมหาอำนาจเก่าสหรัฐฯ ที่วางตัวเองเป็นเจ้าครองโลกมาตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒  

 มุมมองของฝ่ายตะวันตก สตีฟ จาง ผู้อำนวยการสถาบัน SOAS China Institute ของมหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า “สี จิ้นผิงจะทำให้จีนกลายเป็นศูนย์กลางยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในด้านนโยบายต่างประเทศ” “นอกจากนี้เขาจะยิ่งเพิ่มความสำคัญให้กับพรรค ในฐานะพรรคที่เป็นผู้นำทุกอย่างในประเทศจีน และพรรคที่ยึดมั่นวินัยตามผู้นำอย่างเต็มที่” 

การครองตำแหน่งประธานาธิบดีวาระ ๕ ปีต่ออีกสมัยเป็นสมัยที่ ๓ และอาจมากกว่านั้น เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๐๑๘ หลังจากที่สภาประชาชนจีน หรือรัฐสภาของจีนลงมติปลดล็อคแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จำกัดวาระดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีไว้ที่ เดิมเป็นได้ ๒ สมัย ซึ่งหมายความว่าสีจิ้นผิงจะสามารถดำรงตำแหน่งประมุขของประเทศไปได้นานชั่วชีวิต 

อนึ่ง นอกจากการต่ออายุเก้าอี้ประธานาธิบดีแล้ว วาระสำคัญที่หลายฝ่ายจับตาในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนหน้าคือ ผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนหลี่เค่อเฉียง ซึ่งกำลังจะครบวาระในเดือนมีนาคมปี ๒๐๒๓

สำหรับบุคคลที่ได้รับการคาดหมายว่าอาจจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีจีนคนต่อไป ได้แก่ หวังหยาง วัย ๖๗ ปี ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษาทางการเมือง บุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งคือ หูชุนฮวา รองนายกรัฐมนตรี วัย ๕๙ ปี โดยทั้งสองเคยเป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของจีนตอนใต้ ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ท้าชิงที่ไม่อาจมองข้ามอย่าง เฉินหมิ่นเอ๋อ วัย ๖๑ ปี ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในทายาทการเมืองของสีจิ้นผิง ทั้งนี้ เฉินหมิ่นเอ๋อป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเทศบาลนครฉงชิ่ง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับต้นของจีน อย่างไรก็ดี เขายังไม่เคยดำรงตำแหน่งระดับประเทศ

นอกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ถูกจับตามองใกล้ชิดคือ การเลือกคณะกรรมการประจำกรมการเมือง หรือเรียกสั้นๆว่าโปลิตบูโร(Politburo Standing Committee) ชุดใหม่ จากปัจจุบันที่มีสมาชิก ๗ คน โดยสมาชิก ๒ คนกำลังจะเกษียณอายุตามกำหนด สมาชิกของคณะกรรมการประจำกรมการเมืองถือเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจการตัดสินใจสูงสุดของจีน และจะได้รับการเปิดตัวในช่วงสิ้นสุดการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ที่กำลังจะมาถึง

รศ.อัลเฟรด วู แห่งสำนักศึกษานโยบายสาธารณะลีกวนยู (Lee Kwan Yew School of Public Policy) มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า “หลังจากแต่งตั้งผู้จงรักภักดีให้เข้ามาดำรงตำแหน่งในการประชุมใหญ่พรรคครั้งนี้แล้ว สีจะมีอำนาจมากยิ่งขึ้นในการผลักดันนโยบายในการผลักดันทิศทางประเทศตามที่เขาได้ประกาศไว้”