สหรัฐ-นาโต้เหวอ! ปูติน จะใช้อาวุธหนัก หากถูกรุกรานดินแดนใหม่รัสเซีย! ผวาถึงโปแลนด์-โรมาเนีย หวั่นถูกไฮเปอร์โซนิคถล่ม

0

สหรัฐ-นาโต้เหวอ! ปูติน จะใช้อาวุธหนัก หากถูกรุกรานดินแดนใหม่รัสเซีย! ผวาถึงโปแลนด์-โรมาเนีย หวั่นถูกไฮเปอร์โซนิคถล่ม

จากกรณีที่ สำนักข่าว Tass ของรัสเซียอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นซึ่งระบุว่า ประชาชนในแคว้นโดเนตสก์ออกมาใช้สิทธิลงประชามติ 23.6% ในวันศุกร์ขณะที่สำนักข่าว Interfax รายงานว่า ซาปอริซเซียและเคียร์ซอนมีผู้ออกมาใช้สิทธิราวๆ 20.5% และ 15% ตามลำดับ

ทางการรัสเซียยังได้เปิดหน่วยเลือกตั้งในกรุงมอสโก เพื่อให้พลเมืองจาก 4 แคว้นยูเครนที่ปัจจุบันเข้าไปอาศัยอยู่ในรัสเซียได้ร่วมลงคะแนนด้วย
ในขณะที่ทางด้าน เจ้าหน้าที่ยูเครนเปิดเผยว่า ประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ในเขตยึดครองถูกห้ามไม่ให้เดินทางออกนอกพื้นที่จนกว่าการลงประชามติ 4 วันจะเสร็จสิ้น และยังมี “กลุ่มติดอาวุธ” ตระเวนไปตามบ้านเรือนเพื่อข่มขู่คนให้ออกไปลงคะแนน ขณะที่พนักงานองค์กรต่างๆ ก็โดนขู่ “ไล่ออก” หากไม่ให้ความร่วมมือ
ต่อมาวันนี้ (24 กันยายน 2565) ทาง Blockdit World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีการทำประชามติแยกเอกราชจากยูเครน อ้างอิงจาก RT news และ สื่ออิสระท้องถิ่นรัสเซีย โดยมีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า

ปี 2014 ชาติ 3  (อเมริกัน อังกฤษ อิสราเอล) ได้ระดมจัดตั้งสนับสนุนทุนและอาวุธหนักให้กับกองพันทหารรับจ้าง Azov ตั้งฐานทัพสาขา NATO ที่เมืองท่ามาริอูโปล รับคำสั่งบัญชาการจากฐานทัพ NATO ใหญ่ในเยอรมัน ที่มีทหารอเมริกันประจำการ 34,000 นาย และเตรียมติดตั้งฐานยิงขีปนาวุธพิสัยกลางติดหัวรบนิวเคลียร์ บริเวณภูมิภาคดอนบาส จ่อประตูบ้านกรุงมอสโก รัสเซีย ละเมิดข้อตกลงกรุงมินส์ในปี 1990 ว่า NATO จะไม่ขยายฐานทัพเพิ่มในชาติอดีตสหภาพโซเวียติ และพื้นที่ดอนบาสจะเป็นพื้นที่ปลอดทหารเพื่อความมั่นคงของรัสเซีย
เมื่อ NATO ไปที่ไหนที่นั่นก็เละชาวสลาฟถูกปกครองแบบกดขี่รังแกเพื่อกดดันไล่ที่ให้อพยพออกไป ชาวยิวยูเครน ทะยอยมาอยู่อาศัยแทนมากขึ้นเรื่อยๆ ชาวสลาฟท้องถิ่นถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จนเสียชีวิตไปกว่า 14,000 ราย เมื่อจนตรอกจึงจับอาวุธตั้งกองกำลังลุกขึ้นสู้ แต่เมื่อสู้ไม่ไหวก็ร้องขอรัสเซียช่วยเหลือให้คำมั่นว่าจะไม่ยอมให้ NATO มาตั้งฐานยิงขีปนาวุธในดินแดนพวกตนและจะขับไล่ทหารรับจ้างกองพัน Azov ออกไป พร้อมแยกเอกราช ควบรวมแผ่นดินกับสหพันธรัฐรัสเซีย
ปี 2014 -2022 การสู้รบดำเนินมานาน 8 ปี รัสเซียจึงเริ่มปฏิบัติการทางทหารเฟส 1 ในวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา จนกองพัน Azov NATO แตกและสามารถปลดปล่อยดินแดนออกจากยูเครนได้แล้วราว 15% แต่ล้วนเป็นดินแดน “ขุมทรัพย์ทรัพยากร” ถึง 2 ใน 3 ของยูเครน ที่มั่งคั่งด้วยพลังงาน แร่ธาตุ พื้นที่การเกษตร ส่วนพื้นที่เหลือ 85% กลับมีทรัพยากรเหลือน้อยแค่ 1 ใน 3 เท่านั้น , ปัจจุบันนี้จึงอยู่ในแผนเฟส 2 คือ จัดลงประชามติจากผู้อยู่อาศัยในดินแดนที่จะแยกเอกราชใช้เสียงส่วนใหญ่ตัดสินอนาคตตนเอง
ในที่สุดสิ่งที่ชาติตะวันตก และชาติ 3 อ.(อเมริกัน อังกฤษ อิสราเอล) วิตกกังวลก็มาถึง ว่าดินแดนที่ต้องการจะหลุดมือไปอย่างถาวร เมื่อวันที่ 23 – 27 ก.ย.2022 ทั้ง 4 ดินแดน คือ สาธารณรัฐลูฮันสก์ , สาธารณรัฐโดเนตสก์ , แคว้นเคอร์ซอน และแคว้นซาโปริเซีย จัดหย่อนบัตรลงมติแบบประชาธิปไตย มีชาวบ้านเดินทางมาลงคะแนนกันอย่างคึกคักตามคูหาเลือกตั้งต่างๆ โดยมีคณะกรรมการและตัวแทนผู้บริหารแต่ละดินแดนอำนวยการ โดยมีสักขีพยานสังเกตการณ์ต่างชาติจาก “ฝรั่งเศสและสหรัฐ” เดินทางผ่านแหลมไครเมียไปยังพื้นที่จัดลงประชามติที่ผู้อยู่อาศัยในดินแดนที่เป็นอิสระตัดสินใจเลือก
ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จับกุมและพาไปเฝ้ารากไม้หน่วยก่อวินาศกรรมของยูเครนได้หลายจุด ที่มุ่งวางระเบิดระบบสายส่งไฟฟ้าไปสาธารณรัฐไครเมีย วิธีการบุกจับกุมของรัสเซียก็ง่ายๆ ไม่เจรจาให้เสียเวลา ปิดล้อมแล้วยิงจรวดถล่มใส่อาคารที่ผู้ก่อการร้ายหลบซ่อนให้พังยับเดี๋ยวก็ยอมมอบตัวเอง สอดรับกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้ประกาศระดมกำลังพลบางส่วน 300,000 นาย คิดเป็นแค่ 1.1%ของกำลังพลสำรองรัสเซียทั้งหมด 25 ล้านคน ซึ่งการะดมพลบางส่วนนี้ถือว่ายังน้อยมาก
เพื่อเสริมทัพกำลังรบทหารหลัก 1.1 ล้านนายที่ประจำการในประเทศอยู่แล้ว โดยทั้งหมดจะใช้รักษาเขตแดนใหม่ของรัสเซียราว 1,000 กม. ที่เส้นเขตแดนจะขยายแผนที่ออกมา เมื่อการลงประชามติแยกเอกราชแล้วเสร็จ รัฐบาลกลางรัสเซียรับรองก็กลายเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซียตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ กำลังทางความมั่นคง หน่วยราชการจะตามมามากมาย รัสเซีย ก็จะมีความชอบธรรมที่จะใช้ “อาวุธที่ร้ายแรง” ปกป้องพลเมือง ดินแดน และผลประโยชน์ชาติตนเอง
หัวหน้าสาธารณรัฐลูฮันสก์ ระบุว่า หาก 4 แคว้น ที่มีการจัดลงประชามติถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ของรัสเซีย หากถูกโจมตี จะทำให้รัสเซียสามารถโต้กลับได้อย่างเต็มกำลัง , นายดิมิทรี เมดเวเดฟ ประธานสภาความมั่นคงรัสเซีย ระบุว่า การรุกล้ำดินแดนของรัสเซีย นับเป็นอาชญากรรม และจะเปิดทางให้สามารถใช้กำลังทั้งหมดที่มีเพื่อป้องกันตนเอง , นั่นหมายถึงรัสเซียจะกลายเป็นฝ่ายรุกคืบ ส่วนสหรัฐ และบริวารจะกลายเป็นฝ่ายตั้งรับ
ถ้าสหรัฐ อังกฤษ และ NATO กล้าเปิดหน้ารุกรานดินแดนขยายใหม่ รัสเซียก็พร้อมจะสวนกลับด้วย Tactical Nuke ขนาดเล็ก แต่ถ้ายังไม่เข็ดหลาบ ดินแดนในย่านโปแลนด์ โรมาเนีย รัฐย่านบอลติกที่ NATO ตั้งฐานทัพคอยส่งอาวุธ คงไม่รอดจากอาวุธ Hypersonic , ขีปนาวุธพิสัยกลาง จากฐานยิงบนบก และเรือดำน้ำ แต่รัสเซียคงยังไม่ติดหัวรบนิวเคลียร์ เพราะแค่สั่งสอนเบาะๆ เท่านั้น