สหรัฐรู้ถึงนั่งไม่ติด! เปิดเหตุผล โรงไฟฟ้ายูเครนทุกแห่งที่โดนขีปนาวุธถล่มจากรัสเซียจนเมืองมืดสนิท

0

จากที่ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน Blockdit ซึ่งบอกเล่าถึงสถานการณ์ในยูเครนไว้อย่างน่าสนใจตลอดช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานั้น

ทั้งนี้มีข้อความที่เปิดเผยถึงการยึดคืนเมืองของยูเครน ก่อนที่จะโดนรัสเซียบุกกลับเข้ามายึดคืนไปอีกว่า “ยูเครนออกข่าวว่ากองทัพยูเครนยึดเมือง lyman ได้แล้ว สื่อยืนยันว่าเมืองนี้ยังอยู่ในการควบคุมของรัสเซียเหมือนเดิม

มีข่าวว่ารัฐบาลยูเครน ส่งกองทัพไป2ชุด หวังถล่มค่ายทหารรัสเซียที่เมือง Davydov Brod ในเขตจังหวัดเคอร์ซัน แต่แล้วทหารยูเครนเหล่านี้ติดกับดัก โดนรัสเซียตีกลับอีกแล้ว

ขณะเดียวกัน รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มเขื่อน Karachun ทำให้ไฟฟ้าทั้งเมืองดับไปอีกแห่ง จับตาดูที่เมือง lzyum ต่อว่าจะโดนรัสเซียถล่มเละแน่ครับ”

ต่อมาวันที่ 19 กันยายน 2565  ดร.ปฐมพงษ์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกว่า “โรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าของยูเครนที่อยู่ใกล้เมือง Aleksandrovskaya NPP โดนรัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มอีกแห่งแล้ว ดับสนิทกันทันที”

ล่าสุดวันที่ 23 กันยายน 2565 นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจอีกครั้ง โดยเล่าย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีตระหว่างรัสเซียกับยูเครนว่า

“ยูเครนทั้งประเทศเคยเป็นเมืองที่สหภาพโซเวียตรัสเซียสร้างขึ้น โรงงานพลังงานไฟฟ้าทุกแห่งที่รัสเซียใช้ขีปนาวุธถล่มให้มืดมิดในขณะนี้เป็นโรงงานที่สหภาพโซเวียตรัสเซียสร้างขึ้นให้ประชาชนยูเครนเอง

เมื่อรัฐบาลยูเครนให้ทหารยูเครนใช้พลังงานไฟฟ้าจากโรงงานไฟฟ้าที่สหภาพโซเวียตสร้างไว้ให้เพื่อทำลายประชาชนเชื้อสายรัสเซีย (สล๊าฟ)ในยูเครน รัสเซียจึงต้องตัดสินใจยิงขีปนาวุธทำลายทิ้งเสีย”

นอกจากนี้ในวันเดียวกันยังระบุถึงการทำประชามติของประชาชนชาวยูเครน ซึ่งมีเนื้อหาเปิดเผยผ่าน Blockdit อีกครั้งว่า “การทำประชามติในยูเครนขณะนี้มีความหมายต่อรัสเซียเหมือนเอาลูกๆ หลานๆ ที่เคยอยู่ด้วยกันให้กลับเข้ามาสู่อ้อมอกของแผ่นดินแม่อีกครั้ง”

“เป็นไปตามคาด คนส่วนใหญ่ในเมืองที่ทำประชามติโหวตให้เมืองที่ตนอยู่อาศัยกลับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียซึ่งเป็นผู้สร้างขึ้นมาเหมือนเดิมเพราะเมืองเหล่านี้สหภาพโซเวียตเป็นผู้สร้างขึ้นมา รัฐบาลสหภาพโซเวียตเคยปกป้องคุ้มครองบรรพบุรุษของคนเหล่านี้ให้พ้นจากการรุกรานของกองทัพนาซีมาแล้วด้วย”

อย่างไรก็ตามก่อนที่ ดร.ปฐมพงษ์ จะระบุทิ้งท้ายถึงการสร้างข่าวใส่ร้ายผู้นำรัสเซียด้วยว่า “ใส่ร้ายป้ายสีอย่างหน้าด้านๆ เลย ข่าวล้างล่างบอกว่าวลาดิเมียร์ ปูตินสูญเสียในเอเซียมากกว่าสูญเสียในยูเครน ตลกมากครับ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าสื่อตะวันตกเน้นใส่ร้ายรัสเซียล้วนๆ

ถ้าใครหยิบข่าวจากสื่อตะวันตกมาแปลช่วงนี้จะเห็นดราม่าไปมาก  เพิ่งประชุม SCO จบใหม่ๆ พันธมิตรพร้อมเพรียง มีแต่สหายที่จะเพิ่ม”