ตัดขาดดอลลาร์!! เมียนมาเมินสหรัฐ-ต.ต.ใช้บัตรเมียร์ของรัสเซีย ดันเงินท้องถิ่นค้าขายเพื่อนบ้าน ศก.ฉลุย

0

ท่ามกลางความยากลำบากทางเศรษฐกิจเพราะถูกสหรัฐและพันธมิตรตลอดจนองค์การสหประชาชาติคว่ำบาตร เมียนมายังยืนหยัดประคับประคองเศรษฐกิจได้ และเดินหน้ารุกคืบทั้งการเมืองและการทหารอย่างต่อเนื่อง  จากรายงานโดยสื่อของรัฐบาลเมียนมา ระบุว่า ประเทศสามารถสร้างรายได้จากการขายก๊าซธรรมชาติได้มากกว่า ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ระหว่างเดือน เม.ย.-ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเตรียมใช้ระบบเครดิตการ์ดMir ของรัสเซียแทนบัตรของตะวันตกแล้ว หลังจากที่เทดอลลาร์ทั้งในเงินทุนสำรองและการใช้ค้าขายระหว่างเพื่อนบ้าน ทั้งไทย จีน อินเดีย

วันที่ ๒๒ ก.ย.๒๕๖๕ สำน้กข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่ากระทรวงพาณิชย์เมียนมา ระบุว่า การขายก๊าซธรรมชาติผ่านท่อ ระหว่างเดือน เม.ย. จนถึงเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา มีสถิติอยู่ที่ ๗๗.๘๙ ล้านกิโลลิตร สร้างรายได้เข้าประเทศ ๘๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว ๒๘,๗๑๒ ล้านบาท) เพิ่มขึ้น ๖๐.๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว ๒,๑๗๘.๕๒ ล้านบาท) เมื่อเทียบกับสถิติจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

สำหรับประเทศผู้รับซื้อก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาในช่วงเวลาดังกล่าวมากที่สุด คือ ไทยและจีน ตามรายงานของสื่อกระบอกเสียงรัฐบาลทหารเมียนมา โดยก๊าซธรรมชาติที่ส่งออกส่งใหญ่มาจาก ๔ แหล่งหลัก คือ ยาดานา เยตากุน เฉว่ และซอติก้า

ล่าสุดทางการเมียนมากำลังหารือรายละเอียดกับมอสโกว์เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตชำระเงินผ่านระบบเมียร์ (Mir) ของรัสเซีย ตามการเปิดเผยของโฆษกรัฐบาล ในขณะที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตค่าเงินและการคว่ำบาตรจากตะวันตก

เมียนมาต้องเผชิญกับความปั่นป่วนทางสังคมและเศรษฐกิจนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารเมื่อต้นปีก่อน และการย้ายไปใช้ระบบชำระเงินของรัสเซียเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลทหารที่ถูกสหรัฐและพันธมิตรคว่ำบาตร  ได้พยายามที่จะรักษาทุนสำรองเงินตราต่างประเทศและรักษาเสถียรภาพของค่าเงินและอัตราเงินเฟ้อ

ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลเมียนมากล่าวว่า การใช้ระบบชำระเงินและบัตรเมียร์ของรัสเซีย จะช่วยให้สามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินรูเบิลและจ๊าตได้โดยตรง

ซอ มิน ตุน กล่าวเสริมว่า “มีการหารือระหว่างธนาคารของเราระหว่างการเดินทางเยือนรัสเซีย เพื่อใช้เมียร์การ์ดในระบบการชำระเงินของพม่า” โดยอ้างถึงการเยือนรัสเซียครั้งล่าสุดของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ที่เขาได้พบหารือกับปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน ที่วลาดิวอสตอกในงานประชุมสุดยอดเศรษฐกิจเอเชียที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ

มูลค่าของเงินจ๊าตอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นและทำให้ราคาอาหารและเชื้อเพลิงสูงขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางของเมียนทาลดค่าเงินอย่างเป็นทางการและสั่งให้บริษัทต่างๆแจ้งยอดและแลกเงินดอลลาร์เป็นเงินจ๊าด อีกทั้งประกาศชะลอการชำระเงินกู้ต่างประเทศ

รัสเซียได้ให้คำมั่นที่จะขยายระบบการชำระเงินเมียร์ในประเทศที่เป็นมิตรเนื่องจากการคว่ำบาตรของตะวันตกที่ขับรัสเซียออกจากระบบการเงินระหว่างประเทศหรือสวิฟต์เนื่องจากรัสเซียเปิดปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซีย

บัตรเครดิตของรัสเซียได้รับการยอมรับในหลายประเทศในกลุ่มบริกส์ และอดีตสาธารณรัฐโซเวียตจำนวนหนึ่ง คิวบา เกาหลีใต้ ตุรเคีย อาฟริกาใต้ ในอาเซียนมีลาว เวียดนาม และเมียนมา รัสเซียเป็นพันธมิตรทางการทูตที่ใกล้ชิดที่สุดของเมียนมา และได้ต้อนรับผู้นำคณะรัฐบาลทหารเป็นแขกของประเทศถึง ๓ ครั้งนับตั้งแต่รัฐประหาร

รัสเซียยังจัดหาเครื่องบินขับไล่และรถหุ้มเกราะให้พม่า ท้าทายแรงกดดันจากสหรัฐและพันธมิตรตะวันตกให้ระงับการจัดส่งอาวุธให้รัฐบาลทหาร 

สถานการณ์ทางสังคมและการเมืองในเมียนมา ล่าสุดรัฐบาลเตือนไม่ให้ประชาชนแสดงการสนับสนุนขบวนการต่อต้านที่เป็นผู้ก่อการร้าย โดยขู่ว่าจะจำคุกสูงสุด 10 ปี สำหรับการกดไลก์หรือแชร์เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ที่บิดเบือนใส่ร้ายรัฐบาล

ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ผู้ก่อการร้ายพยายามระดมทุนเพื่อสังหารผู้บริสุทธิ์ในความพยายามที่จะทำลายเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นการสนับสนุนคนเหล่านี้จะถูกจัดการอย่างรุนแรง การรับรองรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) หรือกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) ทางสื่อสังคมออนไลน์ อาจนำไปสู่โทษจำคุก ๓-๑๐ ปี และอาจรุนแรงกว่านั้นสำหรับผู้ที่ให้เงินแม้เพียงจำนวนเล็กน้อย

“หากบริจาคเงินหรือสนับสนุนผู้ก่อการร้ายและการกระทำของพวกเขา คุณจะเผชิญกับการลงโทษที่รุนแรงขึ้น เราทำเช่นนี้เพื่อปกป้องพลเรือนผู้บริสุทธิ์” ซอ มิน ตุน กล่าวในการแถลงข่าวทางโทรทัศน์ ที่รวมถึงการนำเสนอรายละเอียดของบทลงโทษสำหรับการช่วยเหลือกลุ่มต่อต้าน

สำหรับการต่อสู้ในภูมิภาคสะกายนั้นมีความรุนแรงกว่าปกติ รัฐบาลปฏิเสธรายงานที่ระบุว่ากองทัพดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อโรงเรียนแห่งหนึ่งในภูมิภาคสะกาย ที่ทำให้เด็กเสียชีวิตอย่างน้อย ๗ คน และกล่าวหาว่าสื่อบิดเบือนความจริง

โฆษกรัฐบาลยอมรับว่ามีเหตุสู้รบเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๖ ก.ย.ที่ผ่านมา ในเมืองตาบายิน ภูมิภาคสะกาย แต่เขาได้กล่าวโทษฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลสำหรับการบาดเจ็บล้มตายที่เกิดขึ้น ซึ่งนอกจากเด็กที่หลบภัยในโรงเรียนแล้ว ยังมีผู้ใหญ่อีก ๖ คนด้วย

ซอ มิน ตุน กล่าวกับนักข่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อทหารออกไปตรวจสอบข้อมูลที่ระบุว่ามีสมาชิกของกองกำลังพิทักษ์ประชาชน ที่เป็นกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาล และพันธมิตรของพวกเขาจากกองทัพกะฉิ่นอิสระ กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ อยู่ในเมืองเละเยะโกน สมาชิกของกลุ่มติดอาวุธได้ต้อนชาวบ้านให้เข้าไปในวัดก่อนเกิดการต่อสู้ “พวกเขาบังคับให้ประชาชนอยู่ในอาคารหลักของวัด และจากนั้นก็เริ่มยิงใส่กองกำลังความมั่นคง ขณะเดียวกัน ใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ ทหารยิงตอบโต้พวกเขา”