จากกรณี เดนิส ปูชินิน หัวหน้าสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ (DPR) และลีโอนิด ปาเซคนิก ผู้แทนสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ (LPR) เพื่อให้สาธารณรัฐทั้งสองจัดทำประชามติเข้ารวมชาติกับรัสเซีย
โดยปูชินิน กล่าวว่า “บางสิ่งควรร่วมกันและการดำเนินการบางอย่างควรประสานกัน ผมขอแนะนำให้ฝ่ายบริหารและรัฐสภาของสาธารณรัฐรวมความพยายามของพวกเขาในการอธิบายขั้นตอนของการดำเนินการเพื่อเริ่มเตรียมการลงประชามติได้โดยเร็ว พร้อมเรียกร้องต่อสาธารณรัฐเพื่อจัดประชามติในการเข้าร่วมรัสเซียในทันทีนั้นสะท้อนถึงแรงบันดาลใจของภาคประชาชน
ล่าสุดวันนี้ 22 กันยายน 2565 ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยข้อความที่สำคัญผ่านการโพสต์ลง Blockdit ถึงสถานการณ์ของยูเครน ว่า
“แผนที่ยูเครนล่าสุด: ดูด้านขวามือนะครับ บริเวณที่คั่นด้วยเส้นสีดำคือบริเวณที่จะทำประชามติเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียระหว่างวันที่ ๒๓-๒๗ กันยายนนี้ มีพื้นที่ ๑๑๓,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าเกาหลีใต้และอิสราเอล
ส่วนพื้นที่ในเขตเมืองโอเดสซา มิโคลาเยฟ ดนีปรอ และคาร์คิฟ กองทัพรัสเซียยังอยู่ระหว่างปฏิบัติการทางทหาร แสดงให้เห็นชัดเจนว่ารัสเซียซึ่งสื่อตะวันตกบอกว่ากำลังแพ้ยูเครนกำลังได้แผ่นดินยึดครองเพิ่ม”
นอกจากนี้ ดร.ปฐมพงษ์ ยังโพสต์ข้อความถึงเหตุการณ์ที่ทหารของฝ่ายยูเครน ได้ออกมาแถลงขอถอนตัวในการสู้รบกับกองทัพรัสเซียด้วยว่า
“ข่าวเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565 ทหารยูเครนจำนวนมาก หมดกำลังใจการติดต่อกับสายบังคับบัญชาไม่ราบรื่น ขาดการส่งกำลังบำรุงสนับสนุน ขอแถลงการณ์เลิกรบให้ยูเครน”
ก่อนหน้านี้ Blockdit World Update ได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความไว้ โดยการระบุถึงแหล่งที่มาไว้บางส่วนต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า
“ผู้นำประชาชนชาวสลาฟ เชื้อสายรัสเซีย ใน 4 แคว้น คือ สาธารณลูฮันสก์ , สาธารณโดเนตสก์ , แคว้นเคอร์ซอน และแคว้นซาโปริชเซีย ในนาม พันธมิตรรัสเซีย มีกำหนดเลื่อนจัดการลงประชามติแยกเอกราช จากเดิมต้นพฤศจิกายนเลื่อนเดินหน้ามาพร้อมกันช่วงวันที่ 23 – 27 กันยายน 2022 นี้ ผลการลงคะแนนอย่างเป็นทางการจะประกาศภายในสิ้นเดือนนี้เช่นกัน
แล้วจะส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการถึงรัฐบาลกลางรัสเซีย เพื่อรับรองให้เป็นดินแดนในสหพันธรัฐรัสเซียโดยสมบูรณ์เป็นชาติแรก แล้วต่อด้วยซีเรีย เกาหลีเหนือ ฯลฯต่อไป
นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลล์ แห่งเยอรมนี จะเดินทางไปขอน้ำมันจากชาติโอเปค และโวยว่าจะไม่ยอมรับผลการลงประชามติของประชาชนท้องถิ่นเสียงข้างมากตัดสินอนาคตตนเอง
ตรงกันข้ามกับพรรค Alternative for Germany (AfD) ฝ่ายค้านของเยอรมนี และสมาชิกสภาท้องถิ่น 3 คน ประกาศจะเดินทางไปเยือนดินแดนที่แยกเอกราชจากยูเครนในสัปดาห์นี้ เพื่อตรวจสอบรายงานข่าวที่บิดเบือนและลำเอียง และต้องการเห็น ประเมินสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมด้วยตาตนเอง ชิงโกยคะแนนเสียงจากชาวเยอรมนีที่กำลังก่อม็อบพรึบแทบทุกเมืองขับไล่รัฐบาลอยู่ขณะนี้”