ตบไบเดนคว่ำ!? คิมเตรียมยิงขีปนาวุธครั้งใหม่ สั่งเมกาหุบปากเลิกใส่ร้ายยั่วยุปท.อื่น ยันเป็นรัฐนิวเคลียร์พร้อมลุยศัตรู

0

จะมีใครดุเด็ดเผ็ดเดือดได้มากไปกว่า คิม จองอึนผู้นำเกาหลีเหนือ เมื่อผู้นำโสมออกมาตอบโต้ รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เกี่ยวกับการสนับสนุนด้านอาวุธให้แก่รัสเซีย และขอให้รัฐบาลวอชิงตัน “หุบปาก” หยุดพฤติกรรมยุแหย่ใส่ร้ายป้ายสีสร้างความเกลียดชังให้กับประเทศอื่น พอโดนเข้าจังๆทำเนียบขาวก็ออกมาทำไขสือว่า ยังไม่พบหลักฐานว่าเกาหลีเหนือส่งมอบหรือขายอาวุธให้รัสเซียแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงคือรัสเซียมีศักยภาพในการทำศึกด้วยตนเองอยู่แล้ว ขณะที่ปัจจุบันเกาหลีเหนือได้ออกกฎหมายประกาศเป็นประเทศนิวเคลียร์ ให้อำนาจผู้นำกดปุ่มได้เมื่อถูกคุกคาม

ที่สหรัฐทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นเหตุผลสนับสนุนในการผลักดันให้สหประชาชาติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่มอ้างผิดกฎของยูเอ็น หลังจากที่คว่ำบาตรมาแล้วยังไม่สาแก่ใจ เป้าหมายกระตุ้นความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลีให้ระอุตามเป้าหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ ก่อสงครามล้างหนี้รักษาอำนาจครองโลกของตัวเองต่อไป

 

วันที่ ๒๒ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวเซ้าท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์และเคซีเอ็นเอ สื่อทางการของรัฐบาลเปียงยาง รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่าเกาหลีเหนือไม่เคยมอบความสนับสนุนด้านอาวุธและกระสุนปืนให้แก่รัสเซีย และไม่มีนโยบายดำเนินการเช่นนั้น ขอให้สหรัฐ “หุบปาก” และ “หยุดเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ” ซึ่งมีวัตถุประสงค์ “เพื่อใส่ร้ายป้ายสี” และทำลายภาพลักษณ์ของประเทศอื่น

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐรายงานเมื่อต้นเดือนนี้ ว่ารัสเซียกำลังอยู่ในกระบวนการจัดซื้ออาวุธจำนวนมากจากเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะกระสุนปืนใหญ่ เพื่อนำไปใช้ในสงครามยูเครน ถือเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ที่ห้ามสมาชิกยูเอ็นซื้อขายอาวุธกับเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม นายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ชัดเจน ว่าขั้นตอนการจัดหาและจัดซื้ออาวุธทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว และยังไม่มีเบาะแสยืนยันได้ว่า รัสเซียมีแผนนำอาวุธของเกาหลีเหนือไปใช้งานในสงครามยูเครน

รัสเซียและเกาหลีเหนือประกาศเมื่อไม่นานมานี้ด้วยว่า ผู้นำของทั้งสองประเทศ คือประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และนายคิม จอง-อึน เห็นพ้องการขยายขอบเขตความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับทวิภาคี เพื่อความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี

ขณะที่เว็บไซต์ “๓๘ นอร์ธ” ของมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ในสหรัฐ เผยแพร่ชุดภาพถ่ายดาวเทียมลงวันที่ ๑๘ ก.ย. ที่ผ่านมา ว่าพบความเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ ที่ท่าเรือในเมืองซินโป ทางตะวันออกของเกาหลีเหนือ เป็นการปรับพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำครั้งใหม่

นักวิเคราะห์พบสัญญาณบ่งชี้ว่ามีการสร้างเรือดำน้ำใหม่อย่างน้อย ๑ ลำในปี ๒๐๑๖ และในปี ๒๐๑๙ สื่อทางการเผยว่าผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางไปตรวจสอบเรือดำน้ำซึ่งสร้างขึ้นภายใต้ “ความสนใจพิเศษของเขา” และจะใช้ดำเนินการในน่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันออก

สื่อของรัฐไม่ได้อธิบายระบบอาวุธของเรือดำน้ำหรือบอกว่าการตรวจสอบเกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อใด แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่าขนาดที่ชัดเจนของเรือลำใหม่ระบุว่าเรือลำนี้ออกแบบมาเพื่อบรรทุกขีปนาวุธ

นอกจากนี้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้ผ่านร่างกฎหมายสำคัญที่เปิดทางใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีศัตรู ประกาศเป็นรัฐนิวเคลียร์อย่างเต็มตัวไม่ต้องรอให้สหรัฐมาต่อรองอีกต่อไป

ปธน.คิม จองอึน(Kim Jong-un) บอกรัฐสภาว่ากฎหมายใหม่ทำให้สถานะนิวเคลียร์ของเปียงยางย้อนกลับไม่ได้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่เกาหลีเหนือเตรียมที่จะกลับมาทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้ง

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบอาวุธจำนวนมากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเปิดตัวอาวุธขีปนาวุธมากกว่า ๓๐ ชนิด รวมถึง ขีปนาวุธข้ามทวีปชุดแรกในรอบ๕ ปี

กฎหมายฉบับใหม่ซึ่งผ่านสภาประชาชนสูงสุดอนุญาตให้เกาหลีเหนือดำเนินการโจมตีด้วยนิวเคลียร์เชิงป้องกัน “โดยอัตโนมัติ” และ “ในทันทีเพื่อทำลายกองกำลังที่เป็นศัตรู” เมื่อประเทศอื่นเป็นภัยคุกคามต่อเปียงยาง

ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่า “ด้วยกฎหมายฉบับใหม่ ได้ประกาศสถานะของประเทศเราในฐานะรัฐอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถย้อนกลับได้” กฎหมายยังห้ามไม่ให้มีการแบ่งปันอาวุธนิวเคลียร์หรือเทคโนโลยีกับประเทศอื่นๆอีกด้วย

 

สหรัฐฯอ้างว่าพร้อมจัดการเจรจากับคิมทุกที่ทุกเวลา ในขณะที่ประธานาธิบดี ยุน ซุกยอล แห่งเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับเลือกในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่าประเทศของเขาจะให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลหากเปียงยางเริ่มเลิกใช้ขีปนาวุธนิวเคลียร์ เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อเสนออย่างไม่มีเยื่อใย และระบุว่าสหรัฐฯแสดงการเป็นศัตรูอย่างโจ่งแจ้ง

ล่าสุดทั้งสหรัฐและเกาหลีใต้กำลังเดินหน้าติดตั้งระบบขีปนาวุธท้าดดแบบย้อนแย้งตรงกันข้ามกับที่กล่าวกับจีนและสื่อสาธารณะว่าไม่ใช้ท้าดดเพื่อรักษาสัมพันธ์อันดีกับจีน พร้อมเข้าร่วมซ้อมรบกับสหรัฐบ่อยขึ้นอ้างตอบสนองการคุกคามของเกาหลีเหนือ ทำให้ความหวังในการพยายามรวมชาติของทั้งสองเกาหลีดับสนิทตามวาระวอชิงตันอย่างค่อนข้างแน่นอน!??