ไบเดนร่อแร่!? ศก.เมกาใกล้ฟองสบู่แตกเร่งก่อศึกดูดทรัพย์ล้างหนี้ อาชญากรรมกระฉูด มะกันหดหู่ปลิดชีพเพิ่ม

0

สหรัฐแบไต๋ชัดว่าจะหันมาบี้จีนหนักขึ้น เมื่อล่าสุดไบเดนประกาศจะส่งกองกำลังสหรัฐฯปกป้องไต้หวัน หากจีนเปิดฉากควบไต้หวัน เป็นครั้งแรกที่ท้าทายจีนโดยผู้นำสหรัฐอย่างโจ่งแจ้ง ท่าทีก้าวร้าวกระตุ้นสงครามนอกประเทศเป็นไปอย่างเข้มข้น  ในขณะที่สภาพภายในประเทศ ศก.ใกล้ฟองสบู่แตก สภาพสังคมเหลวแหลกเข้าขั้นบ้านป่าเมืองเถื่อน สื่อสหรัฐได้เปิดเผยผลวิจัยล่าสุด พบอดีตทหารผ่านศึกปลิดชีพตัวเอง ๒.๕เท่าของอัตราที่รัฐบาลอ้าง และคนอเมริกันไม่น้อยสุขภาพจิตเสื่อมมีการปลิดชีพตัวเองเพิ่มขึ้น พร้อมๆกุับอาชญากรรมการปล้น ขโมย ความรุนแรงจากปืนกระฉูดแก้ไม่ตก แม้ภาวะเสื่อมทรุดทั้งเศรษฐกิจจริง การเมือง และสภาพสังคม รัฐบาลไบเดนยังหมดหนทางแก้อย่างเห็นได้ชัด และด้วยเหตุนี้สหรัฐจึงต้องส่งออกสงคราม และเงินเฟ้อไปในหลายภูมิภาคทั่วโลกเพื่อแก้ปัญหาของตัวเอง แต่กำลังถูกศอกกลับจากพันธมิตรของตัวเองในหลายแห่ง แข็งข้อเมินคำสั่งของสหรัฐอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน

วันที่ ๑๙ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวโกลบัลไทมส์ และรัสเซียทูเดย์รายงานว่าปธน.โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ๖๐ มินิทส์ ซึ่งออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ ๑๘ ก.ย.ที่ผ่านมา  ประกาศกร้าวว่ากองทัพสหรัฐฯจะปกป้องไต้หวันแน่นอน ในกรณีที่จีนเปิดฉากรวมชาติ  ถ้อยแถลงชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมาของผู้นำรายนี้ในประเด็นดังกล่าว

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับรายการ ๖๐ มินิทส์(60 Minutes) ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ไบเดนถูกถามว่ากองกำลังสหรัฐฯ จะปกป้องเกาะปกครองตนเองที่จีนอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนหรือไม่ เขาตอบว่า “ใช่ ถ้าในความเป็นจริง มีการโจมตีอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”

พอถูกถามเพิ่มเติมขอความกระจ่างชัด หมายความว่าสิ่งนี้ต่างจากยูเครน โดยกองกำลังสหรัฐฯ ทั้งชายและหญิงจะปกป้องไต้หวันในกรณีที่ถูกจีนรุกราน ใช่หรือไม่ เขาตอบว่า “ใช่” คำสัมภาษณ์นี้ถือเป็นครั้งล่าสุดที่ไบเดนได้พูดเกินเลยขอบเขตนโยบายที่สหรัฐฯ ยึดถือและให้คำมั่นกับจีนมาช้านานเกี่ยวกับไต้หวัน 

ถึงกระนั้นในเวลาต่อมา ไบเดนกลับมายืนยันว่าสหรัฐฯยังคงยึดหลัก “ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์” (strategic ambiguity) ในไต้หวันเหมือนเดิม พูดอย่างทำอย่างแบบนี้จีนเขารู้ไส้รู้พุงหมดแล้ว มีแต่รอรับผลที่จะตามมาเท่านั้น

หันมาดูภาวะเศรษฐกิจการเมืองและสังคมของสหรัฐกันว่าแหลกราญเละเทะแค่ไหน

ด้านเศรษฐกิจ: เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีข่าวร้ายเพิ่มเติมจากคำเตือนขององค์กรที่วาดภาพแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ เฟดเอ็กซ์กล่าวว่ากำลังปิดสำนักงานและเลิกจ้างงานเพื่อชดเชยความต้องการของตลาดที่เหี่ยวเฉา ซึ่งตอกย้ำความกลัวว่าเศรษฐกิจจะถดถอย ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงอีก ๐.๕% ในวันศุกร์

หลังจากก่อนหน้านี้วันอังคาร ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือนสิงหาคมออกมาสูงกว่าที่ตลาดประมาณการไว้ เป็น๘.๓% ซึ่งก็กลับไปเท่าจำนวนที่สูงสุดในรอบ ๔๐ ปี 

วอลล์สตรีทต้องเผชิญกับการพ่ายแพ้อย่างน่ากลัว โดยค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์พุ่งขึ้น ๓.๙ %ดัชนี S&P ๕๐๐ ลดลง ๔.๓% ในขณะที่ Nasdaq ร่วงลง ๕.๒% ดัชนีทั้งสามนั้นสูงขึ้นทั้งหมดก่อนที่จะมีการประกาศข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ ตามการแจงผลกำไรธุรกิจพลังงาน การเงิน

เป็นบทพิสูจน์ว่า เฟดใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นดอกเบี้ยแรงยังกดเงินเฟ้อไม่อยู่จริง แต่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งต่อเนื่อง เพราะเงินไหลกลับมหาศาล แต่กระทบการเติบโตธุรกิจจริงเพราะกู้เงินมาฟื้นฟูกิจการไม่ได้ เมื่อดอกเบี้ยนโยบายขึ้น ดอกเบี้ยทุกชนิดขึ้นหมด ชาวบ้านและธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ได้ผลกระทบไปเต็มๆ แต่รัฐบาลไบเดนไม่สนเพราะกำลังเดินเกมสงครามเศรษฐกิจปราบกบฎเปโตรดอลลาร์อยู่

 

กองบรรณาธิการสื่อจีนโกลบัลไทมส์ฟันธง สหรัฐจะเผชิญฟองสบู่แตกในไม่ช้า เจมี ไดมอน(Jamie Dimon), คาร์ล ไอคาห์น (Carl Icahn) และผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดคนอื่นๆของสหรัฐ กำลังส่งเสียงเตือนเกี่ยวกับภาวะถดถอยที่รุนแรงของสหรัฐอย่างต่อเนื่องและการดึงเงินกลับเกิดความเสี่ยงฟองสบูแตกเช่นกัน

ด้านสังคมอเมริกัน:ตามการศึกษาที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ ก.ย.ที่ผ่านมาโดยกลุ่มที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่เรียกว่า พันธมิตรด้านสงครามของอเมริกา หรือAWP ทหารผ่านศึกประมาณ ๒๐ คน โดยเฉลี่ย เสียชีวิตในแต่ละวันด้วย”การทำร้ายตนเองและหรือการใช้ยาเกินขนาด

การวิจัยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยอลาบามาและมหาวิทยาลัยดุ๊ก โดยอิงจากข้อมูล”เจาะลึก”ของข้อมูลปี ๒๐๑๔-๒๐๑๘ จาก๘รัฐ ายงานการปลิดชีพตัวเองของทหารผ่านศึกโดยเฉลี่ย ๑๗.๗ คนต่อวันในช่วงเวลานั้นปัจจุบันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การศึกษาเมื่อปีที่แล้วโดยมหาวิทยาลัยบราวน์ พบว่าทหารและทหารผ่านศึกของสหรัฐฯ เสียชีวิตจากการปลิดชีพตัวเองมากกว่าการสู้รบถึง๔เท่า นับตั้งแต่“สงครามต่อต้านการก่อการร้าย” ของอเมริกา เริ่มขึ้นในเดือนกันยายน ๒๐๐๑ ขวัญกำลังใจของกองทหารน้อยลงอย่างไม่มีการเพิ่มแรงจูงใจอย่างที่ควร ในสงครามตัวแทนที่ยูเครน สหรัฐไม่ส่งกองทหารร่วมเป็นทางการแต่ส่ง หน่วยทหารเอกชนรับจ้างเข้าร่วมแทน

รายงานล่าสุดจากสื่อสหรัฐ ปรากฎว่าอเมริกามีเมืองหลวงแห่งอาชญากรรมทำสถิติใหม่ คือนิวออร์ลีนส์แซงหน้าเซนต์หลุยส์ด้วยอัตราการฆาตกรรมสูงสุด โดยเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากระดับก่อนเกิดโรคระบาด ปัจจุบันมีการฆาตกรรม ๒๐๕ ครั้งในปี ๒๕๖๕ เพิ่มขึ้น ๑๔๑% จากระดับก่อนเกิดโรคระบาดและ ๔๖% สูงกว่าช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว ตามข้อมูลจากคณะกรรมาธิการอาชญากรรมนครนิวออร์ลีน ส์ อัตราการฆาตกรรมของเมืองระบุว่า  ๕๒ กรณีต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สังคมที่อ่อนแอนำโดยผู้นำที่บ้าคลั่ง หนทางข้างหน้ามีหรือจะเจริญรุ่งเรือง??