เขย่าขวัญต.ต.!! SCO อาวุธลับ สี-ปูตินดวลเมกานาโต้ พันธมิตรโลกขั้วใหม่ สู้ศึกเศรษฐกิจการทหารครบเครื่อง

0

ปิดฉากการประชุมสุดยอดพันธมิตรเซี่ยงไฮ้หรือ SCO ครั้งที่ ๒๒ที่อุสเบกิสถานไปเรียบร้อยอย่างคึกคักกล้าแกร่ง ท่ามกลางเสียงแซะแคะคุ้ยด้านลบของสื่อตะวันตก แต่ผลสรุปออกมาชัดเจนว่า พันธมิตรตะวันออกทั้ง ๑๕ ประเทศเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ สามารถออกคำประกาศร่วม “ปฏิญญาซามาร์คันด์”ปักหมุดร่วมหัวจมท้าย ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง แม้ไม่เอ่ยว่าเป็นพันธมิตรทางทหาร แต่สหรัฐและสื่อตะวันตกสวมหมวกให้เรียบร้อยแล้วว่า เป็นกลุ่มพันธมิตรทางการทหารต้านอิทธิพลตะวันตกที่น่าจับตา

ด้านเศรษฐกิจ การจับมือกันในกลุ่มประเทศสมาชิกที่ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียกลางรอยต่อของ ภูมิภาคยูเรเซีย ซึ่งปูตินและสีให้ความสำคัญมากว่าเป็นศูนย์กลางความเจริญของวาระระเบียบโลกใหม่สำหรับมหาอำนาจหลายขั้ว บอกลามหาอำนาจเดี่ยวสหรัฐและตะวันตกที่เอาเปรียบประเทศอื่นๆมาอย่างยาวนาน

ทางด้านการทหารแม้ยังไม่เกิดสงครามใหญ่ที่ประกาศชัดเจนอย่างเป็นทางการ แต่การเคลื่อนไหวทางการทหารระหว่างสหรัฐ-นาโต้-ยุโรป กับรัสเซีย-จีนและพันธมิตรตะวันออกเป็นไปอย่างโจ่งแจ้งแล้ว ในยุโรปและเอเชีย-แปซิฟิก ขณะที่แนวรบตะวันออกกลางยิ่งดุเดือดไม่แพ้ยูเครน สิ่งที่ทำให้สหรัฐและพันธมิตรหวาดหวั่นคือการจับมือกันของมหาอำนาจนิวเคลียร์ต้านสหรัฐที่มาเจอกันที่ SCO นี้และยังยืนยันสานต่อยกระดับสัมพันธ์รอบด้าน

วันที่ ๑๗ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวโกลบัลไทมส์และทาซซ์รายงานว่าผู้นำของประเทศต่างๆ ของ SCO หรือ Shanghai Cooperation Organisationได้ยืนยันอีกครั้งถึงความเปิดกว้างขององค์กรในการร่วมมือกับรัฐอื่นๆ ตามปฏิญญาซามาร์คันด์ที่ผู้นำ SCO รับรองเมื่อวันศุกร์หลังการประชุมสุดยอดในอุซเบกิสถาน

คำประกาศดังระบุว่า “รัฐสมาชิกของ SCO ยืนยันว่า SCO ไม่ได้มุ่งต่อต้านรัฐอื่นและองค์กรระหว่างประเทศ และเปิดรับความร่วมมือในวงกว้างกับพวกเขาตามเป้าหมายและหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตร SCO และกฎหมายระหว่างประเทศบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน และแนวทางร่วมกันในการแก้ปัญหาในระดับภูมิภาคและระดับโลก” 

กิจกรรมของ SCO นั้น “มุ่งเป้าไปที่การสร้างสันติภาพ ความมั่นคง และการร่วมกันรับมือกับความท้าทายและภัยคุกคามใหม่ๆ ในอาณาเขตขององค์กร การเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และมนุษยธรรมระหว่างประเทศ” 

ประเทศสมาชิกองค์กรตั้งใจที่จะพัฒนาความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านการค้า เศรษฐกิจ การเงินและการลงทุน ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและมนุษยธรรม เพื่อสร้างโลกที่สงบสุขปลอดภัยเจริญรุ่งเรืองและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมบรรลุการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของมนุษย์ และธรรมชาติ โดยรวมก็เป็นดังที่ทั้งปธน.สี จิ้นผิงและปธน.วลาดิเมียร์ ปูตินพูดอยู่ตลอดว่าเป็นกลุ่มพลัง ดัานบวก

สมาชิกขององค์กร “ถือว่าเอเชียกลางเป็นแกนหลักของ SCO และสนับสนุนความพยายามของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเพื่อประกันความเจริญรุ่งเรืองและสันติภาพ การพัฒนาที่ยั่งยืน และการก่อตัวของพื้นที่แห่งความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ความไว้วางใจ มิตรภาพและความเคารพซึ่งกันและกัน”

ในงานกระทบไหลของผู้นำ ที่ถือเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ประกอบด้วย จีน-รัสเซีย-อินเดีย-ตุรเคีย ที่ปักหมุดมาร่วมงานแบบไม่ธรรมดา บรรยากาศแม้เคร่งเครียดเกี่ยวกับสงครามตัวแทนในยูเครน และว่าที่สงครามตัวแทนไต้หวัน มีวาระปูตินเดินสายคุยนอกรอบกันเฉพาะ กับปธน.สี จิ้นผิงแห่งจีน, นายกรมว.นเรทรา โมดีแห่งอินเดีย และ ปธน.แอร์โดอันแห่งตุรเคีย เรียกว่า๒ วัน ๑ คืนคุ้มจริงๆ

นรม.อินเดียนเรนทรา โมดีแห่งอินเดียเรียกร้องให้ ปธน.รัสเซียยุติสงคราม ปธน.ปูตินตอบชัดว่ารัสเซียก็ต้องการยุติสงครามแต่ยูเครนและผู้สนับสนุนไม่ยอมจบ จึงต้องรบต่อให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตามผู้นำอินเดียยังคงให้คำมั่น จะยกระดับและพัฒนาความสัมพันธ์กับรัสเซียต่อไปทั้ง ยุทธศาสต์ด้านพลังงานและการทหารจัดเต็ม

ปธน.สี จิ้นผิงแห่งจีน กล่าวปาฐกถาในที่ประชุมสรุปลำดับความสำคัญหลายประการในอนาคตสำหรับสมาชิก SCO รวมถึงการยึดมั่นในจิตวิญญาณเซี่ยงไฮ้และการเสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความร่วมมือ การรักษาความเป็นอิสระเชิงกลยุทธ์และการปกป้องเสถียรภาพในภูมิภาค การแสวงหาความครอบคลุมและผลประโยชน์ร่วมกันในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนา และความก้าวหน้าของกระบวนการขยาย SCO และเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบัน SCO 

ในการประชุมนอกรอบกับปธน.ปูติน สีให้คำมั่นจะร่วมมือและสนับสนุนรัสเซียอย่างไม่มีข้อจำกัดอย่างครอบคลุม ในฐานะมหาอำนาจโลกหลายขั้ว

ฉู่ หยงเปียว(Zhu Yongbiao) กรรมการบริหารของ Research Center for the Belt and Road และผู้อำนวยการ Center for Afghanistan Studies ที่ Lanzhou University กล่าวว่า นอกจากความร่วมมือด้านความมั่นคงและการพัฒนาระดับภูมิภาคโดยพื้นฐานแล้ว  ปฏิญญาซามาร์คันด์ยังมีประเด็นระหว่างประเทศต่างๆโดยเฉพาะ เช่น ความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการกีดกันฝ่ายเดียวที่บ่อนทำลายระบบการค้าพหุภาคี นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่า SCO มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และสนับสนุนระบบธรรมาภิบาลระหว่างประเทศและการปรับปรุงระเบียบโลกมากขึ้น