สีให้คำมั่นปูติน!! จีน-รัสเซียผนึกกำลังในฐานะมหาอำนาจโลกหลายขั้ว ไร้ข้อจำกัด ทั้งเศรษฐกิจความมั่นคง

0

เปิดฉากการประชุมสุดยอด Shanghai Cooperation Organisation (SCO) จัดขึ้นที่เมือง ซามักคันด์ (Samarkand) ประเทศอุซเบกิสถาน ตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันศุกร์ การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากประชาคมระหว่างประเทศ ประมุขแห่งรัฐ ๑๕ ประเทศ รวมถึงปธน. สี จิ้นผิง ของจีน ปธน.วลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย  และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย จะเข้าร่วมการประชุม ที่เป็นการสนทนาแบบเห็นหน้ากันครั้งแรกระหว่างผู้นำของประเทศสมาชิก SCO นับตั้งแต่การระบาดของ COVID-๑๙ ในปี ๒๐๒๐ การประชุมจะรวมอิหร่านเป็นสมาชิกคนที่เก้าของ SCO และออกปฏิญญาซามักคันด์เพื่อตอกย้ำจุดยืนของ SCO ในชุดปัญหาระหว่างประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน

ครั้งนี้สี จิ้นผิงประกาศจะร่วมมือกับรัสเซียในฐานะ’มหาอำนาจ’ของพหูอำนาจหรือมัลติโพลาร์ พาวเวอร์(Multi polar power) อย่างไร้ข้อจำกัด ที่พร้อมผลักดันโลกหลายขั้วที่ยุติธรรมมุ่งเพิ่มเสถียรภาพความมั่นคงของโลก

สีและปูตินพูดคุยกันนอกรอบและในที่ประชุมหลายประเด็น ปัญหายูเครน กรณีไต้หวัน เศรษฐกิจการค้า และระเบียบโลกใหม่ 

วันที่ ๑๖ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวโกลบัลไทมส์และรัสเซียทูเดย์รายงานว่าปธน.สี จิ้นผิงแห่งจีนยืนยันทำงานร่วมกับมอสโกว์เพื่อรับผิดชอบในฐานะมหาอำนาจ โลกหลายขั้ว เขาบอกกับปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาในการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่เมืองซามักคันด์ ประะทศ อุสเบกิสถาน

สีกล่าวว่า “จีนยินดีร่วมมือกับรัสเซียในการสวมบทบาทเป็นมหาอำนาจ และมีบทบาทชี้นำในการหล่อหลอมเสถียรภาพ และพลังงานเชิงบวกสู่โลกที่สั่นสะเทือนด้วยความวุ่นวายทางสังคมโลก ” 

สี เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกระชับการประสานงานภายใน SCO ว่าด้วยมาตรการสร้างปฏิสัมพันธ์และความเชื่อมั่นในเอเชีย กลุ่มBRICS และกลไกพหุภาคีอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ปธน.จีนยังกล่าวอีกว่า จีนและรัสเซียควรขยายความร่วมมือในทางปฏิบัติ ปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์ของภูมิภาค และรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วย

นักวิเคราะห์ของซินหัว (Xinhua) กล่าวว่าการประชุมสุดยอดผู้นำทั้งสองเป็นการรับประกันที่สำคัญสำหรับความมั่นคง การพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีส่งสัญญาณว่าความสัมพันธ์จีน-รัสเซียจะไม่ได้รับผลกระทบจากเสียงภายนอก ในเวลาเดียวกัน จีนจะตื่นตัวอย่างสูงต่อความพยายามของสหรัฐฯ และตะวันตกในการผูกจีนและรัสเซียให้กลายเป็นกลุ่มการเมืองการทหาร และผลักดันให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างทั้งสองประเทศกับส่วนอื่นๆ ของโลก

ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในกรุงปักกิ่งกล่าวว่า“การแลกเปลี่ยนกันแบบเห็นหน้ากันระหว่างผู้นำทั้งสอง ถือเป็นการรับประกันที่สำคัญสำหรับความก้าวหน้าที่มั่นคงของความสัมพันธ์จีน-รัสเซีย”

ปูตินยังยกย่อง “ ความสัมพันธ์หลายแง่มุม” ที่ทั้งสองประเทศได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ทางการค้าของพวกเขา โดยเน้นที่การแลกเปลี่ยนมูลค่า ๑๔๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการค้ากับปักกิ่งในปีที่แล้ว เขาตั้งข้อสังเกตว่าปริมาณการค้าเพิ่มขึ้น ๒๕% ในครึ่งแรกของปี ๒๐๒๒ และคาดว่าตัวเลขจะสูงถึง ๒ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปีนี้

ผู้นำรัสเซียยืนยันการสนับสนุนของมอสโกว์ต่อนโยบาย ‘จีนเดียว’ ของปักกิ่ง และประณาม “ ความพยายามยั่วยุโดยสหรัฐฯกรณีไต้หวัน  ปธน.ปูตินกล่าวว่า “ฉันต้องบอกว่าความพยายามสร้างโลกมหาอำนาจเดี่ยวหรือ ยูนิโพลาร์ (unipolar) นั้นค่อนข้างน่ารังเกียจและไม่เป็นที่ยอมรับนานาชาติส่วนใหญ่บนโลกใบนี้” 

เขากล่าวว่า “รัสเซียและจีนยืนหยัดร่วมกันเพื่อระเบียบโลกแบบหลายขั้วที่ยุติธรรมและเป็นประชาธิปไตย โดยอิงตามกฎหมายระหว่างประเทศและบทบาทสำคัญของสหประชาชาติ ไม่ใช่กฎเกณฑ์บางอย่างที่ใครบางคนคิดค้นและพยายามบังคับใช้กับผู้อื่นโดยไม่สนใจว่าพวกเขาคิดอะไร”

 

ผู้เชี่ยวชาญการเมืองของจีนกล่าวว่า โลกอยู่บนทางแยกระหว่างการสร้างสมดุลที่ยั่งยืน ของสถาปัตยกรรมความมั่นคงระหว่างประเทศ ในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆ และสร้างกรอบการเผชิญหน้าแบบหนึ่งตามแนวคิดสงครามเย็นของสหรัฐฯ นั่นทำให้การประสานงานและความร่วมมือระหว่างจีน รัสเซีย และประเทศอื่นๆ ในเอเชียกลางมีความสำคัญยิ่ง

แนวคิดหลักของ SCO คือเซี่ยงไฮ้สปิริต “Shanghai Spirit” ที่นำเสนอชุดแนวคิดใหม่ โมเดลใหม่ และบรรทัดฐานใหม่ว่าประเทศหลังสงครามเย็นควรอยู่อย่างเท่าเทียมกันอย่างไร วิธีดำเนินการกลไกความร่วมมือพหุภาคี และวิธีพัฒนาระเบียบโลก ในช่วง 21 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ก่อตั้ง SCO ซึ่งถูกสื่อโฆษณาช่วนเชื่อของสหรัฐฯ และตะวันตก วิพากษ์วิจารณ์ไม่เลิกรา แต่กลับแสดงความมีชีวิตชีวาและความน่าดึงดูดใจต่อประเทศมากกว่า ๑๐ ประเทศ รวมทั้งกลุ่มประเทศอ่าวอาหรัฐเช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ต่างหวังว่าจะเข้าร่วม SCO  บ่งบอกว่าความแตกต่างในระบบการเมือง ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก SCO และแม้แต่ข้อพิพาทเกี่ยวกับดินแดนและความแตกต่างทางอุดมการณ์ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของ SCO แต่อย่างใด