โดนสหรัฐ-อังกฤษปั่นหัว! เบื้องหลังสวีเดนพังไม่เป็นท่า พบกรรมสนองหักรัสเซีย-เบี้ยวสัญญาตุรเคีย

0

โดนสหรัฐ-อังกฤษปั่นหัว! เบื้องหลังสวีเดนพังไม่เป็นท่า พบกรรมสนองหักรัสเซีย-เบี้ยวสัญญาตุรเคีย

จากกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า นางมักดาเลนา แอนเดอร์สสัน แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของสวีเดน

ต่อมาเมื่อวานนี้ (15 กันยายน 2565) ทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณี สวีเดน ผู้นำตกเก้าอี้ เหตุประชาชนไม่หนุนต้านรัสเซีย โดยอ้างอิงจาก Reuters และ Aljazeera ระบุว่า เมื่อ 77 ปีก่อน หลังพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อสหภาพโซเวียติ บรรพบุรุษชาวสวีเดน ตระหนักดีกว่าการเป็นปฏิปักษ์ทางสงครามกับชนชาติที่มีกำลังทหารกล้าแกร่ง และมากล้นพลังงานไม่ใช่สิ่งที่ฉลาดนัก มีแต่จะนำพาหายนะสู่บ้านเมืองและประชาชนให้พินาศย่อยยับ ไม่มีประโยชน์ด้านบวกใดๆ เลย

ดังนั้นจึงนำสวีเดนสู่ชาติที่เป็นกลางไม่ยุ่งเกี่ยวความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างออกนอกหน้า ไม่เข้ากลุ่มสงคราม NATO แต่สหรัฐ อังกฤษ เห็นว่าสวีเดน ได้สิทธิใช้ทรัพยากรรัสเซียเพื่อนบ้านอย่างเหลือเฟือ สงบสุขมานานจนมีเงินคงคลังเหลือมากเกินไป

จึงปล่อยข่าวกรองลวงว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามต่อสวีเดน ต้องคว่ำบาตร ต้องสมัครเข้าร่วมกลุ่มสงคราม NATO แล้วสหรัฐ อังกฤษ จะรับประกันความมั่นคงจะมายืนเคียงข้างเสมอ เพียงสั่งออร์เดอร์อาวุธเท่านั้น สวีเดน เชื่อสนิทใจจึงคว่ำบาตรรัสเซีย สั่งซื้อฝูงบินรบสหรัฐหลายสิบลำ และสมัครเข้า NATO จึงถูกรัสเซีย ตัดพลังงานน้ำมันและก๊าซ และถูกตุรเคีย ขัดขวางยื่นเงื่อนไขต้องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลุ่มก่อก่อร้ายเคอร์ดิสถาน PKK จำนวน 72 รายมาก่อน
สวีเดนรับปากลงนามข้อตกลงระหว่างประเทศต่อหน้าสักขีพยาน แต่ส่งมาให้แค่คนเดียว ที่เหลืออีก 71 คน ทางสวีเดนประกาศเบี้ยวข้อตกลง ตุรเคีย ก็ไม่ยอมให้รัฐสภาโหวตรับรองให้สถานะเข้า NATO สมบูรณ์ สวีเดนขาลอยมาถึงทุกวันนี้
ตั้งแต่นั้นมาสวีเดนก็อยู่ในสถานะ “ชาติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัสเซีย” ราคาพลังงานก๊าซ LNG ที่ซื้อจากสหรัฐ แพงกว่ากว่ารัสเซีย 10 เท่า ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และค่าไฟฟ้าทวีคูณขึ้นจากเดิมราว 5 เท่าขึ้นเป็นหลักแสน สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนทั้งแผ่นดิน คะแนนนิยมรัฐบาลโปรสหรัฐตกต่ำ ฝ่ายค้านแนวอนุรักษ์นิยมคะแนนแซงหน้า , ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาสวีเดนมีประชาชนต่างชาติอพยพเข้าประเทศมาจำนวนมากราว 1 ล้านคนได้รับสัญชาติสวีเดน ต่อมาเกิดอาชญากรรมรุนแรงตามมามากมาย มีอัตราการเสียชีวิตจากการปะทะกันระหว่างแก๊งค์อันธพาลสูงที่สุดในยุโรป
เมื่อสวีเดนจัดการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมาแม้ว่าพรรคโซเชียลเดโมแครต ของนายกรัฐมนตรีแมกดาเลนา แอนเดอร์สัน จะได้เสียงมาอันดับ 1 แต่ไม่สามารถรวมเสียงข้างมากเกินกึ่งในสภาได้เพราะพรรคอื่นไม่เอาด้วย ทำให้ “ผู้นำสวีเดนประกาศยอมรับความพ่ายแพ้โดยการลาออก” ตกเก้าอี้ที่พรรคเธอครองอำนาจมานาน 8 ปี กลายเป็นประเทศลำดับที่ 5 ในสหภาพยุโรปที่รัฐบาลล้มลงในรอบไม่ถึงครึ่งปี , กลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายขวาแนวอนุรักษ์นิยม 4 พรรค ซึ่งประกอบไปด้วย พรรคเดโมแครตสวีเดน คริสเตียนเดโมแครต และพรรคเสรีนิยม ที่ชูนโยบายชาตินิยม “สวีเดนจะต้องมาก่อน” (คล้ายพรรครีพลับพลิกันของโดนัลทรัมป์)
และต่อต้านผู้อพยพเข้าเมือง สามารถรวมเสียงข้างมากในสภาได้แบบเสียงปริ่มน้ำ 176 ต่อ 173 เสียง โดยนาย อูลฟ์ คริสเตอร์สซัน หัวหน้าพรรคแนวคิดสายกลาง จะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ชัยชนะคว่ำรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีแมกดาเลนา แอนเดอร์สัน แห่งสวีเดน ครั้งนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 2014 ในสวีเดน
เพราะตั้งแต่ปี 2010 พรรคประชาธิปไตยสวีเดน ที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ ถูกพรรคใหญ่ๆ รังเกียจกีดกัน ต่อมาปี 2019 พวกสายกลางในพรรคขับสมาชิกหัวรุนแรงออกจำนวนมากเพื่อพยายามปรับตัว
และประกาศว่าพวกเขาพร้อมที่จะร่วมมือกับพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมแล้ว..สรุป แม้รัฐบาลโปรสหรัฐชุดเดิมจะล่มสลายไปแล้ว แต่ด้วยรัฐบาลสวีเดนชุดใหม่เสียงปริ่มน้ำมากแค่ 3 เสียง ดังนั้นหากเดินหน้าคว่ำบาตรเป็นปฏิปักษ์รัสเซีย ละทิ้งความเป็นกลางเดินหน้าเข้า NATO เมื่อเจอค่าครองชีพสุดแพงในฤดูหนาวสังคมก็จะขัดแย้งกันจนรัฐบาลใหม่ขาดเสถียรภาพ ถูกนักธุรกิจอุตสาหกรรมและประชาชนต่อต้าน ไม่นานก็จะอ่อนแอจนล้มครืนลงอีก