เจาะลึก ชัยชนะสุดโป๊ะ ยูเครนอ้างยึดพื้นที่คืนจากรัสเซียได้ แท้จริงทัพทหาร NATO แอบสอดแนมช่วยรบแทน

0

หลังจากที่ยูเครนได้ออกมาประกาศชัยชนะ ที่กองทัพรัสเซียยอมถอนกำลังออกจากพื้นที่คาร์คีฟ และให้คำมั่นว่าจะทวงคืนพื้นที่ที่รัสเซียยึดไปก่อนหน้านี้ ซึ่งนี่นับเป็นครั้งแรก ๆ ที่ยูเครนออกมาประกาศว่ากองทัพตนเองทำภารกิจสำเร็จ แต่ดูเหมือนว่าการป่าวประกาศของยูเครนครั้งนี้ จะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่หวัง เพราะขนาดสหรัฐฯที่ให้การช่วยเหลือ ยังไม่กล้าออกมาร่วมฉลองชัยด้วย ทำให้น่าติดตามแผนต่อไปของรัสเซียมากกว่า ว่าจะเดินเกมด้วยแผนไหน

อาจเป็นรูปภาพของ แผนที่ และ ข้อความ

ล่าสุดกูรูที่ติดตามสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ได้วิเคราะห์ถึงเรื่องนี้ว่า จุดหักเห ศึกคาร์คอฟเป็นจุดหักเหที่สำคัญ หลังจากกองทัพยูเครน หรือถ้าจะพูดความจริงกองทหารนาโต้สามารถลุยทะลุทะลวงกองทัพรัสเซียทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนได้ นาโต้รู้ดีว่าทหารรัสเซียมีจำนวนไม่มากที่จะรักษาเขตแดนที่มีความยาว1,000กิโลเมตร จึงถือโอกาสรัดมพล30,000 นายตีโต้ทำให้กองทัพรัสเซียต้องถอยร่นอย่างไม่เป็นท่า

ลำพังทหารยูเครนไม่ได้มีศักยภาพเพียงพอที่จะสร้างความเสียหายให้กองทัพรัสเซียได้ระดับนี้ เนื่องจากรัสเซียไม่ได้โหมสงครามยูเครนตั้งแต่ต้น เพราะว่าใช้ทหารในสัดส่วนเพียง 1:3 ในการทำสงครามยูเครน โดยเน้นการใช้อาวุธหนัก ไม่ว่าจะเป็นปืนใหญ่ จรวด ขีปนาวุธ หรือการบอมบ์ทางอากาศมากกว่าในสงครามที่จำกัดความเสียหายของทั้งทรัพย์สินและพลเรือน ปูตินจึงเรียกสงครามยูเครนว่าปฏิบัติการพิเศษทางทหาร Special Military Operation

ในใจรัสเซียยังคงแคร์ยูเครนอยู่ เพราะว่าบ้านเมืองเคยเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียมาก่อน ไม่เหมือนกับสงครามอิรัก ที่สหรัฐส่งเครื่องบินไปบอมบ์อย่างไม่ยั้งมือเป็นเวลายาวนานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของชีวิตของประชาชน และบ้านเรือน เนื่องจากต้องการให้อิรัคกลับไปอยู่ยุคหิน ในขณะที่ยูเครนกำลังลำพองใจที่สามารถตีโต้รัสเซียในคาร์คอฟได้ และคุยโวว่าสงครามมาถึงจุดหักเหที่จะนำไปสู่ความพ่ายแพ้ของรัสเซียในที่สุด พร้อมกับเรียกร้อง ขอความช่วยเหลือด้านอาวุธและเงินทองจากตะวันตกเพิ่มขึ้นอีด ส่วนรัสเซียต้องกลับไปตั้งหลัก รวบรวมกำลังพลใหม่เพื่อทำการตอบโต้

ศึกคาร์คีฟทำให้เพนตากอนได้ทีในการเพิ่มงบประมาณทางทหารเข้าไปในยูเครน สมประโยชน์ของพวกMilitary Industrial Complex ที่ต้องการก่อสงครามที่ไม่มีวันจบส้ิน และเป็นการเปิดทางให้สหรัฐส่งอาวุธที่มีอานุภาพที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งขีปนาวุธพิสัยไกลระดับ300ไมล์ให้ยูเครนประหัตประหารรัสเซีย

สงครามยูเครนเป็นอีกตัวอย่างที่คลาสสิคของการแบ่งแยกและปกครอง (Divide and Conquer)ที่กลุ่มแองโกลอเมริกันกำลังใช้กับยูเครนและรัสเซีย เป้าหมายอขงกลุ่มแองโกลอเมริกันคือทำให้รัสเซียอ่อนแอลง หรือทำลายรัสเซีย ล้มระบอบปูติน และเข้าไปยึดครองทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของรัสเซียผ่านรัฐบาลโนมินี จะเห็นได้ว่า กลุ่มแองโกลอเมริกันไม่ได้สนใจใยดีกับยูเครนว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ต้องการให้ยูเครนรบจนไม่เหลือทหารแม้แต่คนเดียวด้วยซ้ำ เพื่อสร้างบอบช้ำให้รัสเซียให้มากที่สุด

ยูเครนเคยเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ถูกยั่วยุให้ชิงชังรัสเซียเข้ากระดูกผ่านการปลุกระดมด้วยลัทธิหนึ่ง ยูเครนถูกแบ่งแยกออกไป เพื่อง่ายต่อการปกครอง และเพื่อทำให้รัสเซียอ่อนกำลังลง ผู้ที่ได้ประโยชน์ที่แท้จริงคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังนาโต้ที่ลงทุนน้อย ในขณะที่รัสเซียต้องลงทุนทำสงครามยูเครนเพื่อปกป้องดินแดนรัสเซียส่วนที่เหลือ ส่วนยูเครนจะเสียหายยับเยินจนสิ้นชาติ ในขณะที่นาโต้สร้างภาพว่าอยู่วงนอกของความขัดแย้ง เพียงแต่ให้ความช่วยเหลือยูเครนทางอาวุธปัจจัย แต่มีทางเลือกที่จะแอบเข้าไปทำสงครามในยูเครนแบบลับ ๆ ได้เพื่อจำกัดความเสียหาย รัสเซียคงต้องเปลี่ยนเป้าหมายการรบในยูเครนจากปฎิบัติการพิเศษทางทหารเป็นสงครามเต็มรูปแบบ full scale warโดยไม่ต้องคำนึงถึงความเสียหาย ที่จะตามมา