สื่อใหญ่ทำนาย 7 ทางเลือกแผนใหม่ “ปูติน” เคลื่อนทัพเด็ดหัวยูเครน บีบสหรัฐฯให้ต้องเปิดหน้ารบกับรัสเซีย

0

หลังจากที่รัสเซียถอยทัพออกจากคาร์คีฟ ก็ทำให้ยูเครนประกาศชัยชนะอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ที่คาดว่าเอาชนะปูตินได้แล้ว แต่ท้ายที่สุด การต่อสู้ในพื้นที่นี้ ทำให้ยูเครนสูญเสียอาวุธและกำลังพลไปจำนวนมาก พร้อมทั้งออกมาร้องขอว่าให้ชาติตะวันตกส่งอาวุธมาให้เพิ่มเป็นการด่วน

ทั้งนี้เมื่อทั่วโลกต่างจับตาว่า เกมต่อไปของปูติน จะทำอย่างไรต่อกับสงคราม โดยสื่อดังอย่างรอยเตอร์ได้วิเคราะห์ 7 ทางเลือกของปูติน ไว้ดังนี้ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ยูเครนกำลังสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อรัสเซีย ด้วยการโจมตีตอบโต้กลับที่ได้ผลอย่างน่าประหลาดใจทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งแรงสะเทือนรุนแรงไปทั่วกองทัพรัสเซีย

และผู้บัญชาการกองทัพยูเครนยังระบุด้วยว่า ทหารยูเครนสามารถยึดหมู่บ้านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนคืนมาจากทหารรัสเซียได้แล้วจำนวนมาก พร้อมกับสามารถขับไล่กองทัพรัสเซียให้ถอยร่นจนประชิดพรมแดน ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่สร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาผู้ติดตามสงครามยูเครนอย่างใกล้ชิด

สำนักข่าว Reuters ห้ามช่างภาพอิสระถ่ายรูปไฟล์ RAW เพื่อรักษาความเป็นจริงของสถานการณ์ | techfeedthai

สำนักข่าวรอยเตอร์ปรับโครงสร้างรวมทีมภาพนิ่งกับวีดีโอเป็นทีม Visual Journalist - FotoUpdate.com อัพเดทอย่างไว วงในคนเล่นกล้อง

ขณะที่ทางสำนักข่าวรอยเตอร์ รวบรวมทางเลือกต่าง ๆ ที่ปธน.ปูติน มีอยู่ หากรัสเซียกำลังพลาดท่าในสมรภูมิภาคตะวันออกของยูเครนจริง ซึ่งทุกทางเลือกล้วนมากับความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์การเมือง

มีผู้เสียชีวิต 35 รายหลังรัสเซียโจมตีฐานทัพยูเครนใกล้ชายแดนโปแลนด์ : อินโฟเควสท์

1. รีบรวบรวมกำลังและจัดกำลังทัพใหม่เพื่อโหมโจมตีอีกครั้ง นักวิเคราะห์ด้านการทหารของรัสเซียเชื่อว่า รัสเซียจำเป็นต้องตรึงกำลังทหารที่แนวหน้าโดยเร็ว และอย่าเพิ่งรุกคืบเข้าไปในยูเครน แต่ให้จัดกำลังทัพใหม่รวมทั้งโจมตีตอบโต้ใส่ทางยูเครนทันที อย่างไรก็ตาม ชาติตะวันตกยังคงสงสัยว่ารัสเซียมีสรรพกำลัง ทั้งจำนวนทหารและอาวุธ เพียงพอที่จะทำเช่นนั้นหรือไม่ เมื่อพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดกับกำลังพลและยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ของรัสเซียตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ปูตินสาบานตนเป็น ปธน.รัสเซียสมัยที่ 4 - BBC News ไทย

นักวิเคราะห์เชื่อว่า ปธน.ปูติน จะต้องตัดสินใจว่าจะปรับเปลี่ยนบรรดานายพลระดับสูงของกองทัพ รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เซอร์เก ชอยกู ที่เป็นบุคคลใกล้ชิด ตามความต้องการของบรรดาผู้ที่มีแนวคิดชาตินิยมหรือไม่ แม้ที่ผ่านมา ปธน.ปูติน มักไม่ค่อยปลดผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเร่งรีบเมื่อเผชิญแรงกดดันก็ตาม

รัสเซียประกาศถอนทหารจากคาร์คีฟ 'เซเลนสกี' เย้ยทำได้แค่เผ่นหนี

2. เคลื่อนกำลังสมทบ ปัจจุบัน รัสเซียมีกำลังพลสำรองราว 2 ล้านคนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และปูตินอาจใช้กำลังพลส่วนนี้เข้าไปสมทบในยูเครน ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถทำได้แต่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนและประจำการ นักวิเคราะห์เชื่อว่าวิธีนี้จะได้รับความนิยมในหมู่สมาชิกกลุ่มชาตินิยม แต่อาจไม่ถูกใจผู้ชายชาวรัสเซียที่อยู่ในเมืองใหญ่ซึ่งไม่ค่อยสนับสนุนการทำสงคราม นอกจากนี้วิธีดังกล่าวยังอาจไม่ตรงกับสิ่งที่ปูตินเรียกว่า “ปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน” ซึ่งหมายถึงการจำกัดเป้าหมายการโจมตีในสงครามครั้งนี้ แต่จะเป็นการเข้าสู่ “สงครามแบบเต็มรูปแบบ”

3. อดทนรอ “วิกฤตพลังงาน” ในฤดูหนาว แหล่งข่าวใกล้ชิดกับรัฐบาลรัสเซีย กล่าวกับรอยเตอร์ว่า ปธน.ปูติน คาดหวังว่าราคาพลังงานที่จะสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว ประกอบกับการขาดแคลนพลังงานในยุโรป จะสร้างความลำบากให้แก่ชาติในยุโรปในการสนับสนุนด้านอาวุธแก่ยูเครน และอาจทำให้ชาติตะวันตกเหล่านั้นพยายามโน้มน้าวให้ยูเครนยอมวางอาวุธในที่สุด

คณะผู้ตรวจสอบ UN แฉความจริง กองทัพยูเครน ไร้ความเป็นมนุษย์ - Thaimoveinstitute.com

 

4. ขยายเป้าหมายการโจมตีด้วยขีปนาวุธ หลังจากเกิดการล่าถอยในภาคตะวันออกเฉียบเหนือของยูเครน กองทัพรัสเซียได้หันไปใช้วิธีโจมตีด้วยขีปนาวุธใส่เครือข่ายสาธารณูปโภคของยูเครนมากขึ้น ก่อให้เกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ สัญญาณโทรศัพท์และน้ำประปาถูกตัดขาด วิธีนี้ได้รับการชมเชยจากชาวรัสเซียแนวคิดชาตินิยมที่ต้องการให้กองทัพใช้การโจมตีด้วยขีปนาวุธมากขึ้นต่อเป้าหมายพลเรือนในยูเครน แม้เป็นการกระทำที่ถูกประณามจากประชาคมโลกก็ตาม นอกจากนี้ยังมีเสียงเรียกร้องจากภายในรัสเซียให้ใช้การโจมตีแบบระบุตำแหน่งในกรุงเคียฟและเมืองใหญ่อื่น ๆ ของยูเครนด้วย

5. ยกเลิกหรือลดขนาดข้อตกลงขนส่งธัญพืชจากยูเครน ที่ผ่านมา ปธน.ปูติน ตำหนิข้อตกลงขนส่งธัญพืชออกจากยูเครนผ่านทางทะเลดำ ว่าไม่เป็นธรรมต่อรัสเซียและประเทศยากจนต่าง ๆ โดยปูตินมีกำหนดหารือกับผู้นำตุรกีในสัปดาห์นี้เพื่อปรับเปลี่ยนข้อตกลงฉบับนี้ที่จะหมดอายุลงในเดือนพฤศจิกายน

6. จัดทำข้อตกลงสันติภาพ รัฐบาลรัสเซียเคยระบุว่า เมื่อเวลาเหมาะสม รัสเซียจะเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ยูเครนทำตามเพื่อให้เกิดข้อตกลงสันติภาพขึ้น ในขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ยืนยันว่าตนจะใช้กำลังเพื่อปลดปล่อยประเทศจากการยึดครองรัสเซีย ซึ่งรวมถึงแคว้นไครเมียด้วย ซึ่งเป็นจุดยืนที่อาจทำให้ข้อตกลงสันติภาพเกิดขึ้นได้ยาก

เซเลนสกี" เผยต้องการพบ "ปูติน" เพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน : อินโฟเควสท์

7. นิวเคลียร์ โทนี่ เบรนตัน อดีตทูตอังกฤษประจำรัสเซีย เตือนว่า ปธน.ปูติน อาจใช้อาวุธนิวเคลียร์จริง ๆ หากรู้สึกว่าตนเองกำลังจนตรอกแต่ เบน ฮอดจ์ส อดีตนายพลแห่งกองทัพอากาศสหรัฐฯ เห็นด้วยว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นจริง แต่โอกาสเกิดขึ้นน้อยอย่างยิ่ง เพราะจะไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบจากเรื่องนี้ ซึ่งปูตินและคนใกล้ชิดของเขาก็คงไม่อยากทำเช่นนั้น ที่ผ่านมา รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาจากชาติตะวันตกว่าอาจนำอาวุธนิวเคลียร์ไปใช้ในยูเครน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะทำให้มีผู้เสียชีวิตในวงกว้าง และจะทำให้สหรัฐฯ และชาติตะวันตกต้องกระโจนเข้าสู่สงครามกับรัสเซียโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และผลกระทบของกองทัพต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

รัสเซียบอกเร็วไปที่จะพูดถึงการเจรจาปูติน-เซเลนสกี