สาวมุสลิมประท้วงเดือด! แฉ รบ.เดนมาร์ก ออกกม.ผิดหลักศาสนา-กำจัดเสรีภาพ! ตอกย้ำ ยุโรป ประชาธิปไตยจอมปลอม!

0

สาวมุสลิมประท้วงเดือด! แฉ รบ.เดนมาร์ก ออกกม.ผิดหลักศาสนา-กำจัดเสรีภาพ! ตอกย้ำ ยุโรป ประชาธิปไตยจอมปลอม!

จากกรณีเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 สมาชิกสภานิติบัญญัติของเดนมาร์กลงคะแนน 75 ต่อ 30 เสียง งดออกเสียง 74 เสียง เห็นชอบกฎหมายของรัฐบาลที่เสนอห้ามสวมผ้าคลุมใบหน้า หากฝ่าผืนมีโทษปรับ 1,000 ปอนด์ หากพบว่าทำผิดซ้ำ และโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน

ล่าสุดทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยอ้างอิงจาก AlJazeera และ Arbejderen ระบุว่า  หลายคนที่รับข่าวสารจากสื่อตะวันตกมามากจะถูกปลูกฝังความเชื่อลวงว่ารัฐบาลตอลีบัน อัฟกานิสถาน ห้ามหญิงมุสลิมเปิดหน้าผ้าโพกศีรษะฮิญาบ นั่นเป็นเรื่องจินตนาการโลกเสมือนที่ไม่ใช่โลกความจริง เพราะปัจจุบันรัฐบาลอัฟกานิสถาน ใส่ใจเรื่องสิทธิสตรีมาก ไม่เคยมีข้อห้ามแบบนี้ หญิงมุสลิมทุกคนจะแต่งกายอย่างไรก็ได้

แต่ในทางกลับตาลปัตรกันใจกลางทวีปยุโรป ที่อ้างว่าเป็นดินแดนเสรีภาพ เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2022 ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการเพื่อการต่อสู้ของสตรีของเดนมาร์ก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งโดยพรรคโซเชียลเดโมแครตของเดนมาร์ก ได้เรียกร้องให้รัฐบาลออกคำสั่ง “ห้ามสวมฮิญาบ หรือผ้าคลุมศีรษะของชาวมุสลิม” สำหรับนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาของเดนมาร์ก อ้างว่าเพื่อป้องกัน “การควบคุมทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับเกียรติยศของเด็กผู้หญิงจากภูมิหลังของชนกลุ่มน้อย การใช้ผ้าพันคอในโรงเรียนประถมศึกษาสามารถสร้างการแบ่งแยกระหว่างเด็กออกเป็นสองกลุ่มคือ “เรา” และ “พวกเขา’”
โรงเรียน Tilst Skole นอกกรุงโคเปนเฮเกนเมืองหลวงของเดนมาร์ก มีนักเรียนเกือบ 800 คนสวมฮิญาบมา 2 ปีแล้วได้รับผลกระทบรุนแรงจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนการแต่งกายส่วนตัว จุดชนวนความไม่พอใจ , เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมาประชาชนชาวเดนมาร์กหลายพันคนพากันไปที่ถนนในโคเปนเฮเกน ก่อม็อบประท้วงการห้ามสวมฮิญาบในโรงเรียนประถมศึกษาของเดนมาร์ก ผู้คนออกไปตามท้องถนน ผู้ประท้วงระบุว่า “คนเรามีเสรีภาพในการนับถือศาสนา ดังนั้นฉันควรสวมใส่ในสิ่งที่ฉันต้องการ และฉันสามารถเชื่อในสิ่งที่ฉันชอบ
เมื่อฉันได้ยินเกี่ยวกับกฎข้อห้ามนี้ ฉันประหลาดใจมาก” เด็กๆ พากันโวยวายว่า “ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของฉัน” บรรดาผู้ประท้วงรู้สึกว่าคำสั่งห้ามแต่งกายนี้ละเมิดเสรีภาพของเธอ และของเด็กผู้หญิง เพราะการบังคับให้พวกเธอถอดผ้าคลุมศีรษะออกเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติและประเพณีวัฒนธรรมความเชื่อ
บรรดาผู้ใหญ่ที่ร่วมประท้วงก็ยืนยันว่า “การห้ามแต่งกายตามความเชื่อจะไม่ช่วยแก้ปัญหาใดๆ ที่เด็กสาวต้องเผชิญซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของสังคม ในทางตรงกันข้ามการห้ามนี้สามารถเพิ่มประเด็นที่ใหญ่กว่าได้ เด็กผู้หญิงที่ถูกควบคุมทางสังคมเชิงลบอยู่แล้วจะถูกกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ” อีกทั้งในความจริงแล้ว “ยังมีเด็กผู้หญิงที่ไม่สวมฮิญาบ ก็ยังถูกควบคุมทางสังคมเชิงลบอีกมากมายด้วย” และในสังคมมุสลิมเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ที่สวมฮิญาบ “กำลังทำด้วยความเต็มใจ กฎข้อห้ามนี้จะกลายเป็นการตีตรา สร้างปัญหา และสร้างความสงสัยให้กับกลุ่มชนกลุ่มน้อยทางศาสนาจำนวนมาก”
ผู้ประท้วงระบุว่า “ฉันตระหนักว่าเสียงของเรานั้นมองไม่เห็นในสังคม จึงจำเป็นต้องออกไปประท้วงตามท้องถนนและให้เสียงของเราได้ยิน” เพราะเป็นความรู้สึกที่ยากลำบากมาก หลังจากกฎข้อห้ามแต่งกายทำให้รู้สึก แตกต่าง และถูกสงสัย บรรดาผู้หญิงมุสลิมกลัวว่า “คำสั่งห้ามจะทำให้เด็กผู้หญิงบางคนรู้สึกผิด เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ผู้หญิงมุสลิมที่สวมฮิญาบมีอยู่ทุกหนทุกแห่งในสังคมเดนมาร์ก” พวกเขาเป็นแพทย์ นักจิตวิทยา คนขับรถบัส และศิลปิน พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก ”ฮิญาบเป็นเรื่องของหัวใจ และไม่ควรห้าม เพราะมันละเมิดสิทธิ์พื้นฐานของผู้หญิง”..สรุป ผู้หญิงมุสลิมในอัฟกานิสถานมีเสรีภาพการแต่งกายมากกว่าการอยู่อาศัยในเดนมาร์ก..และที่สำคัญสหรัฐ ยังไม่ยอมคืนเงิน 7,000 ล้านดอลลาร์ ที่ปล้นยึดไปจากเงินฝากธนาคารกระทรวงการคลังอัฟกานิสถาน