ไม่กลัวสหรัฐคว่ำบาตร! อินโดฯ หลังพิงจีน-อินเดีย ลุย ซื้อน้ำมันรัสเซียราคาถูก ช่วยปชช.ลดค่าพลังงาน

0

ไม่กลัวสหรัฐคว่ำบาตร! อินโดฯ หลังพิงจีน-อินเดีย ลุย ซื้อน้ำมันรัสเซียราคาถูก ช่วยปชช.ลดค่าพลังงาน

จากกรณีที่อินเดีย หลังจากเข้ากลุ่ม BRICS ข้อมูลจากรัฐบาลอินเดีย ระบุว่าไตรมาสแรกปีนี้ เศรษฐกิจอินเดีย GDP เติบโตขึ้น 13.5% , รายงานจาก Morgan Stanley คาดว่าในปี 2022 อัตรา GDP ทางเศรษฐกิจของอินเดียทั้งปีจะเติบโตเฉลี่ย 9.2% ส่วนปี 2023 จะเติบโต 7% , จากฐานข้อมูล IMF เดือน มี.ค.ที่ผ่านมามูลค่าราวที่ 854,700 ล้านดอลลาร์ ทำให้อินเดียกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก แซงหน้าสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคม และคาดว่าอินเดียจะเติบโตเร็วที่สุดในเอเชียในปี 2022 – 2023

โดยผู้นำอินเดีย เผยเคล็ดลับว่า “ที่อัตราเงินเฟ้อไม่สูงมากก็เพราะพึ่งพาน้ำมันและก๊าซราคาถูกของรัสเซีย” , ข้อมูลที่แข็งแกร่งนี้เพิ่มความเชื่อมั่นว่าอินเดียอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการส่งมอบ Supply ในประเทศ ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากความอ่อนแอของการเติบโตของตลาดในประเทศที่พัฒนาแล้ว และเศรษฐกิจอินเดียจะแทรกซึมเข้าไปในความต้องการสินค้าภายนอกของเอเชีย

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (12 กันยายน 2565) สำนักข่าว The Business Times อ้างอิงจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กำลังพิจารณาร่วมกับอินเดียและจีนในการซื้อน้ำมันรัสเซียเพื่อชดเชยแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

ในเดือนสิงหาคม ซานเดียกา อูโน รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวกล่าวว่า อินโดนีเซียได้รับข้อเสนอน้ำมันดิบรัสเซียในราคาลด 30% ขณะที่ บริษัทน้ำมันของรัฐ Pertamina กล่าวว่ากำลังทบทวนความเสี่ยงในการซื้อน้ำมันของรัสเซีย

ทั้งนี้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อัตราเงินเฟ้อประจำปีอยู่ที่ 4.69% ในเดือนสิงหาคม สูงกว่าระดับเป้าหมายของธนาคารกลางที่ 2-4% เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจากราคาอาหารที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ สหรัฐ ได้ขู่ว่าจะออกมาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศผู้ซื้อน้ำมันรัสเซีย ที่ซื้อในราคาเกินกว่าเพดานที่วางไว้ และใช้บริการของชาติตะวันตกในการทำธุรกรรม ซึ่งนับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับประเทศที่เกี่ยวข้องกับร้สเซีย

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เขายังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องหาแหล่งพลังงานที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของประชาชน รัฐบาลต้องหาวิธีแก้ไข

ความเห็นของวิโดโดได้เน้นย้ำให้เห็นถึงความยากลำบากของหลายประเทศ ที่กำลังพยายามหาจุดสมดุลระหว่างภูมิศาสตร์ทางการเมืองและวิกฤตพลังงาน ที่ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนและธุรกิจทั่วโลก

อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินตามนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับมหาอำนาจมานานแล้ว โดยวิโดโดได้เดินทางไปเยือนกรุงมอสโกและกรุงเคียฟเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หรือเพียงไม่กี่เดือนหลังรัสเซียบุกยูเครน เพื่อเชิญผู้นำของสองประเทศเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 เป็นการส่วนตัว