ฝีมือคนละชั้น!! ปูตินนำทัพเอง เย้ยเมกากับพวกล้มเหลวแพ้ยับในสงครามเศรษฐกิจ สมรภูมิรบถูกบดขยี้

0

ในที่สุดก็เปิดตัวผู้บัญชาการทหารสูงสุดของรัสเซียว่า ปธน.ปูตินดำรงสถานะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดร่วมกับแม่ทัพในพื้นที่ ดังนั้นในการประชุมทีมระดับนำ ปูตินได้สรุปให้ทีมฟังว่า ฝ่ายตะวันตกที่นำโดยสหรัฐอเมริกาและพันธมิตร ทั้งนาโต้ สหภาพยุโรป ตลอดครึ่งปีมานี้ แพ้ทุกสนาม ทั้งสงครามเศรษฐกิจ และสนามรบในสงครามตัวแทนที่ยูเครน

สหรัฐและตะวันตกได้ออกมาตรการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงที่ปูตินเรียกว่ากลยุทธสายฟ้าแลบ ต่อเศรษฐกิจการเงิน ธุรกิจ  สื่อ กีฬา และวัฒนธรรมของรัสเซียหลังจากมอสโกว์เปิดฉากปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน แต่การลงโทษได้ส่งผลย้อนกลับไปสู่ผู้กระทำทั้งสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก ส่งผลให้ราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อพุ่งทะลุเพดาน อีกทั้งได้นำพาพันธมิตรตะวันออกกัดกร่อนมูลค่าดอลลาร์ผูกขาดของสหรัฐ ทำลายสถานภาพทางเศรษฐกิจต่อตะวันตกได้กว้างขวางอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ในสมรภูมิการสู้รบ สหรัฐยังคงแอบหลังยูเครนแต่ยัดไส้ทหารนาโต้เข้ามารบกับรัสเซีย โดยรวมก็ยังพ่ายแพ้ ปูตินประกาศว่าไม่ว่าอย่างไรรัสเซียจะบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในการต่อสู้อย่างแน่นอน

วันที่ ๑๓ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวสปุ๊ตนิกและรัสเซียทูเดย์รายงานว่า ปธน.วลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียกล่าวว่า ประเทศกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากตะวันตก และเราได้ดำเนินมาตรการปกป้องเศรษฐกิจในทันที กลยุทธ์สายฟ้าแลบของตะวันตกล้มเหลวในการทำงาน”

 

ปูตินกล่าวย้ำว่า “เราเห็นว่าการกระทำของผู้ไม่หวังดีนั้นส่วนใหญ่คาดเดาไม่ได้และหุนหันพลันแล่นในหลายประการ ชัดเจนว่าไม่เป็นมืออาชีพซึ่งหมายความ

ว่า เราต้องทำงานให้สอดคล้องกับตรรกะของเรา รักษาความคิดริเริ่ม และไม่เพียงตอบสนองต่อขั้นตอนที่ไม่เป็นมิตรเท่านั้น แต่ยังต้องแก้ไขอุปสรรคงานของเราในด้านเศรษฐกิจ ขอบเขตทางสังคม และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องด้วย”

ประธานาธิบดีรัสเซียยังกล่าวอีกว่า “การนำมาตรการต่อต้านวิกฤตในวงกว้างมาใช้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนเสถียรภาพและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจรัสเซียเมื่อเผชิญกับความท้าทายจากภายนอก ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่รับผิดชอบของเราในปีก่อนหน้า นั่นเป็นสาเหตุที่สถานะของรัสเซียด้านงบประมาณตอนนี้ดีกว่าในประเทศ G๒๐ ส่วนใหญ่ และประเทศเพื่อนของเราในประเทศ BRICS อย่างมีนัยสำคัญ” 

เขาได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่ากระบวนการลดค่าเงินดอลลาร์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ประธานาธิบดีปูตินเน้นย้ำว่ารัสเซียจะไม่ถูกแยกออกจากส่วนอื่น ๆ ของโลกโดยการคว่ำบาตร แต่กลับส่งผลย้อนกลับต่อสหรัฐและพันธมิตรซะเอง มาวันนี้พันธมิตรของรัสเซียจำนวนมากขึ้น เริ่มใช้สกุลเงินประจำชาติของตนเองเพื่อทำธุรกรรมกับคู่ค้าต่างประเทศแทนดอลลาร์สหรัฐแล้วและจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น

ในด้านยุทธภูมิการรบในยูเครน ปูตินรับฟังโดยตรงประหนึ่งผู้บัญชาการสูงสุด เพื่อรับประกันชัยชนะด้วยพิชัยสงครามที่ยืดหยุ่น

ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินระบุว่า ปธน.ปูตินได้รับการอัปเดตเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกองทัพตลอดเวลา รับรู้และมีส่วนในการตัดสินใจที่สำคัญ

โฆษกกล่าวกับสื่อเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและปฏิบัติการทั้งหมดของกองทัพในสมรภูมิยูเครน ถูกรายงานไปยังผู้บัญชาการทหารสูงสุด ปธน.ปูติน ซึ่งสามารถติดต่อกับรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เซเกย์ ชอยกู และผู้บัญชาการกองทัพรัสเซียทุกคนได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง”

หลังจากที่กองกำลังยูเครนบุกโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในภูมิภาคคาร์คอฟ กระทรวงกลาโหมระบุว่าจำเป็นต้องจัดสรรกำลังใหม่ ขณะเดียวกันโพสต์ในโซเชียลมีเดียของอดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ดมิทรี เมดเวเดฟ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซีย เสนอแนะว่ามอสโกว์อาจต้องเพิ่มกำลังทหารหลักในสงครามยูเครน เมื่อฝ่ายตรงข้ามได้รับการสนับสนุนเพิ่มจากสหรัฐและนาโต้

สถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียประกาศว่า กองกำลังรัสเซียได้ถล่มคลังกระสุนขนาดใหญ่ในยูเครนตอนใต้ กำจัดกระสุน ๔๕,๐๐๐ ตันในขณะที่ดำเนินการ “ โจมตีที่มีความแม่นยำสูง ” ต่อกองกำลังของเคียฟระหว่างการสู้รบ

การสู้รบใกล้เมืองโวสเนเซนสก์( Voznesensk) ในภูมิภาคนิโคเลียฟ (Nikolaev) เคียฟสูญเสียทหารกว่า ๓๐๐ และบาดเจ็บมากถึง ๑,๐๐๐ คน ในช่วง ๒๔ ชั่วโมงที่ผ่านมาในพื้นที่

กระทรวงกลาโหมระบุด้วยว่า ในช่วงเวลาเดียวกัน กองกำลังรัสเซียมุ่งเป้าไปที่กองทัพของเคียฟในภูมิภาคคาร์คอฟ  ซึ่งกองทัพของมอสโกว์เพิ่งถอนกำลังจากหลายจุดเพื่อจัดกลุ่มใหม่ ได้โจมตีหน่วยคราเคน (Kraken) กองพลน้อยป้องกันดินแดนที่ ๑๑๓ และกองพลน้อยยานยนต์ที่ ๙๓ ที่บุกเข้ามาในพื้นที่เป้าหมาย ทหารยูเครนสูญเสีย ๒๕๐ ราย และกองกำลังรัสเซียสามารถกำจัดยานพาหนะทางทหารมากกว่า ๒๐ คัน

การโจมตีครั้งใหม่เกิดขึ้นจากการตอบโต้กองทหารยูเครนที่บุกเข้ามาในภูมิภาคคาร์คอฟ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียอ้างว่าการสู้รบ ๕ วันกับกองกำลังผสมของเคียฟทั้งทางตะวันออกและทางใต้ของประเทศทำให้เคียฟสูญเสียกำลังพลทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า ๑๒,๐๐๐ คนแล้ว