ลิซ ทรัสส์วุ่นอีก! เปิดลึก ออสเตรเลีย ลุกแยกเอกราชเครือจักรภพ แฉ ปท.อาณานิคมถูกสูบเงินเข้ารบ.อังกฤษทุกปี

0

ลิซ ทรัสส์วุ่นอีก! เปิดลึก ออสเตรเลีย ลุกแยกเอกราชเครือจักรภพ แฉ ปท.อาณานิคมถูกสูบเงินเข้ารบ.อังกฤษทุกปี

จากกรณีเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 มีรายงานว่า Adam Bandt ส.ส.พรรคกรีนจากเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ได้ทวีตเรียกร้องให้ออสเตรเลียเป็นสาธารณรัฐหลังจากควีนอลิซาเบธที่ 2 ทรงสิ้นพระชนม์ไม่ถึง 5 ชั่วโมง แถมยังปฏิเสธที่จะไว้ทุกข์ให้พระองค์อีกด้วย

ต่อมาเมื่อวานนี้ (11 กันยายน 2565) ทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่อินเดีย เศรษฐกิจดีขึ้น โตเร็วสุดในเอเชีย ทิ้งห่างอังกฤษไปแล้ว โดยอ้างอิงจาก RTnews และ bloomberg ระบุว่า ในโลกนี้มีเพียง 22 ชาติเท่านั้นที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร ซึ่งอินเดียแม้จะมีพลเมืองมากชาติกว้างใหญ่ ก็ไม่รอดถูกเป็นอาณานิคมเช่นกัน แต่โลกนี้มีขึ้นสูงสุดก็เสื่อมถอยได้

ปัจจุบันสหราชอาณาจักร มีเหลืออาณานิคม 14 ชาติในเครือจักรภพ คือ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จาเมกา บาฮามาส เบลิซ เบลิซ เกรนาดา แอนติกัวและบาร์บูดา เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ เซนต์คิตส์และเนวิส เซนต์ลูเซีย ปาปัวนิวกินี ตูวาลู และหมู่เกาะโซโลมอน ที่ต้องส่งรายได้ตามสัดส่วนให้รัฐบาลอังกฤษทุกปี , ล่าสุด ส.ส.ออสเตรเลีย และเครือข่ายตระกูลดังออกมาจุดกระแส “แยกเอกราชเป็นสาธารณรัฐออสเตรเลีย” ไม่ขอเป็นเครือจักรภพอังกฤษ

ส่วนอินเดียนั้น หลังเลือกคบเพื่อนดีรัสเซีย และเข้ากลุ่ม BRICS ข้อมูลจากรัฐบาลอินเดีย ระบุว่าไตรมาสแรกปีนี้ เศรษฐกิจอินเดีย GDP เติบโตขึ้น 13.5% , รายงานจาก Morgan Stanley คาดว่าในปี 2022 อัตรา GDP ทางเศรษฐกิจของอินเดียทั้งปีจะเติบโตเฉลี่ย 9.2% ส่วนปี 2023 จะเติบโต 7% , จากฐานข้อมูล IMF เดือน มี.ค.ที่ผ่านมามูลค่าราวที่ 854,700 ล้านดอลลาร์ ส่วน สหราชอาณาจักรมีมูลค่าต่ำกว่าคือ 816,000 ล้านดอลลาร์ , ค่าเงินปอนด์ร่วงอ่อนค่าลง 8% เมื่อเทียบกับรูปีอินเดียในปีนี้ , ทำให้อินเดียกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก แซงหน้าสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคม และคาดว่าอินเดียจะเติบโตเร็วที่สุดในเอเชียในปี 2022 – 2023
โดยมีส่วนสนับสนุน 28% ของการเติบโตในระดับภูมิภาค และ 22% ทั่วโลก ผู้นำอินเดีย เผยเคล็ดลับว่า “ที่อัตราเงินเฟ้อไม่สูงมากก็เพราะพึ่งพาน้ำมันและก๊าซราคาถูกของรัสเซีย” , ข้อมูลที่แข็งแกร่งนี้เพิ่มความเชื่อมั่นว่าอินเดียอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการส่งมอบ Supply ในประเทศ ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากความอ่อนแอของการเติบโตของตลาดในประเทศที่พัฒนาแล้ว และเศรษฐกิจอินเดียจะแทรกซึมเข้าไปในความต้องการสินค้าภายนอกของเอเชีย
ตอนนี้ประเทศในเอเชียใต้กำลังไล่จี้หายใจรดต้นคอสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น และเยอรมนี มาติดติดๆ ส่วนสถานะความมั่งคั่งทางการเงินคงคลัง Top15 ของโลกนั้น ณ พ.ค. ปีนี้ สหรัฐ ลูกพี่ใหญ่เกือบรั้งท้ายอันดับ 14 ส่วนบริวารมือขวาสหราชอาณาจักร นั้นตกอันดับความมั่งคั่ง Top15 ของโลก เศรษฐกิจกลับตาลปัตรตรงข้ามกับอินเดีย
อัตราเงินเฟ้ออังกฤษเดือน ส.ค.ราว 10.1% ปลายปีนี้คาดว่าเพิ่มเป็น 18% และต้นปีหน้า 2022 จะพุ่งเป็น 22% รวดเร็วที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ อังกฤษ กำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำจากผลกระทบคว่ำบาตรรัสเซีย ประชาชนกำลังดิ้นรนกับวิกฤตค่าครองชีพที่ร้ายแรง ธนาคารกลางอังกฤษ
คาดการณ์ว่าประเทศจะต้องเผชิญภัยคุกคามจากภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจที่มุ่งทรุดต่ำลงไปในทิศทางนี้ไม่อาจตั้งหลักฟื้นตัวได้ไปอีกไม่ต่ำกว่า 2 ปี ขณะนี้เงินคงคลังรัฐบาลอังกฤษ “ถังแตก” เรียบร้อยแล้วเหลือเศษเงินไม่มากนักติดก้นบาตรที่คว่ำจนหดหาย รัฐบาลใหม่ที่นำโดยนายกรัฐมนตรีลิส ทรัสส์ จำเป็นต้องขอกู้เงินธนาคารเพิ่มอีก 100,000 ล้านปอนด์ (กว่า 4.2 ล้านล้านบาท) อินเดียคบรัสเซียขาขึ้น ขณะอังกฤษคว่ำบาตรรัสเซียขาลง