อิตาลีวุ่นหนัก! พนง.บริษัท SME 3.5 ล้านคนจ่อถูกเลิกจ้าง! ธุรกิจกว่า 8 แสนแห่งส่อเจ๊ง หลังเจอค่าไฟแพงอื้อ!

0

อิตาลีวุ่นหนัก! พนง.บริษัท SME 3.5 ล้านคนจ่อถูกเลิกจ้าง! ธุรกิจกว่า 8 แสนแห่งส่อเจ๊ง หลังเจอค่าไฟแพงอื้อ!

จากกรณีที่มีรายงานว่า ชาวอิตาลีในเนเปิลส์ ออกมารวมตัวกันเผาบิลค่าไฟต่อหน้าสาธารณะและปิดล้อมศาลากลางเมือง ในการประท้วงแสดงความไม่พอใจกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนพลังงาน โดยพวกผู้ประท้วงคร่ำครวญว่าบิลค่าก๊าซและค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 300-400% และให้คำจำกัดความข้อเสนออุดหนุน 15% ของกระทรวงกระทรวงการเปลี่ยนผ่านทางนิเวศวิทยา ว่าเป็นเรื่อง “ตลกสิ้นดี”

โดยมีการเผยแพร่ภาพบรรดาผู้ชุมนุมโชว์บิลค่าก๊าซและค่าไฟที่เพิ่มขึ้นของตนเอง จากนั้นก็จัดการเผามัน เพื่อแสดงออกถึงการประท้วง “สำหรับเรา การปรับขึ้นตามอำเภอใจและไม่ชอบธรรมนี้กำลังผลักให้เราเผชิญความยากลำบากมากมาย” ผู้ประท้วงรายหนึ่งกล่าว

ความเคลื่อนไหวประท้วงครั้งนี้ มีขึ้นในขณะที่ประชาชนในอิตาลี จะถูกร้องขอให้ปิดเครื่องทำความร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน และจะมีการจำกัดการใช้เครื่องทำความร้อนกลางในอาคารสาธารณะต่างๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งอิตาลี พึ่งพิงการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเป็นอย่างมาก และเวลานี้จำเป็นต้องดิ้นรนกำหนดข้อจำกัดการใช้ต่างๆ เพื่อรับมือกับช่วงเวลาหลายเดือนของฤดูหนาว และเมื่อเดือนพฤษภาคม รัฐบาลเห็นชอบกฤษฎีกาฉบับหนึ่ง ซึ่งจัดสรรงบประมาณสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจ 14,000 ล้านยูโร ในนั้นรวมถึงมาตรการต่างๆ สำหรับลดค่าใช้จ่ายทางพลังงาน

รายงานข่าวระบุว่า อิตาลี ซึ่งพึ่งพิงการนำเข้าพลังงานเป็นอย่างมาก อาจมีต้นทุนสิทธิด้านการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้นเท่าตัว เป็นเกือบๆ 100,000 ล้านยูโร ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ค่อยๆ หนักหน่วงขึ้นในยุโรป เวลานี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่รัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะมีข้อเสนออย่างไรในการรับมือกับฤดูหนาวที่กำลังมาเยือน

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (9 กันยายน 2565) พนักงาน SME (วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) 3.5 ล้านคนมีความเสี่ยงที่จะถูกเลิกจ้าง

โดย Confartigianato ของสมาคมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งอิตาลี รายงานว่า “ต้นทุนพลังงานที่สูงทำให้เกิดความเสี่ยงกับ 881,264 องค์กรขนาดเล็กและขนาดจิ๋วที่มีพนักงานรวมกัน 3,529,000 คน, หรือ 20.6% ทำงานในระบบธุรกิจของอิตาลี”
ตามที่เธอกล่าว การผลิตประเภทที่ใช้พลังงานมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตเซรามิก, แก้ว, ซีเมนต์, กระดาษ, ยาง, พลาสติก, ตลอดจนโลหะวิทยา, การกลั่นน้ำมัน, เวชภัณฑ์มีความเสี่ยงมากที่สุด
นอกจากนี้ เนื่องจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น อุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ ก็ประสบปัญหาเช่นกัน เช่น สิ่งทอ, งานไม้, การพิมพ์, การผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน, เครื่องยนต์และส่วนประกอบรถยนต์, ตลอดจนการจ่ายน้ำและการกำจัดของเสีย การเพิ่มขึ้นของราคาจะส่งผลเสียต่อภาคบริการตาม Confartigianato ระบุ
ตามที่ผู้ประกอบการ “พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติราคาสูงที่สุด (สำหรับผู้ให้บริการด้านพลังงาน)” คือลอมบาร์เดีย มีบริษัท 139,000 แห่งที่มีพนักงาน 751,000 คนอยู่ในเขตเสี่ยง และนี่สำหรับ SMEs เท่านั้น ยังไม่มีใครนับว่าคนจะตกงานจากอุตสาหกรรมและองค์กรขนาดใหญ่กี่คน