หมอดูปูตินสุดแม่น! ยุโรปสูญเสียเพราะคว่ำบาตร 14.4 ล้านล้านใน 1 ปี ขณะรบ.ใหม่ UK เพิ่งตื่นสำรวจน้ำมัน-ก๊าซ แต่ปชช.ต้องรออีก10ปี

0

หมอดูปูตินสุดแม่น! ยุโรปสูญเสียเพราะคว่ำบาตร 14.4 ล้านล้านใน 1 ปี ขณะรบ.ใหม่ UK เพิ่งตื่นสำรวจน้ำมัน-ก๊าซ แต่ปชช.ต้องรออีก10ปี

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 มีรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษจะประกาศใบอนุญาตสำรวจน้ำมัน และก๊าซในทะเลเหนือเพิ่มอีกจำนวนมาก เพื่อพยายามเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศ แต่ยังไม่แน่นอนว่ารัฐบาลอังกฤษจะออกใบอนุญาตใหม่กี่ใบ แต่อาจมีมากถึง 130 ใบ

โดยนางลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ ได้ชี้แจงแผนรับมือค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่พุ่งทะยานขึ้น ซึ่งในระหว่างที่หาเสียงชิงตำแหน่งผู้นำคนใหม่นั้น นางทรัสส์ ย้ำว่า การส่งเสริมซัพพลายพลังงานในประเทศจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่เธอให้ความสำคัญเพื่อทำให้ราคาพลังงานลดลง ทั้งนี้ การออกใบอนุญาตครั้งนี้จะไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลดลง เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วต้องใช้เวลา 5-10 ปีตั้งแต่เริ่มการสำรวจกว่าจะผลิตน้ำมัน และก๊าซออกมาได้

ต่อมาทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อควาถมึงกรณีดังกล่าว โดยอ้างอิงจากสำนักข่าว RT news และ The Economist ระบุว่า เมื่อเกือบ 3 เดือนก่อน กลาง มิ.ย.2022 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียร่วมการประชุม St. Petersburg International Economic Forum (SPIEF) ครั้งที่ 25 ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย เขากล่าวสุนทรพจน์สวนหนึ่งที่สำคัญมากว่า ” วิธีคิดแบบการล่าอาณานิคมจะล้มเหลว ระเบียบโลกเก่าแบบขั้วเดียวไม่หวนกลับมาอีกแล้ว และจะหายไปพร้อมกับสายลม นับตั้งแต่นี้ศูนย์กลางอำนาจโลกแห่งใหม่เกิดขึ้นแล้ว

และมีสิทธิที่จะปกป้องระบบของตนเอง ทั้งทางทางเศรษฐกิจ และอำนาจอธิปไตย การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงจะเกิดในเชิงปฏิวัติ และแปรสัณฐานภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก ในทางเทคโนโลยี ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญยิ่งนี้จะไม่อาจหยุดยั้ง”

“ความปั่นป่วนจะไม่ปกติ ทุกอย่างจะไม่เป็นเหมือนเดิม จะไม่ย้อนกลับไปยุคเก่าอีกต่อไป การคว่ำบาตรหวังจะบ่อนทำลายเศรษฐกิจและสังคมของรัสเซีย จะส่งผลร้ายแรงกลับเป็นบูมเมอแรงย้อนไปชาติตะวันตกเองไม่ใช่รัสเซีย พวกเขาหล่านั้นจะเกิดเกิดปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ ผลักดันขั้นวิกฤตของค่าอาหารที่ราคาพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ค่าไฟฟ้า และเชื้อเพลิงที่ราคาแพงขึ้น และทำให้คุณภาพชีวิตของชาวตะวันตกเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหภาพยุโรป จะสูญเสียอำนาจอธิปไตยทางการเมืองไปโดยสิ้นเชิง ชนชั้นสูงที่เดินไปตามหลังคนอื่น จะก่อให้เกิดอันตรายต่อประชากรและเศรษฐกิจของพวกเขาเอง พลเมืองของสหภาพยุโรป จะต้องจ่ายราคาสำหรับ “การตัดสินใจที่ละทิ้งจากความเป็นจริงและขัดกับสำนึกพื้นฐาน”
“ยุโรปจะสูญเสียโดยตรงจากการคว่ำบาตรเพียงอย่างเดียวเกิน 400,000 ล้านดอลลาร์ (14.4 ล้านล้านบาท) ในหนึ่งปี” โดยที่ยังไม่นับความสูญเสียอื่นๆ ราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อจะเป็นภัยต่อยุโรปเอง “เป็น ความโง่เขลาของพวกเขาเอง อย่าโทษตัวเรา จงโทษตัวเอง” การคว่ำบาตรรัสเซีย “จะทวีความไม่เท่าเทียมกันและความแตกแยกในสังคมของยุโรป ในแง่สวัสดิการ ค่านิยมและทิศทางของสังคม ย่อมนำไปสู่กระแสประชาชน การเติบโตของขบวนการหัวรุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ท้ายสุดจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจที่ร้ายแรง นำไปสู่ความเสื่อมโทรมในอนาคตอันใกล้นี้ “จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของชนชั้นสูงทางอำนาจ” นี่คือ “หมอดูปูติน” ผู้มาก่อนกาลเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ในยุโรปล่วงหน้านานเกือบ 3 เดือน
ผลจากสหราชอาณาจักร บริวารมือขวาสหรัฐ คว่ำบาตรรัสเซีย สิ่งที่ปูตินกล่าวสุนทรพจน์จึงแม่นยำปาน “หมอดูตาทิพย์” เกิดอัตราเงินเฟ้อในสหราชอาณาจักรเดือน ก.ค. ที่ 10.1% สูงสุดในรอบ 40 ปี ค่าเงินปอนด์ อ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 37 ปี , ล่าสุดนายกรัฐมนตรีลิซ ทรัสส์ แห่งอังกฤษ ทวีตข้อความทางโซเชียลว่า “คนทั้งประเทศจะกังวลอย่างมากกับข่าวจากพระราชวังบักกิงแฮม” , จากนั้นเธอแถลงแผนการลดค่าครองชีพในชาติ จะทำให้รัฐบาลต้องควักเงินคลังที่หร่อยหรอจ่ายเกือบ 15,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 540,000 ล้านบาท) เพื่อเยียวยาบรรเทาทุกข์จากค่าพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น “หวังจะหลีกเลี่ยงความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล”
รัฐบาลอังกฤษ ยังตัดสินใจ “ละทิ้งนโยบายลดโลกร้อน ละทิ้งมาตรฐานเครดิตคาร์บอน” โดยจะประกาศใบอนุญาตสำรวจน้ำมันและก๊าซในทะเลเหนืออาจถึงราว 130 ฉบับ เพื่อพยายามกระตุ้นการผลิตพลังงานในประเทศและยังจะฟื้นฟูโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นมาใหม่ แต่สิ่งนี้ช้าไปเสียแล้ว เพราะจากเริ่มได้ใบอนุญาตสำรวจ จนกระทั่งน้ำมันและก๊าซถูกผลิตขึ้นจากแหล่งที่ขุดเจอจะใช้เวลานานถึง 5 – 10 ปี ซึ่งช้าเกินไปไม่ทันแก้ไขอะไรตอนนี้ได้แล้ว ไม่ช่วยลดค่าไฟในระยะสั้นที่แพงขึ้นไปแล้วราว 5 เท่าจากฐานเดิม ที่ทำให้ครัวเรือนชาวอังกฤษต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละหลักแสน เช่น ร้านกาแฟเล็กๆ เจ้าของคนเดียวแห่งหนึ่งในไอร์แลนด์ ระบุว่าต้องจ่ายค่าไฟฟ้าจากเดิม 2,370 ยูโร เพิ่มเป็น 9,836 ยูโร (ราว 354,100 บาท)