เมกาผวา!? โลกอาหรับย้ายข้างซบโลกหลายขั้ว สีพบปูตินที่SCO ดันพันธมิตรทหารจีน-รัสเซียผงาด

0

เมื่อโลกไม่เหมือนเดิม รัสเซียและจีนต้องกระชับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ให้แน่นแฟ้นเพิ่มขึ้น ด้วยแรงกดดันจากสหรัฐและพันธมิตร เมื่อผนวกกับโลกอิสลามที่เข็ดหลาบ ถูกสหรัฐเอาเปรียบมานานหันหน้ามาจับมือด้วย  ได้สร้างความหวั่นวิตกให้กับสหรัฐและโลกตะวันตกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อาการร้อนรนกระตุ้นสงครามในจุดวาบไฟพื้นที่ทางยุทธศาสตร์เร่งความเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  มหาอำนาจเดี่ยวสหรัฐ ที่เคยมีอำนาจครอบงำเศรษฐกิจการเงินของโลกอย่างไร้คู่แข่ง มาวันนี้ถูกท้าทายด้วยกลุ่มพหุอำนาจใหม่ทางเศรษฐกิจ และการทหาร จึงต้องทำทุกวิถีทางสะกัดหรือทำลายพลังอำนาจกลุ่มใหม่ที่กบฎต่อการครอบงำของตน

วันที่ ๘ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวทาซซ์และรัสเซียทูเดย์รายงานว่าอันเดรย์ เดนิซอฟ ทูตรัสเซียประจำกรุงปักกิ่ง (Andrey Denisov) เปิดเผยว่า ปธน.สี จิ้นผิงแห่งจีน ยืนยันจะพบกับปธน.วลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียแน่นอนในการประชุมสุดยอดพันธมิตรเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO ที่อุซเบกิสถานกลางเดือนนี้

บทวิเคราะห์ของกองบรรณาธิการรัสเซียทูเดย์กล่าวว่า กลยุทธ์ดั้งเดิมของแองโกล – อเมริกันในการเล่นเกม “แบ่งแยกและพิชิตครอบครอง” กับรัฐอิสลามไม่อาจดำเนินต่อไปอีกได้ เมื่อการจับมือร่วมกันของพหุอำนาจใหม่ในโลกได้ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างแท้จริง ประกอบการนำที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของรัสเซียและพันธมิตรร่วมชะตากรรมอย่างจีนพร้อมหนุน

เมื่อการกักกันโรคโควิด-๑๙ ไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป การประชุมสุดยอดได้กลับสู่วาระทางการทูต อย่างแรก ชาติตะวันตกกลับมาประชุมแบบเห็นหน้ากัน โดยการประชุมสุดยอดของสหภาพยุโรปและนาโต้ได้เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว และตอนนี้ก็เป็นช่วงเปลี่ยนพลังอำนาจสู่ตะวันออกแล้ว

ผู้นำระดับสูงของเอเชียไม่ได้พบปะกันเป็นเวลานานกว่าสามปีแล้ว แต่ในหนึ่งสัปดาห์องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) จะรวมตัวกันในเมืองซามาร์คันด์ของอุซเบกและจะรวบรวมผู้นำทั้งหมดมารวมกัน จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ยังไม่ชัดเจนว่าประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง กำลังจะมา เนื่องจากผู้สังเกตการณ์บางคนสันนิษฐานว่าเขาจะไม่ออกจากปักกิ่งก่อนการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์ในกลางเดือนตุลาคม แต่ตั้งแต่นั้นมาก็มีการประกาศว่าผู้นำจีนจะไปเยือนคาซัคสถานในสัปดาห์หน้า ดังนั้นการเดินทางไปอุซเบกิสถานจึงเป็นข้อสรุปมาก่อนเช่นกัน 

การประชุมระหว่างสีและปูติน จะเป็นครั้งที่ ๒ ในปีนี้ แต่เป็นการประชุมครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย และนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชาริฟ ของปากีสถาน จะพบกันเป็นครั้งแรกในเมืองซามักร์แคนด์ สำหรับเพื่อนบ้านทั้งสองที่มีประวัติความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นใน SCO กำลังกลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับการเจรจา และ SCO เองก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วกว่ารูปแบบเดิมในฐานะพันธมิตรความมั่นคงทางทหารของรัสเซีย-จีนในเอเชียกลาง ปัจจุบันกลุ่มนี้มีรัฐนิวเคลียร์ ๔ รัฐ นั่นคือ เกือบทั้งหมดของสมาชิกที่ไม่ใช่ชาวตะวันตก

ในอุซเบกิสถาน SCO ได้ขยายจาก ‘๘’ จะกลายเป็น ‘๙’ประเทศ เนื่องจากขั้นตอนการเข้าเป็นภาคีของอิหร่านจะเสร็จสมบูรณ์เร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม องค์กรจะไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงจำนวนสมาชิกเท่านั้น ได้ประกาศความตั้งใจที่จะเริ่มขั้นตอนการโอนเบลารุสจากผู้สังเกตการณ์ไปยังสมาชิกถาวรแล้ว และจะไม่หยุดเพียงแค่นั้น อีกหลายประเทศ รวมทั้งประเทศที่มีอิทธิพลต้องการเข้าร่วม SCOอย่างชัดเจน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผู้สังเกตการณ์ ๔ ประเทศในองค์กร แต่ตอนนี้เตหะรานเข้าร่วมในคณะกรรมการ และเบลารุสกำลังเริ่มขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง ขณะอัฟกานิสถานและมองโกเลียเข้าคิวรอในทางเอกสารเป็นทางการ  

ก่อนหน้านี้อุปสรรคสำคัญในการรวมเข้าเป็นสมาชิกของอาฟกานิสถานคือการมีอยู่ของทหารสหรัฐในประเทศ ปัญหานี้ไม่มีอีกต่อไปหลังเมกาเปิดก้นจากอัฟกาฯ  ดังนั้นการยอมรับอาฟกานิสถานใน SCO จะเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อสถานการณ์ในประเทศมีเสถียรภาพและมีการจัดตั้งระบบการปกครองกฎหมายและระเบียบที่ครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้รับความช่วยเหลือโดยธรรมชาติจากประเทศสมาชิก SCO เพื่อยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางการซ้ำเติมทางเศรษฐกิจจากสหรัฐและตะวันตก

ล่าสุดเกิดระเบิดพลีชีพถล่มสถานทูตรัสเซียกลางกรุงคาบูล คงจะเป็นสัญญาณบอกความกังวลที่สหรัฐมีต่อสถานภาพของตนในตะวันออกกลาง แม้จะอ้างว่าเป็นฝีมือ ไอสิส แล้วเหตุใดกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงจึงฟื้นคืนชีพอีกได้เมื่อสหรัฐอ้างว่าช่วยทำลายล้างหมดแล้ว

ประเทศล่าสุดที่สมัครเป็นสมาชิกองค์กรพันธมิตรเซี่ยงไฮ้หรือ SCO ประกอบด้วย ๙ รัฐ ได้แก่อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน กัมพูชา เนปาล ศรีลังกา ตุรกี กาตาร์ อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย สามประเทศสุดท้ายเข้าร่วมองค์กรได้อย่างสมบูรณ์ ซีเรียและเมียนมาร์ก็ต้องการมีส่วนร่วม ร่วมกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งแสวงหาการเข้าร่วมโดยทันที แม้ว่าคำขอดังกล่าวจะไม่สามารถทำได้ แต่ก็เป็นสัญญาณของความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในองค์กร ซึ่งขับเคลื่อนโดยพันธมิตรของจีนและรัสเซีย

เหตุผลชัดเจนที่ทำให้ปรากฎการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้เร็วขึ้น เพราะตั้งแต่ต้นปี 2020 วิกฤติโรคระบาดโควิดที่มีเค้าลางว่าอาจไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และการล็อกดาวน์ครั้งใหญ่ที่ส่งผลทำให้เกิดวิกฤตโลกาภิวัตน์ ปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนของรัสเซียบีบให้สหรัฐและชาติตะวันตก เปิดเผยตัวตนว่า ใครก็ตามที่ไม่ลงโทษรัสเซีย เท่ากับเห็นด้วยและเป็นพวกปูติน

จากนั้นการยั่วยุของปัญหาไต้หวันก็ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-พันธมิตรและจีนอย่างไม่อาจหวนคืน โลกทั้งใบถูกบังคับให้เลือกข้าง 

ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ แบบจำลองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศที่มีอิทธิพลมากมายในโลกมุสลิมคือการแสดงจุดยืนความเป็นอิสระ แต่ต้องเลือกว่าจะยืนข้างรัสเซีย-จีน หรือสหรัฐอเมริกา-สหภาพยุโรป วันนี้โลกอาหรับเผยชัดว่าอยู่กับรัสเซียและจีน แต่พันธมิตรทางทหารของสหรัฐฯ เช่น ตุรกีและซาอุดิอาระเบียจะประสานผลประโยชน์กับตรงไหนในความสัมพันธ์นี้ ยังต้องจับตา !??