จัดทัพรับศึก!? วอสต็อค ๒๐๒๒ กระหึ่มซ้อมรบทหาร ๕๐,๐๐๐ จีนจับมือรัสเซียคิ๊กออฟกำลังผสมป้องสันติภาพโลก

0

สถานการณ์ร้อนระอุ ในความขัดแย้งแข่งขันของมหาอำนาจตะวันตกและผู้ท้าชิงอำนาจหลายขั้วฝั่งตะวันออก สหรัฐและยุโรปพร้อมบริวารได้ประกาศสงครามกับรัสเซียอย่างเปิดเผยโดยอาศัยสนามรบยูเครนด้วยสงครามตัวแทน ที่ใกล้จะเปิดหน้าชนกันแบบเปิดเผยระหว่างนาโต้กับรัสเซีย  รมว.ช่วยต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ รยับคอฟ(Sergey Ryabkov)ตั้งข้อสังเกตในการให้สัมภาษณ์สื่อว่าการทุ่มเทหนุนสงครามตัวแทนในยูเครนของตะวันตก สะท้อนระดับความเกลียดชังของฝ่ายตรงข้ามต่อรัสเซียนั้นไม่ธรรมดา จึงได้เห็นการรวมพลของกลุ่มพหุขั้วอำนาจใหม่ทั้งด้านการเคลื่อนไหวทางทหาร และการกระชับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับพันธมิตรที่เป็นรูปธรรม โดยรัสเซียเป็นเจ้าภาพอย่างเอาการเอางาน

Russian President Vladimir Putin (C), accompanied by Defence Minister Sergei Shoigu (L) and Valery Gerasimov, the chief of the Russian General Staff, oversees the ‘Vostok-2022’

ล่าสุดจีนก็ได้เปิดเผย เป้าหมายของการฝึกซ้อมข้ามชาติที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพปฏิบัติการซ้อมรบวอสตอค ๒๐๒๒ ว่าเป็นการฝึกกำลังทหารเพื่อวางกำลังรบ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังผสมที่สามารถปกป้องสันติภาพในภูมิภาคได้ ด้านผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าจีน-รัสเซียและพันธมิตรซ้อมรบ เพื่อรักษาสันติภาพในภูมิภาค สกัดกั้น ‘ผู้ก่อปัญหา’ แม้ไม่ได้เอ่ยนามก็สันนิษฐานได้ว่าหมายถึงสหรัฐและพันธมิตรตะวันตกนั่นเองที่กำลังปลุกปั่นสงครามตัวแทนในเอเชีย-แปซิฟิกผ่านคำถามไต้หวัน

วันที่ ๗ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวซินหัวและรัสเซียทูเดย์รายงานว่า จีนส่งทหารกว่า ๒,๐๐๐ นายเข้าร่วมการซ้อมรบวอสตอค-๒๐๒๒ ที่ตะวันออกไกลของรัสเซีย

มีประเทศทั้งหมด ๑๕ ประเทศเข้าร่วมในการฝึกซ้อม ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑ ถึง ๗ ก.ย.๒๕๖๕ ในเขตตะวันออกไกลของรัสเซีย การฝึกซ้อมรวมถึงการฝึกเจ้าหน้าที่ทั่วไปสำหรับผู้บังคับบัญชาการทหาร และการซ้อมรบภาคสนามสำหรับกองทหาร ผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศได้ส่งทหารไปฝึกร่วมกับกองกำลังรัสเซียอย่างคึกคัก

รายชื่อแขกที่เข้าร่วมฝึกร่วมกับรัสเซีย ได้แก่ จีน อินเดีย อาเซอร์ไบจาน แอลจีเรีย อาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน  มองโกเลีย นิการากัว ซีเรีย ทาจิกิสถาน ลาว และเมียนมา

พล.อ.วลาดิมีร์ โอเมลิยาโนวิช (Gen. Valadimir Omelyanovich) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตามวิดีโอที่เผยแพร่โดย Zvezda TV สื่อทางการของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เขากล่าวถึงเป้าหมายหลักของงานว่า “เป็นการสร้างกองกำลังผสมที่จะวางแผนและดำเนินการปฏิบัติการทางทหารพิเศษ ที่มุ่งสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค”

ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย การซ้อมรบครั้งนี้เกี่ยวข้องกับทหารต่างชาติจำนวนล่าสุด ๖,๐๐๐ นายจากประเทศสมาชิกและพันธมิตรขององค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ และองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมของอดีตสหภาพโซเวียตและประเทศอื่นๆ รวมกับกองทหารรัสเซียเป็น  ๕๐,๐๐๐ นาย เครื่องบิน ๑๔๐ ลำ เรือรบ ๖๐ ลำ และเรือสนับสนุนจำนวนหนึ่ง โดยฝึกรบทั้งทางบก ทางอากาศและทางทะเล

กองทหารจีนจากกองกำลังภาคพื้นดิน กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ สังกัดกองบัญชาการภาคเหนือของ PLA มีส่วนร่วมในการฝึกซ้อม พวกเขามาถึงสถานที่ฝึกซ้อมโดยทางรถไฟ ทะเล ทางอากาศ และการขนส่งทางเครื่องยนต์ พร้อมกับยานพาหนะประเภทต่างๆ มากกว่า ๓๐๐ คัน เครื่องบิน ๒๑ ลำ และเรือรบ ๓ ลำ

ด้านผู้เชี่ยวชาญทางทหารของจีนกล่าวว่า การมีส่วนร่วมของกองทัพจีนในการซ้อมรบวอสตอค-๒๐๒๒ ที่จัดโดยรัสเซียไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลที่สาม และมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค 

หลี่ ยงกวน(Li Yongquan) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยการพัฒนาสังคมแห่งเอเชียที่ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งสภาแห่งรัฐ กล่าวว่า  “ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียแสดงถึงความไม่เป็นพันธมิตร การไม่เผชิญหน้า และการไม่กำหนดเป้าหมายของบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานสำหรับกิจการระหว่างประเทศรอบด้านระหว่างทั้งสองประเทศ” เขากล่าวเสริมว่าการฝึกซ้อมของรัสเซียได้ดำเนินการบ่อยครั้งและไม่ได้กำหนดเป้าหมาย ฝ่ายอื่นใดทั้งสิ้น

ซู เต๋า(Xu Tao) อดีตนักวิจัยของสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศร่วมสมัยของจีน กล่าวว่า ความหลากหลายของประเทศที่เข้าร่วม สะท้อนให้เห็นอย่างเต็มที่ว่าการซ้อมรบร่วมกันเป็นงานแลกเปลี่ยนทางทหารแบบเปิด ไม่เหมือนที่ประเทศตะวันตกและสื่อบางประเทศอ้างความชอบธรรมแอบซ้อมรบโดยไม่แจ้งกำหนดการ

ซูกล่าวว่า “ประเทศตะวันตกถือตนเป็นเจ้าโลก พวกเขามักจะมองว่าความร่วมมือทางทหารจีน-รัสเซียเหมือนกับพันธมิตรทางทหารที่เป็นปฏิปักษ์ ความร่วมมือทางทหารจีน-รัสเซียมุ่งเป้าไปที่การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคมาโดยตลอด”

อเล็กซานเดอร์ โฟมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย กล่าวว่า การฝึกซ้อมปฏิบัติการ วอสต็อค-๒๐๒๒(Vostok-2022) ซึ่งดำเนินไปจนถึงวันพุธที่ ๗ ก.ย.นี้ มีลักษณะเป็นการป้องกัน และไม่ได้มุ่งเป้าไปที่รัฐใดรัฐหนึ่งหรือกลุ่มพันธมิตรทางทหารกลุ่มใดโดยตรง