จีนเดือดแล้ว ฟิลิปปินส์อ้างเหตุไต้หวัน-เปิดสหรัฐเข้าตั้งฐานทัพ เพนตากอน โวทันที “มีหลายแห่ง”

0

จากที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ให้การต้อนรับและพบหารือกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศสหรัฐ

โดยบลิงเคนกล่าวกับมาร์กอส จูเนียร์ ว่าสหรัฐยังคงยึดมั่นอย่างเคร่งครัด ต่อข้อตกลงด้านความมั่นคงระดับทวิภาคี นั่นคือ ข้อตกลงเยี่ยมเยือนทางทหาร (วีเอฟเอ) ที่เกี่ยวกับการซ้อมรบ และการประจำการทหารในระยะสั้น ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม ซึ่งมีผลบังคับใช้ครั้งแรก เมื่อปี 2541 และต้องมีการต่ออายุเป็นระยะ

ขณะที่นายเอ็นริเก มานาโล รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า สหรัฐยังคงเป็นทั้ง หุ้นส่วน พันธมิตร และเพื่อนที่สำคัญของรัฐบาลมะนิลา และเรียกร้องรัฐบาลวอชิงตันแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ ในการบรรเทาความตึงเครียด ซึ่งกำลังปกคลุมไต้หวัน เกาะที่อยู่ห่างจากฟิลิปปินส์เพียง 260 กิโลเมตร

ล่าสุดวันนี้ 07 กันยายน 2565 เพจ Thailand Vision ได้ระบุแหล่งข่าวซึ่งได้รายงานสถานการณ์ของฟิลิปปินส์ต่อท่าทีของสหรัฐและจีนไว้อย่างน่าสนใจว่า

“เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ จะยินยอมให้กองทัพอเมริกันเข้าไปใช้ฐานทัพในประเทศ หากความตึงเครียดระหว่างจีนกับไต้หวันลุกลามบานปลาย โดยโฮเซ มานูเอล โรมูอัลเดซ (Jose Manuel Romualdez) เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ให้สัมภาษณ์กับสื่อนิกเกอิเอเชีย

ในรายงานระบุว่า ทางมะนิลาพร้อมจะอนุญาตให้อเมริกาเข้าไปใช้ฐานทัพได้ หากภารกิจดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญต่อเรา และต่อความมั่นคงของเรา ไม่มีใครปรารถนาให้เกิดสงครามหรือการเผชิญหน้าในรูปแบบใดทั้งสิ้น เราอยากขอร้องให้ทั้ง 2 ชาติลดความตึงเครียดด้วยการเจรจากันให้มากขึ้น และพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้เสีย

ด้านโฆษกเพนตากอน ระบุว่า สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์มีการหารือกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับความเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงภายใต้สนธิสัญญาป้องกันร่วม (Mutual Defense Treaty) และข้อตกลงอื่นๆ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระดับสูง (EDCA) ปี 2014

“ซึ่ง EDCA อนุญาตให้สหรัฐฯ สามารถส่งทหารเข้าไปผลัดเปลี่ยนประจำการแบบชั่วคราวในฐานทัพหลายแห่งของฟิลิปปินส์ โดยจำนวนบุคลากรนั้นขึ้นอยู่กับ ขนาด และความถี่ของกิจกรรม ตามที่ทั้ง 2 ประเทศได้ตกลงกัน”

อย่างไรก็ตาม โครงการก่อสร้าง และอัปเกรดสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ซึ่งถูกระบุไว้ในข้อตกลงปี 2014 มีความคืบหน้าอย่างจำกัด ในยุคของอดีตประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต

โดยโรมูอัลเดซ เชื่อว่าโครงการเหล่านี้จะกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง และน่าจะสำเร็จตามแผนที่วางไว้ภายในอีก 3 ปี พร้อมเผยว่าวอชิงตันกับมะนิลาอยู่ระหว่างหารือเพื่อเพิ่มจำนวนฐานทัพในฟิลิปปินส์ที่สหรัฐฯ จะสามารถส่งทหารมาประจำการได้ ซึ่งอาจจะรวมไปถึงฐานทัพเรือด้วย

ทั้งนี้ สถานการณ์ในภูมิภาคเริ่มทวีความตึงเครียด หลังจากที่จีนเปิดปฏิบัติการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันเพื่อตอบโต้การไปเยือนไทเปของแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือน ส.ค. และหลังจากนั้นก็ยังมีคณะผู้แทนจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันตบเท้าไปเยือนไต้หวันอีก 2 ชุด”