โลกตะลึง! เปิดเงินคงคลังสหรัฐ สุดตกต่ำ มีน้อยกว่าไทย-เป็นหนี้พันล้านล้าน! ลามยุโรป ถูกรัสเซียสวนคืน ดูดเงินเกลี้ยง

0

โลกตะลึง! เปิดเงินคงคลังสหรัฐ สุดตกต่ำ มีน้อยกว่าไทย-เป็นหนี้พันล้านล้าน! ลามยุโรป ถูกรัสเซียสวนคืน ดูดเงินเกลี้ยง

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2565 เพจ World Update ได้โพสต์ข้อความโดยมีเนื้อหาสำคัญบางส่วนว่า เยอรมัน ที่บรรพบุรุษได้ตระหนักว่า อย่าทำสงครามกับผู้กุมพลังงาน จึงหันมาลงนามสัญญาระยะยาวซื้อก๊าซ และน้ำมันราคาถูกจากสหภาพโซเวียต แล้วดำเนินนโยบายต่อเนื่องมาถึงรัสเซีย วางระบบท่อก๊าซหลัก และสาขาเชื่อมทั่วทั้งยุโรปเป็นใยแมงมุม เยอรมนี

นอกจากจะใช้ก๊าซ 50% จากรัสเซียอย่างเหลือเฟือแล้ว ยังมีสถานะเป็น ยี่ปั้วผู้ขายก๊าซ ให้กับบรรดาแทบทุกชาติในยุโรป อุตสาหกรรมในเยอรมนีผุดเป็นดอกเห็ดเจริญรุ่งเรือง ด้วยความมั่นคงทางพลังงาน จากประเทศผู้แพ้สงครามย่อยยับ พลิกชะตากลับมาเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 ของสหภาพยุโรป มีขนาดเศรษฐกิจ GDP ราว 4 ล้านล้านบาท/ปี ฐานะความมั่งคั่งคงคลัง อันดับติดกับไทยคืออันดับ 11 ของโลก (ไทยอันดับ 12) ที่ราว 300,000 ล้านดอลลาร์
ล่าสุดวันที่ 6 กันยายน ทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีสหรัฐจำกัดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย ขณะที่โอเปคพลัส มีมติลดกำลังผลิต โดยอ้างอิงจาก NewYorkTimes และ WashingtonPost ระบุว่า

ด้วยฝ่ายระเบียบโลกเก่าที่นำโดยสหรัฐนั้น มีเพียงหัวหน้าเท่านั้นที่พอจะมีพลังงานน้ำมันกล้อมแกล้มเอาตัวรอดได้ เพราะไปปล้นจากชาติอื่นฟรี เช่น ซีเรีย อิรัก โดยไม่จ่ายค่าสัมปทานเข้ารัฐ แล้วขนกลับบ้านทุกวัน
แต่ชาติบริวารอื่นนั้นทรัพยากรน้ำมันมีจำกัด ยิ่งในยุโรปด้วยแล้วยิ่งแทบจะช่วยตัวเองไม่ได้เลย ความรุ่งเรืองที่ผ่านมาจึงต้องพึ่งพาพลังงานก๊าซ 40% และน้ำมัน 25% จากรัสเซีย ใช้ล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ส่วนพลังงานลมนั้นไม่มีทุกชาติ ที่ใช้กังหันลมผลิตไฟฟ้ามากอย่างเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ก็ยังมีสัดส่วนต่ำไม่ถึง 10% ของพลังงานที่ต้องการ จึงไม่อาจทดแทนพลังงานหลักจากรัสเซียได้
แม้แต่สหรัฐ เองก็ “ขาดความมั่นคงทางพลังงาน” จนต้องไปทุบกระปุกเอาน้ำมันสำรองทางกลยุทธ์ (Strategic Petroleum Reserve) ฉุกเฉินยามสงคราม ที่มีสต็อคในถ้ำเกลือใต้ดินราวเกือบ 600 ล้านบาร์เรล ออกมาให้สัปทานกว่า 10 บริษัท ขนของหลวงออกไปขายแล้ว 25% แน่นอนว่าหนึ่งในบริษัทเหล่านั้นมีนายฮันเตอร์ ไบเดน บุตรชายผู้นำสหรัฐ เป็นผู้ถือหุ้นฟันกำไรใส่กระเป๋าครอบครัว , เมื่อ 26 ส.ค.2022 กระทรวงพลังงาน สหรัฐฯ รายงานปริมาณสำรองฉุกเฉินยามสงครามของสหรัฐฯ เหลือต่ำที่สุดในรอบ 38 ปี คงเหลือ 450 ล้านบาร์เรล หากขนของหลวงไปขายกันต่อเนื่องแบบนี้สิ้นเดือน ต.ค.จะเหลือสต็อค 358 ล้านบาร์เรล หรือเหลือราว 60% ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เมื่อสิ้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมากระทรวงการคลังสหรัฐ รายงานว่าประเทศ “ขาดดุลงบประมาณมากมายมหาศาลถึง 211,000 ล้านดอลลาร์ (7.6 ล้านล้านบาท) รายจ่ายมีมากกว่ารายรับ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทำ QE เอาเงินอนาคตมาใช้จนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวต่อต่างชาติมากกว่า 30 ล้านล้านดอลลาร์ (กว่า 1,000 ล้านล้านบาท) เหลือเงินสดคงคลังหมุนเวียนอันดับ 14 ของโลก ซึ่งต่ำกว่าไทยที่เงินคงคลังสูงกว่าอันดับ 12 ของโลก รัฐบาลสหรัฐ ก็คือไฮโซใส่สูทดูดีแต่ใช้ฟุ่มเฟือยจนก่อหนี้เกินกำลังจ่ายคืนนั่นเอง , ล่าสุดฝ่ายระเบียบโลกเก่า กลุ่มชาติอุตสาหกรรม G7 ประกอบด้วย สหรัฐฯ , สหราชอาณาจักร , แคนาดา , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , อิตาลี และญี่ปุ่น หาเรื่องใส่ตัวรอบใหม่
เพราะทุกประเทศเหล่านี้ล้วนมีหนี้สินล้นพ้นตัวเกิน 100% ของ GDP ไปไกลมากแล้ว เฉพาะสหรัฐ หนี้สาธารณะก็เกินกว่า 120% ของ GDP เข้าไปแล้ว อัตราเงินเฟ้อแต่ละชาติแตะใกล้ 10% ทั้งนั้น แต่ยังเห็นว่าประชาชนตนยังทุกข์ยากไม่พอต้องหาเรื่องเพิ่ม จึงออกมาตรการ “ฝืนกลไกตลาด” จำกัดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย , เมื่ออยากมีเรื่อง ฝ่ายจัดระเบียบโลกใหม่ รัสเซีย ก็จัดให้นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีฯ สวนทันทีว่า “จะไม่ส่งขายน้ำมันให้แก่ประเทศใดก็ตาม ที่สนับสนุนจำกัดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย” , แล้วตามซ้ำด้วยที่ประชุมกลุ่มโอเปคพลัส ที่มีรัสเซียและซาอุดิอาระเบียเป็นแกนนำ ลงมติปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันทันที 100,000 บาร์เรล/วัน ราคาน้ำมันโลกดีดตัวเด้งพรวดขึ้น 4% ทันทีหักหน้าท้าทายกลุ่ม G7 หมัดต่อหมัด

แน่นอนว่า Supply น้ำมันที่หายไปต่อวันนี้จะทำให้ตลาดราคาน้ำมันปั่นป่วนไปทั้งโลก และราคาจะขยับตัวขึ้น สหรัฐ นั้นมีคลังสำรองน้ำมันตัวเองเหลือราว 75% แต่ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ไม่มีแหล่งน้ำมันในประเทศ ส่วนอังกฤษมีน้อย ก็ต้องตระเวณหาซื้อน้ำมันราคาแพงขึ้นจากสหรัฐ และโอเปคพลัสอยู่ดี เหมือนเหวี่ยงบูมเบอแรงวนมากระแทกตัวเองอย่างจัง ชาติในสหภาพยุโรปเอง ก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย