มิตรยามยาก! มิน อ่องหล่ายเยือนรัสเซียรอบ ๒ ประชุมศก.-ร่วมมือมั่นคง ขณะสหรัฐดันหลังอาเซียนไล่บี้ไม่หยุด

0

เมื่อจีน-รัสเซียจับมือกระชับแน่น เป็นแนวร่วมทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคง เมียนมาซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของสหรัฐในเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อเป็นข้ออ้างปกป้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยนชนของมหาอำนาจตะวันตก ฟื้นคืนบทบาทอีกครั้งในย่านนี้ ที่มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ ในขณะที่สหรัฐและยุโรปคืบคลานเข้าสู่ยุคมืดทางเศรษฐกิจอย่างปิดไม่อยู่

ล่าสุดเมียนมาได้เดินบทบาททางทหารและเศรษฐกิจโดยไม่สนใจสหรัฐและตะวันตกเลือกพึ่งพารัสเซียและจีนอย่างเปิดเผย

วันที่ ๖ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ผู้นำคณะรัฐบาลทหารเมียนมาเดินทางเยือนรัสเซียในวันที่ ๕ ก.ย.ที่ผ่านมา ที่เป็นการเยือนรัสเซียครั้งที่ ๒ ของเขาในช่วงเวลาไม่ถึง ๒ เดือน ในขณะที่กองทัพเมียนมาพยายามสนับสนุนพันธมิตรทางการทูตที่มีอยู่ไม่กี่ประเทศของตน ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นจากสหรัฐและอาเซียน

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ถูกกีดกันจากการเป็นตัวแทนของพม่าในที่ประชุมระหว่างประเทศส่วนใหญ่ นับตั้งแต่เขานำการรัฐประหารเมื่อปีที่ผ่านมาต่อรัฐบาลของอองซานซูจี

การเยือนมอสโกว์ในฐานะผู้นำครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย.๒๕๖๔ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่น ที่จะเสริมความร่วมมือทางทหาร และเขายังเดินทางเยือนรัสเซียอีกครั้งในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยฝ่ายรัสเซียระบุว่าเป็นการเยือนส่วนตัว

รัสเซีย แหล่งอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารหลักของกองทัพเมียนมา เป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลทหารหลังการรัฐประหาร ช่วงเวลาที่เมียนมาถูกนานาชาติประณามจากการใช้กำลังรุนแรงถึงชีวิตกับฝ่ายตรงข้าม ทั้งๆที่ฝ่ายต่อต้านไม่ได้ใช้การต่อต้านด้วยสันติ แต่ใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธตอบโต้ มีการก่อวินาศกรรมบริษัทธุรกิจของจีนและหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง ขยายตัวเป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธในชนบท ภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐ

สื่อของทางการเมียนมากล่าวว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย จะเข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจ เยี่ยมชมสถานที่สำคัญ มหาวิทยาลัย และโรงงานต่างๆ ขณะที่รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของเมียนมาจะได้พบและหารือกับคู่เจรจา และกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

รัสเซียได้จัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ ให้เมียนมา และทางการเมียนมากำลังวางแผนที่จะนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันเบนซินจากรัสเซีย เพื่อบรรเทาข้อกังวลด้านอุปทานพลังงาน ในขณะที่รัสเซียมองหาแหล่งธุรกิจใหม่จากเอเชียท่ามกลางการคว่ำบาตรของตะวันตกจากปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน

รัฐบาลเมียนมาได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังนายพลและเครือข่ายธุรกิจที่กว้างขวางครอบคลุมของกองทัพ

สหประชาชาติและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ซึ่งเคลื่อนไหวตามวาระวอชิงตันในขอบเขตทั่วโลก ได้กล่าวหาว่ากองทัพเมียนมากระทำเหตุทารุณและก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศยุติการขายอาวุธ แต่รัสเซียสหรัฐและพันธมิตรประกาศเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย ได้ยืนเคียงข้างเมียนมาโดยยังจัดหาโดรน เครื่องบินไอพ่น และระบบป้องกันภัยทางอากาศให้แก่ทางการเมียนมา เมื่อทางฝ่ายสหรัฐได้สนับสนุนกลุ่มต่อต้านอย่างกึ่งลับกึ่งเปิดเผย 

กองทัพเมียนมากล่าวว่า พวกเขากำลังต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายและพยายามที่จะฟื้นฟูสันติภาพและสถาปนาการปกครองระบอบประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่หลังการเลือกตั้งปี ๒๕๖๓ ที่กองทัพกล่าวว่าเต็มไปด้วยการทุจริต ซึ่งในสายตาของสหรัฐและตะวันตกปฏิเสธและคัดค้านอำนาจรัฐที่ไม่เดินตามความต้องการของตนอย่างถึงที่สุด  อีกทั้งพยายามกดดันให้อาเซียนบีบเมียนมาให้หนักข้อขึ้น ผ่านสมาชิกอาเซียนที่เอียงข้างสหรัฐฯ

ล่าสุด ไซฟุดดิน อับดุลละห์ รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซีย ได้เรียกร้องให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ดำเนินการอย่างเร่งด่วนในความพยายามให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและกระบวนการสันติภาพในเมียนมา

สมาชิกอาเซียนได้ผลักดันให้ผู้กุมอำนาจรัฐของเมียนมา ปฏิบัติตามฉันทามติสันติภาพ ๕ ข้อที่ได้รับปากไว้เมื่อปีที่ผ่านมา โดยประเทศสมาชิกบางประเทศแสดงความผิดหวังต่อการขาดความคืบหน้าในแผนดังกล่าว ในขณะที่ปีนี้กัมพูชาโดยนายกรัฐมนตรีฮุน เซนดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน พยายามเป็นผุ้ประสานให้ความคาดหวังของอาเซียนเป็นจริง โดยระมัดระวังไม่ละเมิดหลักการอาเซียนที่ไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน