เปิดภาพคอมมานโดยูเครนลอยเกยหาด ขณะรพ.แน่นขนัด-ห้องเก็บศพล้นไม่พอยัดได้อีก

0

จากที่ยูเอ็นได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยถูกลอบโจมตีขบวนรถระหว่างทาง ต่อมา กองทัพยูเครนออกมายอมรับเป็นผู้ก่อเหตุ ขณะเดียวกันก็ปรากฏข่าวรัสเซียสังหารกลุ่มคอมมานโดด้วยนั้น

ขณะที่เพจ World Update โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์ในยูเครนที่เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องในการตรวจสอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วยว่า

“วันที่ 1 กันยายน ช่วงที่สำนักงานปรมาณูสากล IAEA ส่งทีมงานราว 10 คนมาตรวจสอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริชเซีย ก็ทะเลาะกับทหารยูเครนที่ด่านเพราะไม่ยอมให้คณะ IAEA ผ่านไป แถมนำยูเครน ยังไอเดียบรรเจิดสั่งหน่วยคอมมอนโดยูเครน 64 นาย ที่เพิ่งฝึกจบกลับมาจากอังกฤษ ใช้เรือเร็วและเรือบรรทุก 7 ลำ

หวังยกพลขึ้นบกบุกยึดโรงไฟฟ้าฯ ที่มีทหารรัสเซีย 500 นาย อารักขา แล้วจับตัวคณะ IAEA เป็นตัวประกันโล่มนุษย์ แบล็คเมล์แลกกับดินแดนไครเมีย

แต่ทั้งหมดถูกกองทัพรัสเซียยำใหญ่ทำให้ระเหย และละลาย เกษียณก่อนกำหนด พร้อมถูกจับตัวเป็นเชลยได้ 2 ราย  ล่าสุดวันที่ 3 กันยายน ผู้นำยูเครน ยังไม่เข็ดส่งหน่วยคอมมานโดยูเครนชุดใหม่มาอีก 47 ราย จะบุกโรงไฟฟ้าฯ ทางเรือรอบ 2 แต่สภาพก็เหมือนเดิม พร้อมอากาศยานโดรนยูเครนติดอาวุธ 8 ลำถูกระบบสงครามอิเล็กทรอนิส์รัสเซีย แจมสัญญาณจนดิ่งหัวปักตกก่อนถึงเขตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เรียบร้อย

โรงพยาบาลยูเครนในทางภาคใต้ แคว้นนิโคลาเยฟ , โอเดสซา , ดนีโปเปตรอฟ และกริวอยรอค จึงแน่นขนัดด้วยทหารยูเครนบาดเจ็บ ห้องเก็บศพเต็มจนล้นไม่อาจยัดเข้าไปได้อีก หมอ พยาบาล รถพยาบาล โกลาหล เพราะไม่คาดคิดว่าจะเจอวิกฤติรุนแรงขนาดนี้มาก่อนและเตรียมตัวรับมือไม่ทัน”

ขณะที่ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวผ่านการโพสต์ข้อความลง Blockdit ด้วยว่า

“รัฐบาลยูเครนของเซเลนสกีส่งหน่วยคอมมานโด ๓๘๔​ นายบุกไปที่โรงงานปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในยูเครนที่ทหารรัสเซียเฝ้าอยู่ ภารกิจมีเป้าหมาย ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งคือ ๑.ยึดให้ได้ ๒.ถ้ายึดไม่ได้ให้ก่อวินาศกรรมทหารรัสเซียที่คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วจึงดักสังหารไป๓๖๗ คน ที่เหลือกำลังถูกไล่ล่าอยู่

ในจำนวนคอมมานโด ๓๘๔ นายที่กองทัพยูเครนส่งไปทำลายหรือยึดโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในเมืองซาโปริเชียของยูเครน และถูกกองทัพรัสเซียกวาดล้างเกือบหมด เหลือไม่กี่คนซึ่งรัสเซียกำลังไล่ล่า  มีนายทหารอังกฤษ โปแลนด์ และอเมริกาอยู่ด้วย โดยทหารคอมมานโดอังกฤษถูกสังหารไป ๘ นาย ส่วนทหารอเมริกัน โปแลนด์และชาติอื่นๆ ยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัด

อังกฤษและอเมริกาจะได้รู้รสชาติของความเจ็บปวดเสียที ส่งทหารไปรุกรานอิรัก ลิเบีย เยเมน ซีเรีย ฯลฯ หลักๆ มีแต่ชาวบ้านจับปืนมาสู้ นักล่าอาณานิคมอย่างอเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศสจึงสุมหัวกันสังหารและยึดครองบ้านเมืองคนเหล่านี้ได้ง่าย”