เกิดอะไรขึ้น! รมต.อังกฤษ ลาออก พบ “ลิซ ทรัสส์” ก่อนเป็นนายกฯ เคยหนุนยกเลิกสถาบันกษัตริย์

0

เกิดอะไรขึ้น! รมต.อังกฤษ ลาออก พบ “ลิซ ทรัสส์” ก่อนเป็นนายกฯ เคยหนุนยกเลิกสถาบันกษัตริย์

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (5 กันยายน 2565) ลิซ ทรัสส์ ได้รับเลือกให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ สืบแทนนายบอริส จอห์นสัน ซึ่งจะเดินทางไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธ ที่ 2 ที่พระตำหนักบัลมอรัล ในสกอตแลนด์

ล่าสุดมีรายงานว่า Priti Patel จะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยเมื่อ Liz Truss เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยนางพาเทลเขียนจดหมายถึงบอริส จอห์นสันในบ่ายวันจันทร์ว่า “เป็นเกียรติในชีวิตของฉันที่ได้รับใช้ประเทศของเราในฐานะเลขาธิการตลอดสามปีที่ผ่านมา” และเสริมว่าตอนนี้เธอจะ “เป็นแชมป์หลายนโยบายและเป็นสาเหตุให้ฉัน ได้ยืนหยัด

เธอกล่าวชมเชยนายจอห์นสันที่ทำ Brexit สำเร็จ และกล่าวร่วมกันว่าพวกเขา “ไม่หยุดยั้ง” ในการพยายามรื้อถอนผู้ลักลอบขนคนเข้าเมือง เพื่อป้องกันนโยบายรวันดาที่ขัดแย้งกัน นาง Patel กล่าวต่อว่า “เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สืบทอดของคุณต้องสนับสนุนนโยบายทุกด้านเกี่ยวกับการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินการและการส่งมอบแผนใหม่เป็นไปอย่างสมบูรณ์”

ขอแสดงความยินดีกับ Truss หลังจากที่มีการประกาศว่าเธอเอาชนะคู่ต่อสู้ Rishi Sunak เพื่อเป็นผู้นำคนต่อไปของพรรคอนุรักษ์นิยมเมื่อเช้านี้ นาง Patel กล่าวว่าเธอจะ “ให้การสนับสนุนในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเรา”

“เป็นทางเลือกของฉันที่จะให้บริการสาธารณะต่อประเทศและเขตเลือกตั้ง Witham จากที่นั่งด้านหลังเมื่อลิซเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการและได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคนใหม่” เธอกล่าวเสริม

สำหรับ นางแมรี เอลิซาเบธ ทรัสส์ วัย 47 ปี เกิดในครอบครัวที่เธอระบุว่า “เป็นฝ่ายซ้าย” มารดาเป็นพยาบาล และครู บิดาเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ เคยพาเธอไปเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านนายกรัฐมนตรีมากาเร็ต แทตเชอร์ ของพรรคอนุรักษนิยม เธอเคยสวมบทเป็นแทตเชอร์ในการเลือกตั้งจำลองที่โรงเรียนจัดขึ้นพร้อมกับที่มีการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2526 ทรัสส์วัย 7 ขวบในขณะนั้นไม่ได้เลยแม้แต่คะแนนเดียว ขณะที่แทตเชอร์กวาดคะแนนอย่างถล่มทลาย

เธอเล่าในภายหลังว่า ตั้งใจอย่างเต็มที่ และปราศรัยหาเสียงอย่างจับใจ แต่ไม่ได้แม้แต่คะแนนเดียว เพราะไม่ได้ลงคะแนนให้ตัวเอง อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าสู่เส้นทางทางการเมืองจริง ๆ ทรัสส์ได้ยกย่องให้แทตเชอร์เป็น “ต้นแบบทางการเมือง” และสามารถเดินตามรอยแทตเชอร์ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศที่ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2522-2533 ด้วยการเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษที่คนที่ 3 ต่อจากนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ที่ดำรงตำแหน่งปี 2559-2562

ทรัสส์เคยวิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์ในช่วงที่เป็นสมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตยในมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เธอพูดในการประชุมพรรคในปี 2537 สนับสนุนให้ยกเลิกสถาบันกษัตริย์ว่า สมาชิกพรรคนี้เชื่อเรื่องโอกาสควรเป็นของทุกคน ไม่เชื่อเรื่องการเกิดมาเป็นผู้ปกครอง อย่างไรก็ดี เธอเปลี่ยนแนวทางไปเป็นสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมเมื่อสำเร็จการศึกษาในปี 2539 เข้าสู่แวดวงการเมืองจนกระทั่งชนะเลือกตั้ง ส.ส. สมัยแรกในปี 2553 ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลนายกรัฐมนตรีหลายคนตั้งแต่เดวิด คาเมรอน, เทเรซา เมย์ และบอริส จอห์นสัน โดยได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564
ซึ่งทรัสส์ตัดสินใจลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม เมื่อนายกรัฐมนตรีจอห์นสันประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เธอเป็น 1 ใน ผู้สมัคร 2 คนที่ได้จากคะแนนจาก ส.ส.พรรคมากที่สุด จากผู้สมัครที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมด 8 คน เธอมีคะแนนตามหลังนายริชี ซูนัก อดีตรัฐมนตรีคลังในการลงคะแนนทั้ง 5 รอบ แต่แล้วชีวิตก็พลิกผันอีกครั้งเมื่อผลการประกาศคะแนน ระบุว่า เธอคือหัวหน้าพรรครัฐบาลคนใหม่ ซึ่งจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง หลังจากอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศได้เกือบ 1 ปีเต็ม