จีนซัดเจ็บ!?เยอรมันตามก้นเมกาทำเจ๊ง แม่ทัพประกาศขยายทหารในอินโด-แปซิฟิก นายกฯพ้อตัดก๊าซรัสเซียตายแน่

0

ภายใต้สถานการณ์ร้อนระอุ ของการผลักดันสงครามตัวแทนทั้งภูมิภาคยุโรปและเอเชีย-แปซิฟิกโดยสหรัฐ เยอรมนีเดินตาม’เมกาและนาโต้’ต้อยๆ ภาคธุรกิจ-สื่อและประชาชนเริ่มจะรับไม่ไหว ออกอาการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลโอลาฟ ช็อลทซ์(Olaf Scholz)อย่างเดือดดาล ล่าสุดช็อลทซ์ถึงขนาดพ้อว่าเป็นไปไม่ได้ที่เบอร์ลินจะหยุดการนำเข้าก๊าซจากรัสเซีย แกนนำพรรคของเขายังเรียกร้องให้ยูเครนริเริ่มเจรจาสันติภาพกับรัสเซียดีกว่าจะทำสงครามยืดเยื้อ 

เรียกว่าทางการเมืองเศรษฐกิจเจอวิกฤติหนักจนจำต้องเปลี่ยนท่าที แต่ทางการทหารตรงกันข้ามยังห้าว แต่เปลี่ยนสนามมาป่วนแถวเอเชีย-แปซิฟิกแทน ตามวาระวอชิงตันที่ต้องการสร้างสนามรบในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยมียี่ปั้วสงคราม ลุยแทนสหรัฐ เพราะถนัดสงครามนอกบ้าน 

วันที่ ๓ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวโกลบัลไทมส์และสปุ๊ตนิกรายงานว่า พล.อ.เอเบอร์ฮาร์ด ซอร์น ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันประเทศเยอรมัน ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า ประเทศจะขยายกำลังทหารในอินโด-แปซิฟิกโดยส่งเรือรบเพิ่ม และกำลังร่วมกับชาติตะวันตกอื่นๆ ในการแสดงพลังในภูมิภาคนี้มากขึ้น ท่ามกลาง “ความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับบทบาทของปักกิ่ง” 

ซอร์น อ้างคำพูดในรายงานของสื่อเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “บุนเดสแวร์” (Bundeswehr) กองทัพสหพันธ์ฯ ซึ่งเป็นชื่อเฉพาะในเยอรมันที่รวมกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ วางแผนที่จะส่งทหารเข้าร่วมการฝึกซ้อมในออสเตรเลียต่อเนืองในปีหน้า และกองทัพเรือจะส่งกองเรืออีกหลายลำไปยังภูมิภาคนี้ประจำในปี ๒๐๒๔

หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวตามปกติเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การประกาศต่อสาธารณะของหัวหน้าฝ่ายกลาโหมของเยอรมนีเรื่องการเพิ่มกำลังทหารในส่วนอื่น ๆ ของโลกอาจจะไม่ได้รับการต้อน

รับอย่างดีอย่างที่หวังจากหลายประเทศ หวังกล่าวเสริมว่า จีนดำเนินนโยบายป้องกันทางทหารระดับชาติอย่างมั่นคง และการพัฒนาทางทหารของจีนมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติอย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช่รุกรานผู้อื่น

จีนเคารพเสรีภาพในการเดินเรือและการบินตามกฎหมายระหว่างประเทศเสมอมา ซึ่งรวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทะเล และต่อต้านข้ออ้างของประเทศใดๆ ที่บ่อนทำลายอธิปไตยของจีน เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของจีน และทำให้จีนเสียชื่อเสียง 

ล่าสุด เยอรมนีส่งเครื่องบินทหารจำนวน ๑๓ ลำเป็นประวัติการณ์เพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมรบพิทช์แบลค-๒๐๒๒ (Pitch Black 2022) ซึ่งเป็นการซ้อมรบทางทหารที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และอีก ๑๕ ประเทศ ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามร่วมกันที่นำโดยวอชิงตันเพื่อจัดตั้งกองกำลังต่อต้านจีนและกดดันจีนเกี่ยวกับคำถามของไต้หวัน 

สื่อชั้นนำของเยอรมนีบางแห่งแสดงความวิตกเกี่ยวกับการเข้าร่วมซ้อมรบทางทหารของเยอรมนีเป็นครั้งแรก โดยเตือนว่าเบอร์ลินกำลังเข้าร่วมเป็นพันธมิตรต่อต้านจีนในอินโด-แปซิฟิก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้ากับปักกิ่งในระยะยาว ไม่เป็นผลดีต่อประเทศแม้แต่น้อย

ซ่ง จงผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของจีน(Song Zhongping, a military expert)กล่าวว่า “ขีดความสามารถทางทหารของเยอรมนีมีข้อจำกัดมาก ในแง่ของกองทัพอากาศ กองทัพเรือ และความสามารถในการจัดส่งทางทะเล แม้ว่าจะมาที่ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกก็ตาม”

ซ่งเชื่อว่าสำนวนโวหารที่ก้าวร้าวมากขึ้นในนโยบายการป้องกันของเยอรมนีแสดงให้เห็นว่านโยบายของรัฐบาลกำลังถูกกลุ่มปีกขวาและสหรัฐฯ รวมทั้ง NATO ครอบงำเป็นหลัก แต่โดยพื้นฐานแล้ว เยอรมนีจะไม่เคยมองว่าจีนเป็นคู่แข่งหรือศัตรูหลักตลอดมา

เห็นได้ชัดว่าเบอร์ลินเปลี่ยนความสนใจทางทหารของตนไปที่อินโดแปซิฟิกทำให้เกิดความกังวลของผู้เชี่ยวชาญชาวจีนบางคน เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเยอรมนี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแนวทางของ Scholz ได้ถอยห่างจากความยับยั้งชั่งใจและความสงบสุข ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีแองเกลา มาร์เคิล(Angela Markel)  ได้ปูแนวทางไว้

จ้าว จุดจี(Zhao Junjie) นักวิจัย สถาบันยูโรเปียนสตัดดี้ (European Studies) แห่ง Chinese Academy of Social Sciences กล่าวว่า “พันธมิตรสามพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลทำให้การปกครองของนายกรัฐมนตรีสคอลซ์ (Scholz) อ่อนแอ อีก ๒ ฝ่ายยังมีแนวคิดสายเหยี่ยวในนโยบายการป้องกันประเทศ ทำให้นโยบายความมั่นคงของรัฐบาลเยอรมันเอนเอียงไปทางสหรัฐฯ และ NATO”  

ดูแนวโน้มของสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก ส่อเค้าให้น้ำหนักเปลี่ยนสมรภูมิมายังเอเชีย-แปซิฟิกมากขึ้น มีการเคลื่อนไหวทางทหารอย่างต่อเนื่อง ทั้งซ้อมรบ ขายอาวุธ จัดกำลังฐานทัพในเอเชีย-แปซิฟิกอย่างเอาจริงเอาจัง จึงไม่ต้องแปลกใจว่าขณะที่สหรัฐบุกทางเอเชียหนักขึ้น จีนและเกาหลีเหนือกลับไปปรากฎตัวที่ยุโรปและอาฟริกามากขึ้น หรือนี่คือการจัดทัพของสองฝ่ายเตรียมเปิดศึกครั้งใหญ่ ดังที่ผู้นำหลายแห่งส่งสัญญาณว่า นานาประเทศกำลังเผชิญสงครามโลกครั้งที่ ๓ ที่ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว????