เบื้องลึกรัสเซียเด็ดปีก367คอมมานโดยูเครน ไล่ล่าอีก17 เผยลึกเป็นทหารอังกฤษ-โปแลนด์-อเมริกา

0

จากกรณีประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ออกแถลงการณ์ กองกำลังยูเครน จะไล่ล่ากองทัพรัสเซีย ไปถึงชายแดน หลังเปิดปฏิบัติการโจมตีและยึดคืนดินแดนใกล้กับภูมิภาคเคียร์ซอนทางตอนใต้ของประเทศนั้น

ต่อมาเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณี️ยูเครนไว้บางช่วงว่า ผู้นำยูเครน ออกไอเดียสุดพิลึกให้โจมตีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซาโปริชเซียที่ใหญ่ที่สุดในโลก และให้กองทัพทุ่มสุดตัวยึดตอนใต้แคว้นเคอร์ซอนและแนวหน้าแคว้นนิโคลาเยฟ ที่เสียไปคืนมาให้ทะลุไปถึงยึดแหลมไครเมียโดยให้เริ่มบุกตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา

แต่กองทัพยูเครนคัดค้าน เพราะผิดหลักยุทธศาสตร์สงครามอย่างมากที่ทุ่มกำลังทหารเกณฑ์ด้อยประสบการณ์แถมมีอาวุธด้อยกว่า บุกเข้าตีฝ่ายรัสเซียที่มีอาวุธเหนือกว่า นายพล Zaluzhny ผู้บัญชาการทหารสูงสุด คัดค้านว่ากลยุทธ์ป้องกันเป็นข้อได้เปรียบที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากรุกขนาดใหญ่จะนำไปสู่การสูญเสียกำลังสำรองและอาวุธที่สะสมไว้จนหมด

เท่านั้นยังพิลึกไม่พอวันที่ 31 สิงหาคม ผู้นำยูเครนสั่งกองทัพโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วยโดรนกามิกาเซ่ 3 ลำ แต่ทั้งหมดถูกระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของรัสเซียทำลายตัดสัญญาณการควบคุมเมื่อบินเข้าใกล้โรงไฟฟ้า และตกลงบนหลังคาอาคารบริหาร ไม่มีใครได้รับอันตราย

ถัดมาวันที่ 1 กันยายน ผู้นำยูเครนไอเดียกระฉูดสั่งกองทัพยูเครนระดมยิงขบวนรถคณะเจ้าหน้าที่ IAEA ที่กำลังเดินทางใกล้กับหมู่บ้าน Vasilievka กระสุน 4 นัด ถูกยิงตกใกล้กับคณะ UN ราว 400 เมตร เพื่อมุ่งเอาชีวิต และขัดขวางการตรวจสอบกัมมันตภาพรังสีของ IAEA ที่โรงไฟฟ้าฯ สั่งหน่วยคอมมานโด 60 นาย จากเมือง Nikopol คนละฝั่งแม่น้ำดนีเปอร์ บุกจู่โจมยึดโรงไฟฟ้าฯ ที่มีทหารฝ่ายรัสเซียอารักขาราว 500 นาย

ขณะที่ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวในยูเครนและสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านการโพสต์ข้อความลง Blockdit ว่า

“รัฐบาลยูเครนของเซเลนสกีส่งหน่วยคอมมานโด ๓๘๔​ นายบุกไปที่โรงงานปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในยูเครนที่ทหารรัสเซียเฝ้าอยู่ ภารกิจมีเป้าหมาย ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งคือ ๑.ยึดให้ได้ ๒.ถ้ายึดไม่ได้ให้ก่อวินาศกรรมทหารรัสเซียที่คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วจึงดักสังหารไป๓๖๗ คน ที่เหลือกำลังถูกไล่ล่าอยู่

ในจำนวนคอมมานโด ๓๘๔ นายที่กองทัพยูเครนส่งไปทำลายหรือยึดโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในเมืองซาโปริเชียของยูเครน และถูกกองทัพรัสเซียกวาดล้างเกือบหมด เหลือไม่กี่คนซึ่งรัสเซียกำลังไล่ล่า  มีนายทหารอังกฤษ โปแลนด์ และอเมริกาอยู่ด้วย โดยทหารคอมมานโดอังกฤษถูกสังหารไป ๘ นาย ส่วนทหารอเมริกัน โปแลนด์และชาติอื่นๆ ยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัด

อังกฤษและอเมริกาจะได้รู้รสชาติของความเจ็บปวดเสียที ส่งทหารไปรุกรานอิรัก ลิเบีย เยเมน ซีเรีย ฯลฯ หลักๆ มีแต่ชาวบ้านจับปืนมาสู้ นักล่าอาณานิคมอย่างอเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศสจึงสุมหัวกันสังหารและยึดครองบ้านเมืองคนเหล่านี้ได้ง่าย

แต่สมรภูมิในยูเครน พวกนี้โชคร้ายเพราะมาเจอตำรวจโลกตัวจริงอย่างรัสเซียที่มีศักยภาพในการรบเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะ CV บรรพชนของกองทัพรัสเซียในวันนี้เคยโค่นกองทัพนโปเลียน กองทัพนาซี ฯลฯ มาแล้ว กองทัพรัสเซียขณะนี้จึงมีเลือดกล้าห้าวหาญและรบเก่งไม่แพ้บรรพชน

ไม่ต้องเดาครับ ทหารชาตินักล่าอาณานิคมในยูเครน จะพากันตายโหงไม่เหลือซากไปเรื่อยๆ แน่จนกว่ารัสเซียจะชนะนั่นแหละ เพราะทหารนักล่าอาณานิคมเก่งแต่ในหนังฮอลลีวู้ดและชำนาญแต่สร้างข่าวเท็จเพื่อสร้างภาพชัยชนะทิพย์ให้ตนเองเท่านั้น”

นอกจากนี้ดร.ปฐมพงษ์ ยังโพสต์ข้อความถึงสถานการณ์ในยูเครน ซึ่งมีการทำพิธีหลังกำลังพลสูญเสียด้วยว่า “วันนี้ ๒ กันยายน รัฐบาลยูเครนจัดพิธีการไว้อาลัยกองพลน้อยทหารราบที่ ๑๒๘ ซึ่งมีกำลังพลไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ ถึง ๕,๐๐๐ นาย

ทำหน้าที่เป็นหัวโจกในการบุกเข้าไปในกับดักที่รัสเซียวางเอาไว้ที่เมืองเคอร์ซัน ซึ่งทำให้กองทัพยูเครนตายไปไม่น้อยกว่า ๑,๗๐๐ คน (รายงานช่วงแรกๆ ๑,๒๐๐ คน) อย่างง่ายๆ กองทัพยูเครนต้องแตกกระเจิงล่าถอยไปอย่างไม่เป็นท่า”