เปิดเวทีใหม่!! ไทยพาณิชย์จับมือแบงก์ชาติ นำร่องใช้บาทดิจิทัลภาคปชช. ต่อจิ๊กซอศก.อนาคตในภูมิภาค

0

ไทยพาณิชย์ เตรียมทดสอบการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล สำหรับการใช้งานในภาคประชาชน (Retail CBDC) เพื่อใช้งานจริงในวงจำกัด ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๕ จนถึงกลางปี ๒๕๖๖ มั่นใจแบงก์มีความเชี่ยวชาญเชิงลึก สามารถนำมาต่อยอดทดสอบระบบได้ แบงก์ชาติชี้อนาคตหากเปิดใช้งานวงกว้างต้องแก้ไข พ.ร.บ.เงินตรา เพิ่ม CBDC เป็นเงินตราอีกประเภท พร้อมยืนยันไม่ได้ออกแบบระบบเพื่อการเก็บภาษีประชาชน

วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๕ ดร.ชาลี อัศวธีระธรรม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Digital Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้รับการคัดเลือกจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นหนึ่งในผู้ร่วมทดสอบการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลสำหรับการใช้งานในภาคประชาชน (Retail CBDC) เพื่อใช้งานจริงในวงจำกัด ในช่วงปลายปี ๒๕๖๕ ไปจนถึงกลางปี ๒๕๖๖ สะท้อนขีดความสามารถทางเทคโนโลยีดิจิทัลของธนาคาร ผนวกกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางการเงินในเชิงลึก ตลอดจนความพร้อมด้านทรัพยากรของธนาคารในการรองรับการให้บริการในทุกมิติ

โดยความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมกันวางโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมการเงินแห่งโลกอนาคตให้กับประเทศไทยที่จะช่วยเพิ่มโอกาสและขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ภาคธุรกิจ พร้อมช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่สะดวก และมีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ดร.ชาลีกล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการคัดเลือกจาก ธปท. ให้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมทดสอบ Retail CBDC เพื่อใช้งานจริงในวงจำกัด ภายใต้ ๒ แกนหลัก ได้แก่ 

๑.การทดสอบระดับพื้นฐาน (Foundation Track) เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบ รวมถึงรูปแบบของการนำเทคโนโลยีมาใช้งานจริงกับประชาชนรายย่อย และ 

๒.การทดสอบระดับนวัตกรรม (Innovation Track) เพื่อสร้างบริการทางการเงินใหม่ ๆ โดยจะนำร่องเปิดทดสอบให้บริการในช่วงปลายปี 2565 จนถึงกลางปี 2566

“ที่ผ่านมาธนาคารมีความเชี่ยวชาญในเชิงลึก รวมถึงมีประสบการณ์ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เพื่อลูกค้ารายย่อย เช่น กระเป๋าเงินดิจิทัล (E-Wallet) ในวงจำกัด ร่วมกับหลากหลายพาร์ตเนอร์ชั้นนำของประเทศ แอปพลิเคชั่น SCB EASY Robinhood (โรบินฮู้ด) และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ธนาคารยังมีความพร้อมด้านทรัพยากรและบุคลากรที่สามารถช่วยรองรับการให้บริการแก่ลูกค้า เราจึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถนำจุดแข็งของธนาคารมาประยุกต์ใช้เพื่อต่อยอดความร่วมมือครั้งนี้ร่วมกับ ธปท.ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง เพื่อให้ประชาชนใช้งาน (Retail CBDC) คือเงินในรูปแบบธนบัตรที่ถูกพัฒนาให้กลายสภาพเป็นรูปแบบเงินดิจิทัล ทำให้

การถือ Retail CBDC เทียบเท่ากับการถือธนบัตร ไม่มีความเสี่ยง นับเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินครั้งสำคัญ ที่จะเชื่อมโอกาสจากทั่วทุกมุมโลกมาสู่ประเทศไทยอย่างไร้พรมแดน

พร้อมช่วยเพิ่มโอกาสและขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจ ด้วยเครือข่ายการชำระเงินที่หลากหลาย โปร่งใส และสามารถติดตามได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนสามารถพัฒนาต่อยอด สร้างสรรค์ ประสบการณ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ ๆ พร้อมช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่สะดวก และมีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปลายปีนี้ ธปท.จะเริ่มทดสอบการใช้งาน “เงินบาทดิจิทัล” หรือ สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางเพื่อให้ประชาชนใช้งาน (Retail Central Bank Digital Currency : Retail CBDC)

โดยมี 3 ผู้ให้บริการทางการเงินนำร่องทดสอบ คือ ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ บริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริการการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าจะเป็นการทดสอบในวงจำกัด โดยทดสอบกับพนักงาน หรือร้านค้าที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ของผู้ให้บริการเหล่านี้ รวมถึงพนักงานของ ธปท. ซึ่งผู้ที่ร่วมทดสอบจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น CBDC ไว้ในโทรศัพท์มือถือ แล้วผูกกับบัญชีธนาคารของตนเองที่จะใช้จ่าย ซึ่งในแอปจะมีวอลเล็ต CBDC เพื่อเก็บเงินบาทดิจิทัลดังกล่าว

โดยการใช้จ่ายจะคล้ายกับระบบพร้อมเพย์ คือ สามารถโอนชำระเงินด้วยหมายเลขวอลเล็ต หรือ สแกนคิวอาร์โค้ด ก็ได้ อย่างไรก็ดี ธปท.จะเปิดให้ภาคเอกชนและบุคคลทั่วไปเข้าร่วมนำเสนอรูปแบบทางธุรกิจ (Use cases) ในการพัฒนาต่อยอด Retail CBDC ผ่านโครงการ “CBDC Hackathon” ซึ่งผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมได้ระหว่างวันที่ ๕ ส.ค.-๙ ก.ย.นี้

นางสาวชญาวดีกล่าว “ปัจจุบันทั่วโลกมีไม่กี่ประเทศที่เริ่มทดสอบการใช้งาน อย่างเช่น จีน เป็นต้น และมีแค่เพียง ๑ ประเทศที่ใช้งานจริง เป็นประเทศหมู่เกาะแถวคาริบเบียนตะวันออก เนื่องจากเป็นเกาะทำให้การขนเงินทำได้ลำบาก ทั้งนี้ สำหรับของไทย ยืนยันว่าเราไม่ได้ช้ากว่าประเทศอื่น” 

นอกจากนี้ ธปท. ยืนยันว่า ระบบ CBDC ที่ออกแบบ จะยึดตามกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA โดย ธปท. สามารถตรวจสอบได้เพียงธุรกรรมการโอน การชำระว่า เป็น CBDC จริงหรือไม่ เหมือนกับการตรวจธนบัตรว่าจริงหรือไม่ แต่จะไม่มีการตรวจสอบธุรกรรมเพื่อการอื่น อย่างเช่น การจัดเก็บภาษี เป็นต้น

นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า การทดสอบระบบจะมีไปถึงกลางปี ๒๕๖๖ ส่วนการเริ่มนำมาใช้ในวงกว้าง ยังไม่ได้กำหนด เพราะต้องขึ้นกับผลทดสอบในวงจำกัดด้วย ทั้งนี้ หากนำมาใช้เป็นวงกว้าง ก็ต้องแก้ไขพระราชบัญญัติเงินตรา เพื่อเพิ่มประเภท CBDC หรือเงินบาทดิจิทัลให้เป็นเงินตราอีกประเภท เช่นเดียวกับ ธนบัตร และ เหรียญกษาปณ์