ห่วงโซ่การผลิตโลกชะงัก!? จีนล็อกดาวน์รอบใหม่ คุมโควิดที่เสินเจิ้น-เฉิงตู เจ็บเองหรือคู่ปรับโดนลงแส้

0

เมืองเฉิงตู ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของจีน อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมโควิด-๑๙ ประชากร ๒๑ ล้านคน ต้องอยู่ในบ้านให้มากที่สุด ขณะที่เสินเจิ้นต้องปิดตลาดอิเลคทรอนิกส์ใหญ่สุดในโลก หลังเจอ ‘BF.๑๕’ สายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน ระบาดในเมือง เรื่องนี้สื่อตะวันตกฟอร์บมองว่านโยบายโควิดเป็นศูนย์ของปธน.สี จิ้นผิงจะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของสหรัฐอาจมากกว่าจีนด้วยซ้ำ เพราะห่วงโซ่อุปทานจะกลับมาชะงักงันอีกครั้ง

วันที่ ๒ ก.ย.๒๕๖๕ สำนักข่าวซีเอ็นบีซีและฟอร์บรายงาน ว่าเทศบาลเมืองเฉิงตู ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวน ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ประกาศการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในท้องถิ่น ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และยังไม่มีกำหนดชัดเจนว่า มาตรการนี้จะสิ้นสุดเมื่อใด

สำหรับแนวทางปฏิบัติภายใต้ช่วงล็อกดาวน์นั้น ประชากร ๒๑.๒ ล้านคน ต้องอยู่แต่ภายในเคหสถานให้มากที่สุด โดยแต่ละครัวเรือนสามารถส่งตัวแทนเพียงได้เพียงคนเดียว เพื่อออกนอกบ้านมาจับจ่ายซื้อหาสิ่งของจำเป็นวันละ 1 ครั้ง และผู้อยู่อาศัยทุกคนในเมืองเฉิงตู ต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองครั้งต่อไป ในวันอาทิตย์ที่ 4 ก.ย.นี้

การล็อกดาวน์เมืองเฉิงตู ซึ่งยืนยันผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่ 157 คน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถือเป็นการล็อกดาวน์มหานครครั้งใหญ่ที่สุดของจีน นับตั้งแต่การล็อกดาวน์นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีประชากร 25 ล้านคน ยาวนาน 2 เดือน ระหว่างเดือน เม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่โรงเรียนทุกแห่งในนครเซี่ยงไฮ้ กลับมาจัดการสอนแบบปกติภายในชั้นเรียน เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่มีเงื่อนไขว่า นักเรียน ครู และบุคลากรทุกคนในสถานศึกษา ต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองโควิด-19 ทุกวัน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ ๒๙ ส.ค.ที่ผ่านมา เมืองเสินเจิ้นได้สั่งปิดตลาดหวาเฉียงเป่ย ซึ่งเป็นย่านขายอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ใหญ่สุดในโลก ทั้งชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ และไมโครชิป รวมทั้งเขตชุมชนใกล้เคียงสองแห่ง ตลอดจนปิดระบบขนส่งมวลชนในบริเวณใกล้เคียง เป็นเวลา ๔ วัน ผู้อาศัยในเขตล็อคดาวน์เหล่านี้ถูกห้ามออกจากบ้านยกเว้นกรณีไปตรวจโควิดซึ่งทางการกำหนดให้ไปตรวจทุกวัน

กิจการร้านค้าต่างๆในเขตที่มการแพร่ระบาดถูกปิดไปถึงวันพฤหัสฯนี้ ยกเว้น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้ายขายยา โรงพยาบาล สำหรับมาตรการควคุมอื่นๆ ได้แก่ ปิดสถานีรถไฟใต้ดิน ๒๘ สถานี ห้ามการกินอาหารในร้านอาหาร ล็อคดาวน์ห้างสรรพสินค้า

ต่อมาในวันอังคารที่ ๓๐ ส.ค. เสินเจิ้น มีรายงานผู้ติดเชื้อฯรายใหม่ เท่ากับ ๓๕ ราย และผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการ ๑๑ ราย

นักไวรัสวิทยาJin Dong-Yan ประจำมหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกง กล่าวว่า สายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนตัวนี้ไม่น่าวิตกนัก โดยมีความคล้ายมากกับสายพันธุ์อื่น เช่น BA.๕

‘ฟอร์บ’ วิเคราะห์ว่าการล็อกดาวน์ Covid-๑๙ ของจีนครั้งใหม่อาจคุกคามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

นโยบาย “Zero-Covid” ของจีนทำให้เกิดการกักกันเกือบทั้งหมดเมื่อต้นปีนี้ในหลายเมืองใหญ่ๆ รวมถึงท่าเรือเซี่ยงไฮ้ที่พลุกพล่าน ด้วยความพยายามที่จะควบคุมการแพร่กระจายของตัวแปร Omicron ตอนนี้จีนได้รายงานกรณีในประเทศครั้งแรกของตัวแปรย่อย BA.๕ ที่ติดต่อได้สูง ในขณะที่ผู้ป่วยโควิดโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบสองเดือน การปิดเมืองใหญ่ของจีนย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลกที่มีสหรัฐอยู่ในสายพานเกี่ยวโยงด้วย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงนโยบายดังกล่าวในการปราศรัย เมื่อเดือนที่แล้ว โดยยืนยันว่านี่เป็นแนวทางที่ “ประหยัดและมีประสิทธิภาพ” มากที่สุด และเดินกลยุทธ์โควิดเป็นศูนย์ ผู้นำจีนยืนยันว่า “นโยบายปลอดโควิดแบบพลวัต นั้นดีที่สุดสำหรับประเทศ แม้ว่าจะส่งผลกระทบชั่วคราวต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งควรคงไว้ ให้มากที่สุด”

ด้านเจ้าหน้าที่ของ Fed ระบุว่าการปิดเมืองในจีน “มีแนวโน้มที่จะทำให้ซัพพลายเชนหยุดชะงัก” ซึ่งในทางกลับกันจะ “ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ”ของสหรัฐ ในทางลบ ตามรายงานการประชุมในเดือนมิถุนายนของธนาคารกลางสหรัฐฯ