ดาบนั้นคืนสนอง! รัสเซียลงแส้หยุดส่งก๊าซยุโรป แบนมอสโกว์ทำศก.เจ๊งยับ อังกฤษ-ฝรั่งเศส-เยอรมนีจมดิ่งสู่หายนะ

0

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของสหรัฐและพันธมิตรตะวันตกกับรัสเซียยังคงดำเนินต่อไปอย่างยืดเยื้อ การคว่ำบาตรสาหัส ๗ รอบที่นำโดยสหรัฐไม่ได้ทำให้รัสเซียล่มสลายดังความต้องการของมหาอำนาจเก่า ล่าสุด พยายามออกมาตรการแบนวีซ่ารัสเซีย กีดกันคนรัสเซียออกจากสังคมโลก เลือกเฉพาะที่ต่อต้านผู้นำรัสเซีย แต่ดูเหมือนสมาชิกประเทศอื่นๆในยุโรปไม่เล่นด้วยต่างขยาดมาตรการดุเดือดของรัสเซียที่ประกาศพร้อมตอบโต้อย่างเจ็บแสบ เลยทำแค่เข้มงวดขึ้นแก้เกี้ยวเท่านั้น  

ในขณะที่ทางด้านเศรษฐกิจ หลังคว่ำบาตรรัสเซียล่าสุดเงินเฟ้อยูโรโซนกระฉูดแตะ ๙.๑%สูงสุดเป็นประวัติการณ์ อังกฤษ-เยอรมนีและฝรั่งเศสก็หนักหนาเจอเศรษฐกิจหัวทิ่มกันไปตามๆกัน สะท้อนว่าขบวนแถวฝ่ายตะวันตกที่ทำตามวาระวอชิงตันกำลังก้าวเข้าสู่หายนะทางเศรษฐกิจแบบยกขบวน

วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๕ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และเอเอฟพี รายงานว่า อเล็กซานเดอร์ กรุสโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย(Deputy Foreign Minister Alexander Grushko) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า “รัสเซียให้คำมั่นจะตอบโต้กรณีสหภาพยุโรปจะแบนวีซาคนรัสเซีย” เขาย้ำว่า “หากบรัสเซลส์ตัดสินใจยิงตัวเองอีกครั้ง นั่นก็เป็นทางเลือกของพวกเขาเอง”

โจเซฟ บอร์เรลล์(Josep Borrell) กล่าวว่าการแบนครั้งนี้จะลดจำนวนวีซ่าใหม่ที่ออกโดยประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปให้กับชาวรัสเซีย อย่างมีนัยสำคัญโดยเลือกออกวีซ่าให้เฉพาะกลุ่ม องค์กร บุคคลที่ต่อต้านรัสเซีย นั่นคือใครอยากได้วีซ่าต้องบอกว่าต่อต้านปูติน  แต่ดูเหมือนว่าสมาชิกสหภาพยุโรปส่วนใหญ่คัดค้านทำให้ยังไม่สามารถออกเป็นมติได้ในทุกประเทศ 

มาดูสภาพประเทศที่ต่อต้านรัสเซียอย่างถึงที่สุดกันว่ากำลังรับผลจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของผู้นำประเทศ ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนีแกนนำสำคัญของยุโรปเดี้ยงหนัก และกำลังก้าวเข้าสู่ความพินาศทางเศรษฐกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ข้อมูลล่าสุด อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการร์รอบใหม่ จากข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ ๓๑ ส.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) ปรับขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสยบราคาที่พุ่งทะยาน อันมีต้นตอจากการคว่ำบาตรพลังงานของรัสเซีย

บริษัทก๊าซพรอม ผู้ประกอบการด้านก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย ยืนยันการระงับการส่งก๊าซผ่านท่อนอร์สตรีม ๑ ตั้งแต่เวลา ๐๑.๐๐ น.ของวันที่ ๓๑ ส.ค. จนถึงเวลา ๐๑.๐๐น. ตามเวลามาตรฐานสากลของวันที่ ๓ ก.ย. นี้ “เพื่อให้เป็นไปตามแผนการซ่อมบำรุง ที่ต้องเกิดขึ้นทุก ๑,๐๐๐ ชั่วโมง”

เยอรมนียืนกรานปฏิเสธการกล่าวหาของก๊าซพรอมที่ว่าเป็นต้นเหตุถ่วงส่งอุปกรณ์ แต่ยอมรับว่า “ยังยากที่จะคาดการณ์ในเวลานี้” ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากก๊าซพรอมปิดท่อนอร์ดสตรีม ๑“เป็นการถาวร” ในช่วงที่ทั้งยุโรปยังคงวิ่งวุ่นหาแหล่งพลังงานสำรองให้ทันช่วงฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามา แม้เยอรมนีจะออกมาคุยโวว่าสั่งสมพลังงานได้ทะลุเป้า แต่ก็ยังไม่พออยู่ดีเพราะส่วนที่ได้รับผลกระทบมีทั้งภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมและประชาชน ในขณะที่เงินเฟ้อประจานชัด เพราะกระฉูดไม่น้อบหน้าในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านยุโรป เศรษฐกิจยักษ์ใหญ่อย่างเยอรมนี พบเห็นเงินเฟ้อพุ่งสูงอยู่ที่ระดับ ๘.๘% อิตาลี ๙% และสเปน ๑๐.๓%

ฝรั่งเศส ซึ่งเคลื่อนไหวกำหนดเพดานราคาพลังงาน พบเห็นอัตราเงินเฟ้อต่ำที่สุดในยูโรโซน อยู่ที่ ๖.๕% ในเดือนสิงหาคม จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป(ยูโรสแตท) แต่ราคาสินค้าผู้บริโภคและสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว เพราะภาคการผลิตหยุดชะงัก ก็ไม่ต่างจากอังกฤษและเยอรมนี  พยายามจะขยายอำนาจไปหาประโยชน์จากอาฟริกาก็สายเกินไป เพราะถูกขับไล่ต่อเนื่องด้วยอดีตกอบโกยผลประโยชน์และทอดทิ้งให้อาฟริกายากจนมานับศตวรรษไม่เปลี่ยนแปลง

บรรดาประเทศเพื่อนบ้านที่ต่อต้านและคว่ำบาตรรัสเซียในแถบบอลติก อย่าง เอสโตเนีย ลิทัวเนียและลัตเวีย เผชิญกับเงินเฟ้อหนักหน่วงที่สุด อยู่ที่ ๒๕.๒% ๒๑.๑% และ ๒๐.๘% ตามลำดับ

แจ็ค อัลเลน-เรย์โนลด์ส นักเศรษฐศาสตร์จากแคปิตอล อีโคโนมิกส์ เตือนว่าอัตราเงินเฟ้อยูโรโซน อาจแตะระดับ ๑๐% ในช่วงสิ้นปี แม้กระทั่งอีบีซีปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้วก็ตาม “ความเป็นไปได้มากที่สุด มีแนวโน้มว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ๐.๗๕% ในสัปดาห์หน้า” เขากล่าว หลังจากอีซีบี ปรับขึ้นดอกเบี้ย ๐.๕๐% ในเดือนกรกฏาคม จากระดับ 0%

บรรดาบริวารสหรัฐในยุโรปต่างเผชิญพายุเฮอริเคนทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆกับสหรัฐ ที่ยังคงยืนยันต้องขึ้นดอกเบี้ยให้สูงต่อไป แสดงว่ารู้อยู่แก่ใจว่าสหรัฐก็คุมเงินเฟ้อไม่อยู่แม้จะปรับตัวเลขให้ดูดีอย่างไร  นักลงทุนที่เป็นนกรู้ก็ไม่เชื่อมั่น ยึงเห็นตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งแดงเถือกติดๆกันหลังเฟดประกาศจุดยืนและจะดำเนินการทำQT ตามแผน  พร้อมๆกับราคาพลังงานสูงขึ้นอีกขณะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าไม่หยุด เรียกว่าใครได้รับผลกระทบอย่างไรไม่สน สหรัฐต้องรอดก่อน แต่หารู้ไม่การทำผู้อื่นให้ลำบาก ตัวเองก็จะลำบากด้วย อีกไม่นานเมกาจะได้รู้ซึ้ง!???