เนื้อหอม!! ต่างชาติแห่ลงทุนไทย ๗ ด.ทะลุ ๗.๓ หมื่นล้าน ญี่ปุ่น-จีน-สิงคโปร์จัดเต็ม อุตฯพลังงาน รถEV

0

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของไทยยังปัง ๗ เดือนปีนี้ ผลปรากฏว่าต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย กว่า ๗๓,๖๓๕ ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ ราว ๒๘,๙๒๕ ล้านบาท ญี่ปุ่นยังสนลงทุนไทยสูงสุดตามด้วย จีน สิงคโปร์ ช่วยจ้างงานคนไทยกว่า ๓,๓๐๘ คน

วันที่ ๓๑ ส.ค.๒๕๖๕ นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในช่วง ๗ เดือนแรก (ม.ค. – ก.ค.) ของปี 2565 ไทยมีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน ๓๒๓ ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน ๑๒๒ ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน ๒๐๑ ราย

โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น ๗๓,๖๓๕ ล้านบาท จ้างงานคนไทยกว่า ๓,๓๐๘ คน ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด ๕ อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น ๘๒ ราย เงินลงทุน ๒๘,๙๗๐ ล้านบาท จีน ๑๔ ราย  เงินลงทุน ๑๔,๖๖๒ ล้านบาท สิงคโปร์ ๕๘ ราย เงินลงทุน ๑๐,๕๖๘ ล้านบาท ฮ่องกง ๒๖ ราย เงินลงทุน ๗,๒๖๓ ล้านบาทสหรัฐอเมริกา ๔๐ ราย เงินลงทุน ๓,๒๒๙ ล้านบาท 

เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ๒๕๖๔ (มกราคม – กรกฎาคม) พบว่า อนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น ๔๕ ราย คิดเป็น ๑๖% โดยปี๒๕๖๔ ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และ สหรัฐอเมริกา

โดยธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ และสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ บริการออกแบบ ก่อสร้าง ติดตั้ง และตรวจสอบระบบกักเก็บพลังงาน สำหรับโครงการโรงผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานสำหรับสนามบินอู่ตะเภา บริการขุดเจาะปิโตรเลียม  บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Electric Vehicle Charging Station) สำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นต้น

ส่วนการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ๗ เดือน (ม.ค. – ก.ค. ๒๕๖๕) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน ๕๙ ราย คิดเป็น ๑๘% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมดใน ๗ เดือนนี้ โดยมีเงินลงทุนในพื้นที่ EEC กว่า 31,562 ๓๑,๕๖๒ฮล้านบาท คิดเป็น ๔๓% ของเงินลงทุนทั้งหมด ทั้งนี้ เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ๒๖ ราย ลงทุน ๒๐,๕๐๐ ล้านบาท สิงคโปร์ ๖ ราย ลงทุน ๑,๗๙๒ ล้านบาท และ สหรัฐอเมริกา ๕ ราย ลงทุน ๑,๐๔๗ ล้านบาท 

ธุรกิจที่ลงทุนได้แก่ ๑)บริการตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพการทำงานของเครื่องจักรชนิดหมุนโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Services) ด้วยระบบคลาวด์ (Cloud) และเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ (Sensor Technology) 

๒) บริการประกอบและติดตั้งชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และ 

๓) บริการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์โทรคมนาคม เป็นต้น

ทั้งนี้คาดว่าอีก ๕ เดือนที่เหลือ (ส.ค. – ธ.ค. ๒๕๖๕) จะมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านต่างๆ รวมถึง เพิ่มการอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

“เฉพาะเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ มีการอนุญาตให้คนต่างชาติ ๓๙ ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน ๑๖ ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน ๒๓ ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น ๓,๖๗๕ ล้านบาท จ้างงานคนไทยกว่า ๑๓๕ คน ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา”