ปูตินยิ้มแก้มปริ! อียูวงแตก-เยอรมันควงฝรั่งเศสค้านแบนวีซ่ารัสเซีย แถมด่าลั่นทำแบบนี้ไม่เป็นปชต.

0

จากที่ประเทศยูเครน ได้เสนอให้ประเทศตะวันตกแบนนักท่องเที่ยวจากรัสเซียไม่ให้เข้าประเทศ เพื่อเป็นการกดดันให้รัสเซียยุติการทำสงครามในยูเครน ต่อมาเกิดกระแสคัดค้านในหลายประเทศยุโรป

ทั้งนี้ โดยโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครน ได้ออกมาเรียกร้องให้ชาติตะวันตกแบนนักท่องเที่ยวรัสเซียไม่ให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งเซเลนสกีบอกว่าวิธีนี้จะได้ผลในการกดดันรัสเซียให้ยุติการทำสงครามในยูเครน มากกว่าการแบนแค่สายการบินของรัสเซีย

“คนรัสเซียควรจะอยู่แค่ในโลกของตัวเองจนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแนวคิดการใช้ชีวิต” เซนเลนสกี กล่าวกับ The Washington Post

ต่อมา ข้อเรียกร้องดังกล่าวอาจจะมีแค่ไม่กี่ประเทศที่เห็นด้วย เพราะหลายประเทศต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวจากรัสเซีย เช่น อียิปต์ ตุรกี หรือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ ไคยา คาลลัส นายกรัฐมนตรีของเอสโตเนีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกับรัสเซีย ประกาศว่าเอสโตเนียจะยุติการออกวีซ่านักท่องเที่ยวให้กับชาวรัสเซีย

โดยคาลลัส กล่าวว่า การแบนนักท่องเที่ยวรัสเซียไม่ให้เข้าประเทศไม่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะการได้ท่องเที่ยวในยุโรปถือว่าเป็นสิทธิพิเศษ ไม่ใช่สิทธิมนุษยชน

ล่าสุดวันนี้ 31 สิงหาคม 2565 เพจ Thailand Vision ได้นำเสนอข้อมูลไว้ในการโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กถึงสถานการณ์ในประเทศยุโรปว่า

“สื่อต่างประเทศรายงานว่า เยอรมนี และฝรั่งเศสเตือนเรื่องคำสั่งแบนวีซ่านักท่องเที่ยวรัสเซียของสหภาพยุโรป หรืออียู โดยระบุร่วมกันว่า แนวทางดังกล่าวซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจากคณะกรรมการของอียู จะให้ผลลัพธ์ตรงข้ามกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ก่อนที่อียูจะเปิดฉากการประชุมคณะรัฐมนตรีของอียูในวันพุธ และพฤหัสบดี

ในรายงานระบุว่า การสั่งแบนวีซ่านักท่องเที่ยวรัสเซีย จะกลายเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมคณะรัฐมนตรีต่างประเทศของอียู ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงปรากของสาธารณรัฐเช็กในวันพุธ และพฤหัสบดี โดยที่การประชุมในครั้งนี้จะหารือเกี่ยวกับการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนมาเป็นเวลากว่า 6 เดือน

รายงานจากสื่อต่างประเทศอ้างเอกสารบันทึกข้อความของฝรั่งเศส และเยอรมนีที่ระบุว่า ทั้งสองประเทศขอเตือนเรื่องการใช้คำสั่งแบนวีซ่านักท่องเที่ยวรัสเซียของอียู เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจลุกลามมากขึ้นต่อไปในอนาคต

เพราะนโยบายด้านวีซ่าของอียูควรสะท้อนให้เห็นถึงสังคมที่สนับสนุนประชาธิปไตย และอนุญาตให้ประชาชนรัสเซียที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซียได้มีโอกาสติดต่อกับประชาชนของอียู

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีกลาโหมของอียู จะประชุมร่วมกันในกรุงปรากของสาธารณรัฐเช็กด้วย และมีแนวโน้มว่าจะเห็นพ้องกับหลักการจัดภารกิจฝึกทหารร่วมกับกองทัพยูเครน”