บิ๊กอียูหน้าหงาย! เป่าหูพลเมืองยุโรปเต็มใจจ่ายก๊าซราคาเพื่อเสรีภาพ เจอชาวออสเตรียรุมตบปาก

0

จากที่หลายประเทศในยุโรปเกิดสภาวะค่าครองชีพสูง ทำให้รัฐบาลบางประเทศประกาศให้ประชาชนประหยัด และต่อมามีการประท้วงรัฐบาลเพราะไปคว่ำบาตรรัสเซียทำให้เกิดปัญหาผลกระทบตามมาอย่างรุนแรงเป็นโดมิโนนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2565 สื่อต่างประเทศรายงานว่า โจเซฟ บอร์เรล หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ยอมรับอียูจะต้องเผชิญความท้าทายใหญ่หลวงต่าง ๆ สืบเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรที่พวกเขากำหนดเล่นงานรัสเซียตอบโต้กรณีรุกรานยูเครน

อย่างไรก็ตามเชื่อว่ามาตรการคว่ำบาตรจะได้ผลในระยะยาว เพราะเศรษฐกิจของมอสโกจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีของตะวันตก

โดยประเด็นนี้ถูกพูดถึงระหว่างที่บอร์เรลให้สัมภาษณ์กับ Kronen Zeitung สื่อมวลชนออสเตรีย หลังผู้สื่อข่าวชี้ให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากในออสเตรียเริ่มมีความเคลือบแคลงสงสัยในมาตรการคว่ำบาตรต่อต้านรัสเซีย โดยทูตระดับสูงของอียูรายนี้อ้างว่ามาตรการคว่ำบาตรกำลังได้ผล และรัสเซียกำลังเจอปัญหา

“นี่คือมาตรการกำหนดข้อจำกัด เราจำกัดความเป็นไปได้ต่างๆ ในเศรษฐกิจของรัสเซีย ตราบใดที่เศรษฐกิจของรัสเซียต้องพึ่งพาน้ำมัน และก๊าซ พวกเขาก็จำเป็นต้องพึ่งเทคโนโลยีของเรา”   บอร์เรล กล่าว

อย่างไรก็ตาม บอร์เรลยอมรับว่า “แน่นอน เรากำลังเผชิญความท้าทายใหญ่หลวงในระยะสั้น สืบเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตร และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาก๊าซกำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ พลเมืองยุโรปต้องเต็มใจจ่ายราคาที่แพงขึ้นเพื่อเสรีภาพ เพราะว่าสงครามในยูเครนไม่ใช่แค่สงครามของประชาชนชาวยูเครน แต่เป็นสงครามเพื่อเสรีภาพของเรา”

เมื่อถูกถามว่าเขามองว่าอียูจะก้าวมาเป็นมหาอำนาจโลกหรือไม่ บอร์เรลตอบว่า “จากมุมมองทางเศรษฐกิจ และศีลธรรมจรรยา “ใช่ แต่ไม่ใช่ในมุมมองทางด้านการทหาร โลกได้กลายเป็นสถานที่ที่อันตราย เหล่าสมาชิกอียูต้องตระหนักว่าเราต้องปกป้องตนเองถ้าจำเป็น และต้องการเครื่องไม้เครื่องมือที่จะทำเช่นนั้น”

ทูตรายนี้ชี้แจงต่อว่า คำพูดของเขาไม่ได้หมายความว่าจะมีการจัดตั้งกองทัพอียูขึ้นมา แต่ทหารของแต่ละชาติสมาชิกควรได้รับการจัดสรรงบประมาณที่มากกว่านี้ และควรปรับปรุงยกระดับความร่วมมือของกองทัพแต่ละชาติ

แม้บอร์เรลจะเชื่อว่าข้อจำกัดที่อียูกำหนดเล่นงานรัสเซียกำลังได้ผล แต่สื่อมวลชนตะวันตกหลายสำนักเมื่อเร็ว ๆ นี้ให้ความคิดที่ต่างออกไป รวมถึงหนังสือพิมพ์ดิอีโคโนมิสต์ สื่อมวลชนอังกฤษ  โดยดิอีโคโนมิสต์เขียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “สงครามคว่ำบาตรไม่ได้เป็นไปด้วยดีดังที่คาดหมายไว้”

สื่อแห่งนี้ชี้ว่าจีดีพีของรัสเซียจะหดตัวเพียง 6% ในปี 2022 จากที่ประมาณการไว้ว่าจะหดตัวถึง 16% ในขณะที่มอสโกจะโกยเงินจากการขายพลังงานที่เบี่ยงเส้นทางสู่ตลาดต่าง ๆ ในเอเชียราว 265,000 ล้านดอลลาร์ และระบบการเงินของประเทศจะสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงเช่นกัน

อีย

แต่ขณะเดียวกัน วิกฤตทางพลังงานซึ่งมีต้นตอจากสงครามคว่ำบาตร “อาจโหมกระพือภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยุโรป” จากคำเตือนของหนังสือพิมพ์ดิอีโคโนมิสต์ ส่วนหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ยอมรับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ข้อจำกัดอันหนักหน่วงล้มเหลวไม่ก่อภาวะล่มสลายแก่เศรษฐกิจรัสเซีย ดังที่พวกผู้นำตะวันตกหลายคนคาดหวังไว้