ไต้หวันแย่อีกรอบ ยอดสินค้าส่งออกดิ่งสุด นักวิเคราะห์จีนซัด ปธน.ไช่ หวังซบสหรัฐฯ เท่ากับฆ่าตัวเอง มีแต่จะตกต่ำ

0

หลังจากที่ความตึงเครียดระหว่างจีนกับไต้หวันเกิดขึ้น ก็เป็นเหตุให้การค้าขายของไต้หวันมีสภาพที่ย่ำแย่ลง มีรายงานว่ายอดคำสั่งซื้อสินค้าส่งออกจากไต้หวันตกฮวบก่อนหน้าถูกจีนคว่ำบาตร สะท้อนถึงความไม่ไว้วางใจต่อสถานการณ์ในช่องแคบไต้หวัน

โดยก่อนหน้านี้บลูมเบิร์กรายงานการแถลงตัวเลขทางเศรษฐกิจของไต้หวันเมื่อวันจันทร์ ที่ 22 ส.ค. ว่า คำสั่งซื้อสินค้าส่งออกจากไต้หวันประจำเดือน ก.ค.หดตัวร้อยละ 1.9 จากช่วงเดือนเดียวกันของปี 2564 ตกต่ำอย่างมากจากที่บลูมเบิร์กสำรวจการประเมินของนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งคาดกันว่า น่าจะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 6.2 ด้วยซ้ำ

ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวันรับตำแหน่งผู้นำสมัยที่ 2 ยืนยัน ไม่เอา "1 ประเทศ 2 ระบบ" | Brand Inside

คำสั่งซื้อที่ลดลงเหนือคาดนี้ เนื่องจาก “ความต้องการจากลูกค้าจีน (แผ่นดินใหญ่) ดิ่งลง” แม้คำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยกันได้ โดยคำสั่งซื้อลดลงในสินค้าทุกหมวด ยกเว้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมทั้งชิปเซมิคอนดักเตอร์ คำสั่งซื้อที่ลดลงส่งสัญญาณถึงแนวโน้มการสิ้นสุดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่โตแข็งแกร่งมานาน 2 ปีของไต้หวัน โดยทางการไต้หวันยังคาดการณ์ด้วยว่า คำสั่งซื้อในเดือน ส.ค.จะลดลงอีกราวร้อยละ 0.9 ถึงร้อยละ 3.7

ส่งออกไต้หวันทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี  หลังความต้องการสินค้าไอทีสูงขึ้นจากช่วง Work From Home | Brand Inside

EIC เปิด 3 scenario ผลกระทบจากความตึงเครียดระหว่าง 'จีน - ไต้หวัน'

บรรดานักวิเคราะห์จีนชี้ว่า แม้ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่เกิดความเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งเป็นการยั่วยุโดยตรงให้เกิดบรรยากาศความเป็นปรปักษ์กันในช่องแคบไต้หวัน ดังเช่นกรณีการเยือนกรุงไทเปของนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือน ส.ค. และจีนยังไม่คว่ำบาตรการนำเข้าสินค้านับพันรายการจากไต้หวัน แต่คำสั่งซื้อที่ลดลงนี้สะท้อนว่า นักธุรกิจต่างพยากรณ์เหตุการณ์กันไปในแง่ลบ

จีนรุกล้ำเส้นกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน ตอบโต้ "เพโลซี" เยือนไทเป : อินโฟเควสท์

โดยนายหลี่ เฟย อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยด้านไต้หวันของมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมินระบุว่า เศรษฐกิจไต้หวันไม่อาจเปลี่ยนแปลงไปจากการพึ่งพาตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ได้ เพราะมีการพึ่งพากันอย่างหยั่งรากลึก ทั้งด้านการนำเข้าและส่งออก ตั้งแต่สินค้าเกษตรไปจนถึงอุตสาหกรรมไฮเทค แต่โชคร้ายที่รัฐบาลไต้หวันจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) เชิดชูนโยบายประกาศเอกราชจากจีน และต้องการให้สหรัฐฯ สนับสนุนปณิธานนี้ จึงพยายามตัดขาดไต้หวันจากตลาดจีน และหันมาเข้าร่วมในกรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (IPEF) ซึ่งสหรัฐฯ เป็นผู้นำ ด้วยสถานภาพ “กึ่งสมาชิก” เพื่อหวังเอาใจฝ่ายนั้น การแยกตัวจากตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของไต้หวัน จึงเท่ากับเป็นการฆ่าตัวตายอย่างช้า ๆ ของเศรษฐกิจไต้หวันเอง

มองสัมพันธ์สามเส้า "จีน-ไต้หวัน-สหรัฐฯ" ผ่านการข่มขู่และยั่วยุ

นอกจากนี้ ยังอาจมองได้เช่นกันว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คำสั่งซื้อสินค้าส่งออกของไต้หวันตกลง เป็นเพราะสินค้าของไต้หวันไม่สามารถแข่งขันในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ได้เหมือนแต่ก่อน ซึ่งจีนอาจหาซื้อสินค้าจากที่อื่นมาทดแทนได้

ไช่ อิง เหวิน" ซัด "จีน" จ้องล้มล้างประชาธิปไตย "ไต้หวัน"!

อย่างไรก็ตามการที่ไต้หวันเข้าร่วมในกลุ่มพันธมิตรชิป 4 (Chip 4 alliance) กับสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เพื่อร่วมมือกันพัฒนาห่วงโซ่อุปทานชิปเซมิคอนดักเตอร์ โดยที่ไม่มีจีนมาเกี่ยวข้องอีกต่อไปนั้น นักวิเคราะห์จีนมองว่า เป็นการคบคิดระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน เพื่อสกัดกั้นการพัฒนาชิปเซมิคอนดักเตอร์ของจีน แต่นักวิเคราะห์ก็เตือนว่า ไต้หวันกำลังทำให้ชิปเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นเสาหลักอุตสาหกรรมของมังกรน้อยตกอยู่ในความเสี่ยง เพราะสหรัฐฯ ย่อมจะหาทางทำให้บริษัทของไต้หวันยินยอมเปิดเผยหัวใจเทคโนโลยีล้ำหน้า ที่พยายามเก็บงำเป็นความลับมานาน ให้ฝ่ายสหรัฐฯ ล่วงรู้อย่างแน่นอน

ชิปไต้หวัน ชิ้นส่วนเล็กๆ ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังสยายปีกไปยุโรป  กรณีศึกษา TSMC