ไอติมปากเลอะประชาธิปไตย คิดไม่ต่างอนค.??? สงสัยเข้าข้างธนาธร!?!

0

พลันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ธนาธร พ้นสภาพส.ส.ในคดีถือหุ้นสื่อ ก็มีความเคลื่อนไหวตามมามากมาย ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและค้านกับคำสั่งดังกล่าว??? จอห์น วิญญู โพสต์ทวิตเตอร์ว่าจะไม่แปลกใจถ้ามาถึงจุดนึงประชาชนลุกฮือ และที่ดูจะแหลมคมคือ ไอติม ที่ดูเหมือนว่า นับวันความคิดอ่านช่างคล้ายกับพรรคสีส้ม จนใครต่อใครอยากให้ย้ายเข้าไปอยู่ให้รู้แล้วรู้รอด ล่าสุดที่ออกมาพูดได้สร้างความสงสัยให้กับสังคมเป็นอย่างมาก?!?

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม เป็นหลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี จบปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งในระหว่างที่เรียนมีตำแหน่งเป็น “นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด” ด้วย

 

ไอติม เมื่อมีความสนใจงานการเมือง ก็ได้ลาออกจากบริษัท Junior Manager ในเครือ บริษัท McKinsey & Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ทิ้งเงินเดือนหลักแสน หลังทำอยู่ประมาณสองปีครึ่ง

 

เจ้าตัวเคยบอกสนใจเรื่องการเมืองจริงจังตั้งแต่อายุ 13 มีน้ามาร์คเป็นแบบอย่าง ก่อนที่จะประกาศลงการเมืองอย่างเต็มตัวคือช่วงอายุ 25 ปี หรือเมื่อสองปีก่อนหน้านี้ ทั้งหลานชายนายอภิสิทธิ์ ยังเคยพูดอย่างเต็มปากว่าเป็นตัวแทน “พรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่”

 

ไอติม สมัครเป็นทหารเกณฑ์ช่วงเดือนเมษายน 2561 จากนั้นได้เสนอแนวทางยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ทำให้ได้ใจคนรุ่นใหม่ไปมากทีเดียว กระทั่งพฤศจิกายน 2561 เปิดตัวกลุ่ม “นิวเดม” ที่ย่อมาจากคำว่า “นิวเดโมเครต” หรือ “ประชาธิปัตย์ใหม่” จำนวน 21 คน

 

วันนั้นไอติมประกาศแนวคิดของกลุ่มว่า “ก้าวนอกกรอบ” ความหมายคือ นโยบายใหม่ๆ ที่คนรุ่นใหม่ต้องการ เช่น เกณฑ์ทหารสมัครใจ กัญชาเสรีทางการแพทย์ ความเสมอภาคทางเพศ ฯลฯ

 

ต้นปี 2562 เริ่มมีการหาเสียงเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์ส่งเลือดใหม่นิวเดมลงสนามเลือกตั้งหลายคน เช่น พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ เขตบึงกุ่ม-คันนายาว, หมอเอ้ก เขตบางซื่อ-ดุสิต และไอติม เขตบางกะปิ-วังทองหลาง (เฉพาะแขวงพลับพลา) แต่ผลประชาธิปัตย์พ่ายยับในสนาม กทม. น้ามาร์คของไอติม ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค

 

หลังจากนั้นไอติมและเพื่อนนำเสนอแนวคิด “ก้าวนอกกรอบ” โดยเสนอพรรคไม่เข้าร่วมรัฐบาลทุกฝ่าย ประกาศทำหน้าที่ “ฝ่ายค้านอิสระ”

 

15 พ.ค. 62 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ

 

5 มิ.ย. 62 ไอติม อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำกลุ่มนิวเดม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้พูดไว้กับประชาชน ที่ไม่สนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

 

“ในฐานะนักประชาธิปไตย ตนไม่สามารถเห็นด้วยได้กับการสนับสนุนผู้นำหรือพรรคการเมืองที่ได้รับอานิสงส์โดยบังเอิญ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องโดยเจตนา กับ กติกาและพฤติกรรมที่สังคมมองว่าไม่เป็นกลาง แต่ในวันที่อุดมการณ์ของตนและอุดมการณ์ของพรรคแตกต่างกัน ตน เคารพการตัดสินใจของพรรค ด้วยการยุติทุกบทบาททางการเมืองในนามพรรค และลาออกจากสมาชิกพรรค” ไอติม โพสต์ในวันนั้น

 

หลังจากนั้น ไอติม ก็ยังมีความเคลื่อนไหว จากการออกมาเปิดตัวกลุ่มใหม่ ในงานเปิดตัว “คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” (ครช.) เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา โดยได้กล่าวในที่ประชุมถึงกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้ายึด 3 หลัก คือ

 

1.กติกาต้องเป็นกลาง ทำให้คนที่แตกต่างอยู่ร่วมกันได้โดยไม่แตกแยก 2.ประเทศต้องเดินไปข้างหน้าได้ ไม่ใช่คัดค้านกันตลอด หาคุณค่าหลักที่ทุกฝ่ายเห็นด้วยกันได้ 3.ทำอย่างไรให้รัฐธรรมนูญของเราแก้ปัญหาในอนาคตตั้งแต่วันนี้ เช่น สังคมสูงวัย ความเหลื่อมล้ำ

 

ก่อนที่จะออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พ้นสภาพ ส.ส.จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ว่า

 

หลายคนคงมีความรู้สึกที่แตกต่างกันไปเกี่ยวกับคำพิพากษาวันนี้ ผมขอไม่แสดงความเห็นเป็นการเฉพาะ เพราะผมเชื่อว่าทุกคนใช้วิจารณญาณตัดสินกันเองได้ ผมมีเพียง 3 ประเด็นเกี่ยวกับภาพรวมของสังคมไทยที่เห็น ณ ปัจจุบัน

 

  1. ประชาชนควรมีสิทธิในการแสดงความเห็นต่อคำตัดสินของศาลอย่าง “เสรี” และ “เป็นธรรม” – ซึ่งหมายถึง “เสรีภาพ” ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยไม่ถูกปิดกั้น ตราบใดที่ความเห็นนั้นถูกนำเสนออย่าง “เป็นธรรม” บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อมูล และ เหตุผล ที่ปราศจากความชอบหรืออคติที่เราอาจมีเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง

 

  1. ความรวดเร็วในกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญ – ต้องยอมรับว่ากระบวนการการตัดสินครั้งนี้มีความว่องไวและรวดเร็ว เราเพียงแต่หวังว่าความรวดเร็วของกรณีนี้เมื่อเทียบกับกรณีอื่น สะท้อนถึงมาตรฐานการทำงานที่ว่องไวขึ้น และจะถูกนำไปปฏิบัติสำหรับทุกกรณีและทุกฝ่าย ไม่ใช่เป็นมาตรฐานพิเศษที่เกิดจากปัจจัยแอบแฝงทางการเมือง

 

  1. คำตัดสินถูกผิดเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย (ซึ่งอาจแตกต่างจากความถูกผิดโดยเจตนา) แต่การที่คนในสังคมตั้งคำถามเยอะกว่าปกติ เป็นเพราะสภาพแวดล้อมของการอยู่ภายใต้กติกาที่ไม่เป็นกลาง ที่ปรากฎออกมาในหลายครั้ง (ในหลายกรณีอื่นๆ) ซึ่งส่งผลให้บางคนอาจแคลงใจกับคำตัดสินครั้งนี้เป็นพิเศษ (ไม่ว่าจะฝักใฝ่ฝ่ายไหนในทางการเมือง)

 

ยิ่งเรากลับเข้าสู่ระบบที่กติกาเป็นกลางช้าเท่าไหร่ คำถามที่คนตั้งกับกระบวนการยุติธรรมก็จะมีมากขึ้น ความศรัทธาของทุกคนในกระบวนการยุติธรรมก็จะยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่ควรจะเป็นในระบอบประชาธิปไตย

 

ไม่ว่าเราจะยืนอยู่ตรงจุดไหนทางการเมือง จะชื่นชอบฝักใฝ่ฝ่ายไหน ผมคิดว่าเราทุกคนต้องการเห็นระบบที่ทุกฝ่ายแข่งขันกันได้บนมาตรฐานเดียวกัน และบนกติกาที่ทุกคนมีความเชื่อและความศรัทธาอย่างถ่องแท้ในความเป็นกลาง

 

นั่นคือถ้อยความที่ไอติม แสดงออกมาภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคดีของนายธนาธร ซึ่งหลายคนฟังแล้ว ก็อดตั้งคำถามและเคลือบแคลงต่อเนื้อหาที่หลานชายนายอภิสิทธิ์ โพสต์ไม่ได้ว่า การจะอ้างปากเป็นนักประชาธิปไตยอย่างไรก็ควรต้องเคารพกฏหมายด้วยหรือไม่???

 

ซึ่งการออกมาพูดเช่นนั้นของไอติม ทำให้อดไม่ได้ที่จะย้อนไปตรวจสอบถึงท่าทีของไอติมก่อนหน้านี้ และก็พบว่าเคยความเคลื่อนไหวในเวทีร่วมกับนายธนาธร หลายครั้งเดียวกัน

 

22 มี.ค. 2561  ไอติม-ธนาธร โชว์จุดร่วมต้านรัฐประหาร พาประเทศกลับสู่ประชาธิปไตย

 

นายธนาธรให้ความเห็นในวงสนทนา อนาคตประเทศจะไปทางไหน ว่าสิ่งที่ทุกคนต้องทำคือไม่เรียกทหารออกมาทำรัฐประหาร เพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง เพราะพวกเราสามารถแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องใช้อำนาจจากกระบอกปืน ขณะรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 บิดเบี้ยว ไม่เชื่อมโยงกับประชาชน ดังนั้นควรเลิกเชื่ออำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

 

ขณะไอติม กล่าวว่าสิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้า คือการกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย และไม่สนับสนุนการรัฐประหารยึดอำนาจ สิ่งต้องคิดร่วมกัน จะสร้างประชาธิปไตยให้ยั่งยืนอย่างไร โดยไม่ต้องมีคนตายหรือติดคุกเพื่อสร้างระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง

 

ทั้งนี้นายพริษฐ์ ระบุว่าตนพร้อมเข้าไปทำงานในพรรคประชาธิปัตย์ โดยยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ และอิงหลักการวิชาการ พร้อมทั้งเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่สามารถตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ได้

 

20 ส.ค. 2562  ไอติม พริษฐ์ ร่วมเวทีอนาคตใหม่ หนุน ธนาธร

 

พรรคอนาคตใหม่ จัดเวทีสานเสวนา ประเทศไทยแบบไหนที่เราอยากอยู่ร่วมกัน ซึ่งเป็นไปตามแคมเปญการรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ 2560 ครั้งที่ 2

 

โดยนายธนาธร เปิดเวทีสานเสวนา ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า การเมืองไทยวันนี้ข่าวร้ายคือประชาธิปไตยถูกท้าทายอย่างรุนแรงหรืออีกมุมคือประชาธิปไตย กำลังการถูกคุกคาม เช่น กระบวนการกติกาที่เป็นประชาธิปไตยของไทยที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตย ทั้งเนื้อหาสาระและกติกาซึ่งยอมรับว่า หนักใจกับสภาวะที่สังคมไทยเผชิญ

 

“ดังนั้นการขับเคลื่อนในฐานะนักประชาธิปไตยคนหนึ่งวันนี้คือการหาฉันทามติที่จะมาเป็นกติการ่วมกัน ภายใต้หลักการกติกาที่เป็นกลาง” นายพริษฐ์ กล่าว

 

6 พ.ย. 62 ไอติม-ธนาธร-ชัชชาติ ปราศรัยนโยบายเพื่อประชาชนและความยั่งยืน

 

งาน Thammasat Open House Feedom & Sustainbility ประจำปี 2562 ณ เวทีกลางศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์รังสิตมหาวิทยาลัย ศูนย์รังสิต  มีการจัดเวทีปราศรัยนโยบายเพื่อประชาชนและความยั่งยืน TU Resolution Talk โดยตัวแทนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ อาทิ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นาย ธนาธร , ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นักการเมืองรุ่นใหม่ (New dem)นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์

 

นายพริษฐ์ ปราศรัยว่า เสียงที่เกินครึ่งหนึ่งของประเทศและเป็นคำตอบจะไม่สามารถถูกนำไปปฏิบัติได้ เพราะประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่คนมีหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงเท่ากัน

 

ด้าน นายธนาธร กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ในอดีตประเทศไทยมีระบบชนชั้นที่มีความเหลื่อมล้ำ จึงมีความจำเป็นต้องทำให้ประชาชนในประเทศไทยมีสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียม และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม พร้อมขอบคุณประชาชนทุกคนที่”อยู่ไม่เป็น” ไม่โอนอ่อนไปกับความไม่ถูกต้อง

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่พบการขึ้นเวทีเดียวกันของไอติมกับธนาธร ซึ่งแน่นอนมันไม่ใช่ความผิดบาปอะไรเลย เพียงแต่พบว่าทั้งสองมักอ้างถึงความเป็นคนรุ่นใหม่ และมักพร่ำถึงตัวเองว่าเป็นนักประชาธิปไตย แต่ทำไมเมื่อทำผิด ถึงไม่ยอมรับ???ทั้งยังแสดงอาการปลุกระดมผู้คนให้หลงผิดตาม!?!

 

การที่พร่ำพูดว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย มันไม่ได้หมายความว่า เมื่อทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิด ไม่เคารพกฎหมาย ซึ่งเรื่องคดีถือหุ้นสื่อนี้ ทุกอย่างได้เดินไปตามกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมาย ไม่ใช่ว่าปากอ้างประชาธิปไตยแล้วไม่ต้องทำตามกฎหมาย และเรื่องนี้ตัวธนาธรเองที่เป็นคนก่อขึ้นมาทุกอย่างศาลได้ยึดตามพยานหลักฐานทั้งสิ้น!!!

 

ทำไมเรื่องแบบนี้ไอติมถึงไม่ฉลาด??? นี่เองที่ทำให้สังคมสงสัยว่าหากไม่เข้าข้างกันเกินไปคนรุ่นใหม่อย่างไอติมก็น่าพอจะคิดได้ว่าอะไรถูกผิด ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับคำว่าประชาธิปไตยเลย หรือง่ายๆถ้าหลานชายอภิสิทธิ์คนนี้เดินเข้าพรรคสีส้มไปให้รู้แล้วรู้รอด แบบนี้คนจะได้เลิกสงสัยเสียที!!!