“สนธิญาณ”ชี้คนไทยควรรู้เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ ไทยจึงปลอดภัยจากวิกฤติในขณะนี้

0

“สนธิญาณ”ชี้คนไทยควรรู้? เพราะ สถาบันพระมหากษัตริย์ วางรากฐานระบบสาธารณสุข ไทยจึงปลอดภัยจากวิกฤติในขณะนี้

ในรายการ ทิศทางไทยในช่วงเวลา 00.00 กับ สนธิญาณ ทางช่องสถาบันทิศทางไทย เผยแพร่ผ่านทางยูทูป  ทางด้าน สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 และระบบสาธารณสุขของไทย  ระบุว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังกระจายไปทั่วโลกอยู่ขณะนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดได้ดีจากนานาชาติ

สนธิญาณกล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จในประเด็นดังกล่าวระบุว่า นิตยสาร CEOWORLD นิตยสารด้านธุรกิจของสหรัฐอเมริกา จัดอันดับประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุดในโลก ประจำปี 2562ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับ 6  ส่วนอันดับ 1 คือไต้หวัน  อันดับ 2 เกาหลีใต้ อันดับ 3 ญี่ปุ่น อันดับ 4 ออสเตรีย อันดับ 5 เดนมาร์ก   อันดับ 6 ไทย อันดับ 7สเปน อันดับ 8 ฝรั่งเศส  อันดับ 9 เบลเยียม และอันดับ 10 ออสเตรเลีย

มีวิธีจัดอันดับโดยพิจารณาทั้ง 5 ด้าน 1) โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข 2) ประสิทธิภาพของบุคลากรด้านสาธารณสุข ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรอื่นๆ 3) ค่าใช้จ่ายในระบบ 4)การเข้าถึงยาคุณภาพ และ 5)ความพร้อมของรัฐบาลในการจัดการระบบ

เมื่อพิจารณา สเปน ฝรั่งเศส และประเทศอื่นๆในยุโรป ที่แม้จะได้รับการจัดอันดับระบบสุขภาพ ระบบสาธารณสุขที่ดีแต่การแก้ปัญหาล้มเหลว แน่นอนว่าเรื่องนี้จะต้องให้เครดิตกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่นำพาคณะรัฐบาลแก้ไขปัญหาประเทศด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ระบบสาธารณสุขที่พูดถึงว่าดี ทราบหรือไม่ว่าเป็นเพราะพระมหากรุณาที่คุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ของราชวงศ์จักรีที่สร้างเอาไว้ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย

สนธิญาณ”ระบุว่า เริ่มต้นจากพระบาทสมเด็จพระจุฬาจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช หรือ เสด็จพ่อร.5 ที่ชาวไทยเคารพกราบไหว้ เรื่องของเรื่องที่ไทยได้เริ่มการแพทย์สมัยใหม่เกิดขึ้น เมื่อปี2424 ได้เกิดโรคระบาดก็คืออหิวาตกโรค ระบาดอย่างรุนแรงมาก สมเด็จพระปิยมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลชั่วคราวขึ้นในชุมชนต่างๆรวมทั้งสิ้น 48 ตำบล

หลังจากแก้ไข้ปัญหาอหิวตกโรคเป็นที่เรียบร้อย พระองค์ท่านมีพระราชดำริว่าต้องมีโรงพยาบาลที่เป็นเรื่องเป็นราวถาวรเพื่อที่จะได้ดูแลประชาชนนำการแพทย์สมัยใหม่มาใช้ ดังนั้นเมื่อวันที่22 มีนาคม 2429 ถัดมา5ปี สมเด็จพระปิยมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งคณะกรรมการจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้นเพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลถาวรแห่งแรกขึ้นบริเวณวางของกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข หรือวังหลัง คือที่ตั้งของโรงพยาบาลศิริราชในปัจจุบัน และได้พระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนเริ่มแรกในการตั้งโรงพยาบาล

สนธิญาณกล่าวต่อว่า ในระหว่างการเตรียมการก่อตั้งโรงพยาบาล ปรากฎว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชโอรสของสมเด็จพระปิยมหาราช ได้สิ้นพระชนม์ลงจึงเป็นที่มาในการตั้งชื่อ โรงพยาบาลศิริราชขึ้น ซึ่งในระยะแรกคณะกรรมการจัดสร้างโรงพยาบาลได้จัดสร้างเรือนพักผู้ป่วยขึ้น 6 หลัง เมื่อวันที่26 เมษายน 2431 สมเด็จพระปิยมหาราช ทรงได้พระราชทานนามโรงศิริราชพยาบาล เป็นชื่อแรกหรือชาวบ้านเรียกว่าโรงพยาบาลวังหลัง

ไม่เพียงเท่านั้นสมเด็จพระปิยมหาราช ซึ่งเรารู้กันว่าเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทำการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆอย่างมากมาย ทรงได้จัดตั้งราชแพทยาลัยขึ้น ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในปัจจุบัน นี่เป็นการเริ่มต้นระบบสาธารณสุข การแพทย์สมัยใหม่ของประเทศไทยที่เริ่มต้นด้วยสมเด็จพระปิยมหาราช และผู้ที่สืบสานเดินตามรอยพระบาทต่อมาก็คือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก โอรสของสมเด็จพระปิยมหาราช แต่ประชาชนรู้จักกันในนามกรมหลวงสงขลานครินทร์  หรือพระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9

กรมหลวงสงขลานครินทร์ ประชาชนรู้จักกันในนามหมอเจ้าฟ้าซึ่งพระองค์ท่านได้สำเร็จวิชาการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ปริญญาแพทยศาสตร์เกียรตินิยมหลังจากนั้นเสด็จนิวัติกับประเทศไทยและทรงดำเนินกิจการทางด้านการแพทย์และระบบสาธารณสุขของไทยตลอดมา

สนธิญาณกล่าวต่อว่า รากฐานในการขยายตัว คือสิ่งที่ทำให้ระบบสาธารณสุขและระบบการแพทย์ของไทย ขยายตัวออกไปทั่วประเทศ ซึ่งเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่งที่อยากนำมาขยาย นั่นก็คือเรื่องอันเกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระพระเจ้าอยู่หัว ร. 10 ซึ่งหลายท่านคงจะเคยได้ยินโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชซึ่งมีอยู่ 21 แห่ง มีเตียงที่บริการผู้ป่วยตั้งแต่ 30 เตียง ไปจนถึง 200 เตียงกระจายอยู่ทั่วประเทศ สำหรับความเป็นมาของโรงบาลสมเด็จพระยุพราช มาจากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงสถาปนาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ซึ่งขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร 

จากการสถาปนาดังกล่าวได้มีการจัดตั้งมูนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชขึ้น และเริ่ม ดำเนินการระดมทุนครั้งยิ่งใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ในประเทศไทยที่คนไทยร่วมแรงร่วมใจทั้งภาคประชาชนทั่วไป นักธุรกิจ ราชการ ทำให้สามารถก่อสร้างและดำเนินการจัดหาเครื่องมือแพทย์จนโรงพยาบาลทั้ง 21 แห่งสมบูรณ์แบบสามารถให้บริการพี่น้องประชาชนกระจายทั่วทั้งประเทศได้ นั่นเป็นเพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10

ตนหยิบยกเรื่องราวนี้มาพูด มักจะมีคำถามค่อนแคะกระแหนะกระแหนจากผู้ที่ไม่ชอบสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เรื่อย หรือหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวนี้ไปก็อาจจะบอกว่าแน่นอน ก็เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์บริหารดูแลแผ่นดินซึ่งมีหน้าที่ต้องทำ ..ก็ใช่แต่หน้าที่ต้องทำตามที่พูดกันเป็นหน้าที่ที่ได้ทำด้วยการทุ่มเทของสถาบันพระมหากษัตริย์จนทำให้รากฐานระบบสุขภาพและระบบสาธารณสุขของไทยเข้มแข็งมาจนถึงปัจจุบันจนได้รับการยอมรับว่าอยู่ในอันดับหกของโลกอย่างนี้

สนธิญาณทิ้งท้ายไว้ว่า พูดได้หรือไม่ว่าเป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณของราชวงศ์จักกรีและพระมหากษัตริย์ไทยที่ได้สร้างระบบสาธารณสุขขึ้นอันทำให้คนไทยได้รับผลและเห็นชัดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน