ศรีลังกายืนข้างจีน!! เรือวิจัยจีนหยวนหวัง๕ ได้เทียบท่าโคลัมโบ ไม่สนอินเดีย-เมกาค้านหนัก หวั่นถูกสอดแนม

0

“หยวนหวัง๕” เรือวิจัยของจีน ได้เข้าเทียบท่าฮัมบันโตตา ของเมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาแล้ว แม้อเมริกาและอินเดียจะคัดค้านหนักว่าเรือลำนี้เป็นเรือจารกรรม รวมทั้งถือเป็นความพยายามแผ่ขยายอำนาจอิทธิพลของปักกิ่ง ด้านจีนโต้ว่า กิจกรรมของเรือสำรวจของตนสอดคล้องกับกฎหมายและแนวทางปฏิบัติสากล อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงหรือเศรษฐกิจของประเทศใดๆ  เจ้าของบ้านศรีลังกาให้การต้อนรับอบอุ่น ไม่สนคนนอกที่ช่วยเหลืออย่างมีเงื่อนไขแม้ยามยากลำบาก ต่างกับจีนที่พร้อมช่วยฉุกเฉินทั้งอาหาร วัสดุจำเป็นและเงิน

วันที่๑๗ ส.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวโกลบัลไทมส์รายงานว่า เรือวิจัยของจีนชื่อหยวนหวัง๕(Yuan Wang ๕)มาถึงท่าเรือศรีลังกาเมื่อวันอังคารที่ ๑๖ ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของศรีลังกาหลายคน รวมทั้งตัวแทนของประธานาธิบดี เข้าร่วมพิธีต้อนรับ ซึ่งจัดโดยเอกอัครราชทูตจีนประจำศรีลังกา กี เฉนฮง(Qi Zhenhong) ตามรายงานของกระทรวงการต่างประเทศจีน 

เรือวิจัยทางวิทยาศาสตร์เทียบท่าที่ท่าเรือฮัมบันโตตาในเช้าวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ในระหว่างพิธีต้อนรับที่เป็นมิตรและกระตือรือร้น มีการเล่นเพลงชาติของทั้งจีนและศรีลังกา และชาวศรีลังกาแสดงการเต้นรำตามประเพณี

หวัง เวนบินโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน(Chinese Foreign Ministry spokesperson Wang Wenbin)  กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรือจีนประเภทนี้ได้ไปเยือนศรีลังกา ในปี ๒๐๑๔ เรือจีนประเภทเดียวกันชื่อว่าฉื่อหยาน๑ ได้ไปเยือนโคลัมโบมาก่อนแล้ว

หวังยืนยันว่าเรือหยวนหวัง๕ จะใช้เวลาสักครู่เพื่อเติมเสบียงที่จำเป็นให้เสร็จสิ้น  “จีนและศรีลังกาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรและใกล้ชิดกันมาตลอด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศยังคงให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทางทะเล”  “จีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับศรีลังกาเพื่อรวบรวมความไว้วางใจซึ่งกันและกันทางการเมือง และส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้งสองประเทศ”

กิจกรรมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของเรือหยวนหวัง ๕ เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและแนวปฏิบัติทั่วไป และไม่ควรถูกแทรกแซงโดยบุคคลที่สาม

เดิมที เรือลำนี้มีกำหนดจะเทียบท่าที่ท่าเรือฮัมบันโตตาเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคมที่ผ่านมา  แต่อินเดียกดดันศรีลังกาอย่างต่อเนื่องให้เลื่อนการมาถึงของเรือจีน โดยอ้างสิ่งที่เรียกว่าความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

หวังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมอย่างสมบูรณ์สำหรับบางประเทศที่จะอ้างถึงความกังวลด้านความปลอดภัยของตนแล่วมากดดันศรีลังกา 

ผู้เชี่ยวชาญจีนมองว่าอินเดียได้ใช้ความช่วยเหลือของตนในศรีลังกาเพื่อกดดันทางการเมืองและแทรกแซงการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งส่วนตัวและปกติของศรีลังกา 

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา NDTV สื่อของอินเดียได้กล่าวหาอย่างไม่มีมูลว่าเรือวิจัยทางวิทยาศาสตร์ มันสามารถ “ติดตามขีปนาวุธของอินเดีย” “วัดระยะและความแม่นยำของขีปนาวุธอินเดีย” และ “อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการเรือดำน้ำ” 

เกียน เฟง(Qian Feng) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ National Strategy Institute แห่งมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua) กล่าวว่า สื่ออินเดียบางส่วนตื่นตัวอยู่เสมอเกี่ยวกับอิทธิพลของจีน สื่อเหล่านี้กระตุ้นกิจกรรมตามปกติของจีนในมหาสมุทรอินเดียด้วยอคติและพยายามกระตุ้นเร้าความสัมพันธ์จีน-ศรีลังกาเป็นด้านลบ 

การเคลื่อนไหวทางการเมืองดังกล่าวจากอินเดียยังถูกประณามอย่างรุนแรงจากนักวิชาการชาวศรีลังกา

มายา มาเจอรัน(Maya Majueran) ผู้อำนวยการโครงการ Belt & Road Initiative Sri Lanka (BRISL) ซึ่งเป็นองค์กรในศรีลังกาที่เชี่ยวชาญด้านความร่วมมือด้าน BRI กล่าวว่า”ศรีลังกาเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญของ BRI และมหาสมุทรอินเดียไม่ได้เป็นของรัฐใดรัฐหนึ่ง”  “หยวนหวัง๕ เป็นเรือวิจัยและสำรวจ จีนมีสิทธิที่จะแล่นเรือไปในทะเลสากล” นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่า  “ศรีลังกาเป็นประเทศที่มีอำนาจอธิปไตย และเราสามารถตัดสินใจได้โดยอิสระ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะอนุญาตให้หยวนหวัง๕ เทียบท่าที่ท่าเรือลังกาหรือไม่ผู้อื่นไม่เกี่ยว”

เขากล่าวว่า จีนเป็นเพื่อนที่ดีของศรีลังกา ในขณะที่อินเดียพยายามทำตัวเป็นพี่ใหญ่ของศรีลังกาเสมอ ซึ่งชาวศรีลังกาส่วนใหญ่ไม่ยินดี 

มาเจอรันย้ำว่า “ธุรกิจท่าเรือฮัมบันโตตานำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่จำเป็นมากสำหรับประเทศศรีลังกา ศรีลังกาไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากอินเดียและสหรัฐฯ เพื่อทำธุรกิจในท่าเรือของเราเอง” 

เมื่อถูกถามว่าจีนจะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ศรีลังกาในสถานการณ์ที่เลวร้ายหรือไม่ หวังเน้นในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารว่า จีนแบ่งปันความรู้สึกของปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมที่ศรีลังกากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

“ในอดีต เราได้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือศรีลังกาเพื่อเอาชนะปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศให้ได้มากที่สุด” “เราเคยทำมาแล้วและเราจะทำต่อไปในอนาคต”