“พรุ่งนี้คือสงคราม”?? สื่อดังมะกันซัดสหรัฐจ่อสงครามกลางเมือง รีพับลิกันระดมสู้ ยื่นถอดอัยการสูงสุดสั่งบี้ทรัมป์

0

ความขัดแย้งระหว่างพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันของสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากกรณีเอฟบีไอบุกบ้านพักอดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาร์อลาโก (Mar-a-Lago) ในฟลอริดา FBI ตรวจค้นเมื่อวันจันทร์สัปดาห์ที่ผ่านมา อ้างสอบสวนทรัมป์”เอาบันทึกลับจากทำเนียบขาว”มาเก็บไว้ส่วนตัว  ผู้เชี่ยวชาญและชาวเน็ตต่างให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับกรณีนี้ โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่าระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐฯทำงานผิดปกติ และอาจทำให้สถานการณ์บานปลาย เป็นจลาจลเหมือนเหตุการณ์ Capitol Hill ในปี ๒๕๖๔ ล่าสุดนิวยอร์กไทมส์และวอชิงตันโพสต์ สื่อดังของมะกันพาดหัวเดือดว่า สหรัฐอาจไม่พ้นสงครามกลางเมืองเป็นแน่ ในขณะที่แกนนำส.ส.พรรครีพับลิกันโพสต์ลงโซเชียลดุดันว่า “Tomorrow’s War?” หรือ พรุ่งนี้คือสงคราม พร้อมเดินหน้าลุยยื่นปลดอัยการสูงสุดปฏิบัติหน้าที่มิชอบและอคติทางการเมือง

วันที่ ๑๕ ส.ค. ๒๕๖๕ สำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทมส์และวอชิงตันโพลส์รายงานว่า “สัญญาณของสงครามกลางเมืองกำลังเกิดขึ้น”  รายงานว่าปฏิกิริยาต่อการค้นหา FBI ของ มาร์อลาโกนั้น ไปไกลเกินกว่าความโกรธแค้นและความขุ่นเคืองในหมู่ผู้สนับสนุนอดีต

ปธน.ทรัมป์ ผู้มีอิทธิพลในสื่อและแม้แต่ผู้สมัครพรรครีพับลิกันหลายคนก็ใช้ภาษาแห่งความรุนแรงเพื่อกระตุ้นการชุมนุมต่อต้านครั้งใหม่

สตีเวน โครว์เดอร์ (Steven Crowder) นักวิจารณ์อนุรักษ์นิยมที่มีผู้ติดตามทวิตเตอร์เกือบ ๒ ล้านคน เขียนบนเว็บไซต์ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เอฟบีไอค้นบ้านพักทรัมป์ว่า“พรุ่งนี้คือสงคราม” 

เดอะเกตเวย์พันดิท(The Gateway Pundit) ซึ่งเป็นสื่อที่สนับสนุนทรัมป์โพสต์ออนไลน์ว่า “นี่หมายถึงสงคราม” และแพร่ขยายอย่างรวดเร็วโดยบัญชีที่เชื่อมโยงกับสตีเฟน แบนนอน (Steve Bannon) ที่ปรึกษาทางการเมืองของทรัมป์ 

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา โจ เคนท์ (Joe Kent)สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทรัมป์รับรองในวอชิงตัน ในรายการพอดคาสต์ “Bannon’s War Room” ให้สัมภาษณ์ดุเดือดว่า “เหตุการณ์ที่มาร์อลาโก เป็นการแสดงให้ทุกคนเห็นว่าพวกเราหลายคนพูดกันมานานมากแล้วว่าเรากำลังอยู่ในภาวะสงคราม”

“ผู้สนับสนุนของทรัมป์ จะไม่มีวันเชื่อว่าการสอบสวนของ FBI ต่ออดีตปธน.เป็นคดีทางกฎหมายที่บริสุทธิ์ เช่นเดียวกับที่ทรัมป์อ้างว่าผู้สนับสนุนของเขาจะเชื่อว่านี่เป็นการกดขี่ข่มเหงและการล่าแม่มดโดยพรรคเดโมแครตและฝ่ายบริหารของไบเดน  ไม่ว่าอย่างไรสิ่งที่สื่อกระแสหลักในสหรัฐฯและพรรคเดโมแครตพูด เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะโน้มน้าวผู้สนับสนุนทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากในสหรัฐฯ ให้ยอมรับผลการเลือกตั้งอย่างสันติ หากทรัมป์ถูกตัดสินจำคุกหรือถูกสั่งห้ามไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง”

วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อวันพุธที่ ๑๐ ส.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างการประชุมครั้งล่าสุดที่ทำเนียบขาว นักประวัติศาสตร์กลุ่มหนึ่งเตือนไบเดนว่าสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภัยคุกคามไม่ต่างจากอดีตในช่วงก่อนสงครามกลางเมือง 

ไมเคิล เบชลอสส์(Michael Beschloss)นักประวัติศาสตร์สหรัฐฯ  ผู้ซึ่งเคยกล่าวไว้ว่าประชาธิปไตยในสหรัฐ ตกอยู่ในอันตราย มีรายงานว่าเป็นหนึ่งในนักวิชาการที่พูดคุยกับไบเดน  และส่งเสียงเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามที่ระบอบประชาธิปไตยของอเมริกากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เดิมเขากล่าวว่าความขัดแย้งทางแพ่งในสหรัฐฯ ไม่น่าจะคล้ายกับสงครามทำลายล้างในยุคทศวรรษ ๑๘๖๐

เบชลอสส์โพสต์โซเชียลมีเดียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ส.ค.ที่ผ่านมาว่า “หากสงครามกลางเมืองใดๆเกิดขึ้นกับชาวอเมริกัน ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่กองทัพทั้งสองกำลังต่อสู้เพื่อปัญหาหนักเช่นเดียวกับกรณีขัดแย้งเลิกทาส ในปี ๑๘๖๑-๑๘๖๕ แต่มีการปะทะอย่างประปราย ความรุนแรงเพิ่มขึ้นต่อรัฐบาลกลางในขณะที่บังคับใช้กฎหมาย” 

ในวันเดียวกัน  ความพยายามโจมตีสำนักงานภาคสนามของเอฟบีไอในซินซินนาติก็ปรากฏขึ้น เน้นย้ำถึงอันตรายที่แท้จริงเบื้องหลังภัยคุกคามเหล่านั้น 

กองกำลังบังคับใช้กฎหมายติดอาวุธอย่างหน่วยพิทักษ์มาตุภูมิหรือเนชั่นแนลการ์ด (National Guard) อยู่ในภาวะตื่นตัวสูง แม้จะควบคุมได้หากผู้สนับสนุนของทรัมป์เคลื่อนไหวโจมตีกระจัดกระจายและขนาดเล็กทั่วประเทศ แต่ในระยะยาวสิ่งนี้จะเป็นอันตรายต่อสหรัฐอเมริกาอย่างแท้จริง  

การเคลื่อนไหวล่าสุดของฝ่ายรีพับลิกันคือ ส.ส.พรรครีพับลิกันลงชื่อยื่นถอดถอนอัยการสหรัฐฯที่บุกบ้านพักอดีตปธน.ทรัมป์ โดยกล่าวหารัฐบาลว่า “ประหัตประหารทางการเมือง” คู่แข่งของปธน.ไบเดน

ผู้แทนมาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน (Majorry talor Greene )ส.ส.จากจอร์เจียได้ยื่นมติเรียกร้องให้มีการถอดถอน เมอร์ริก การ์แลนด์ อัยการสูงสุดสหรัฐฯ ฐานสั่งให้ค้นหาบ้านของอดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์

กรีนแถลงว่า อัยการการ์แลนด์สูญเสียความไว้วางใจจากพลเมืองของสหรัฐฯที่จะปฏิบัติตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกาอย่างซื่อสัตย์โดยปราศจากอคติของพรรคพวก”

ทั้งนี้สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรครีพับลิกันได้แก่ แมร์รี่ มิลเลอร์(Mary Miller),เคลย์ ฮิกกินส์ (Clay Higgins) และแอนดี้ แฮร์ริส (Andy Harris) ลงชื่อร่วมสนับสนุนการลงมติถอดถอน