สั่งสอนQUAD!? จีนยกเลิกประชุมระดับสูงกับญี่ปุ่น ยิงขีปนาวุธตงฟางตกในเขตศก.พิเศษ EEZ ทำโตเกียวระส่ำ

0

สถานการณ์ร้อนแรงในช่องแคบไต้หวัน แฉลบไปถึงญี่ปุ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะญี่ปุ่นได้แสดงท่าที ออกนอกหน้าตามวาระวอชิงตันอย่างไม่เกรงใจจีน เริ่มจากออกแถลงการณ์ร่วมกับจี-๗ และสหภาพยุโรปประณามการซ้อมรบใหญ่ของจีน ทำให้รมว.ต่างประเทศหวัง ยี่ประกาศยกเลิกเจรจาทวิภาคีนอกรอบในระหว่างการประชุมรมว.อาเซียนที่พนมเปญ ขณะที่จัดหนักซ้อมรบเสมือนจริงด้วยกระสุนจริงครั้งนี้ เปิดตัวขีปนาวุธตงฟางความเร็วเหนือเสียงเป็นชุด ยิงข้ามเกาะไต้หวัน และบางส่วนยิงตกลงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น (EEZ) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จีนได้ยิงขีปนาวุธตกลงในบริเวณดังกล่าว ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะฮาเตรูมะ ทำโตเกียวนั่งไม่ติด ยื่นหนังสือประท้วงจีนพัลวัน ในขณะที่จีนก็ยื่นหนังสือประท้วงญี่ปุ่น จี-๗ และสหภาพยุโรปด้วย

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการเตือนแบบเบาๆแก่แกนนำกลุ่มพันธมิตรควอดอย่างญี่ปุ่นว่า หากแถเข้ามาเกี่ยวจะไม่เกรงใจอีกต่อไป

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

วันที่ ๕ ส.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวเกียวโด(Kyodo News)และแชนแนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า ญี่ปุ่นได้ยื่นหนังสือประท้วงจีนที่ยิงขีปนาวุธจำนวน ๕ ลูกไปตกบริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ทาง ตะวันตกเฉียงใต้.ของเกาะฮาเตรุมะ จังหวัดโอกินาวา ซึ่งอยู่ใกล้กับไต้หวัน เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่  ๔ ส.ค.ที่ผ่านมา  โดยเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมทางทหารของจีนเพื่อแสดงแสนยานุภาพ ตอบโต้การเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ 

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเรียกร้องให้จีนยุติการฝึกซ้อมดังกล่าวในทันที เนื่องจากส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงความปลอดภัยของญี่ปุ่น และคาดว่าจีนได้ยิงขีปนาวุธอีก ๔ ลูกลอยข้ามเขตของไต้หวันเช่นกัน 

ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.กต.สหรัฐฯ แถลงว่า สหรัฐฯ คัดค้านความพยายามฝ่ายเดียวของจีนที่พยายามเปลี่ยนแปลงสถานภาพปัจจุบันของไต้หวันด้วยการใช้กำลัง แต่ทำเป็นลืมว่าสหรัฐท้าทายเหยงๆให้จีนถล่มเครื่องบินเปโลซีมาหยกๆ

นายโนบูโอะ คิชิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น(Japan, Defense Minister Nobuo Kishi)กล่าวว่า”นี่เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติของเรา และความปลอดภัยของประชาชน”

นายโยชิมาสะ ฮายาชิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น เรียกร้องให้จีนยุติการซ้อมรบใกล้เกาะไต้หวันโดยทันที

นายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐกล่าวที่ทำเนียบขาวว่า เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน (USS Ronald Reagan) และกองเรือคุ้มกันจะยังคงประจำการอยู่ในทะเลจีนใต้นานกว่าที่วางแผนไว้ในตอนแรก ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐจะเลื่อนกำหนดการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ออกไปก่อน

ทางด้านหัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงกระทรวงการต่างประเทศกล่าวในการแถลงข่าวประณามแถลงการณ์ร่วมที่ออกโดยรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น  จี-๗ และผู้แทนระดับสูงของ สหภาพยุโรปว่า เป็น “การเติมเชื้อเพลิงให้สหรัฐฯ ละเมิดอธิปไตยของจีน” 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยันว่า การเจรจาระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศจีนและญี่ปุ่นซึ่งมีกำหนดจัดในบ่ายวันพฤหัสบดีที่ ๔ ส.ค.นอกรอบงานอาเซียนในกรุงพนมเปญ ต้องถูกยกเลิก หลังจากที่ญี่ปุ่นร่วมกับสมาชิก Group of Seven หรือ G7 และสหภาพยุโรป (EU) ได้ออกแถลงการณ์ที่กล่าวหาจีนเกี่ยวกับคำถามของไต้หวัน 

หัวย้ำว่า “ญี่ปุ่นมีความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์สำหรับคำถามของไต้หวัน และไม่อยู่ในฐานะที่จะแสดงความคิดเห็นที่ขาดความรับผิดชอบในเรื่องนี้” 

เอกอัครราชทูตจีนประจำญี่ปุ่น กง ซวนโหย่ว ได้เรียกร้องให้ญี่ปุ่นตระหนักถึงอันตรายร้ายแรงของการเยือนไต้หวันของเปโลซี ให้เกียรติคำมั่นสัญญาในเอกสารทางการเมืองจีน-ญี่ปุ่น ๔ ฉบับ ละเว้นจากการติดตามสหรัฐฯ อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า และแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำถามของไต้หวัน และหยุดส่งสัญญาณที่ไม่ถูกต้องไปยังกองกำลังแบ่งแยกดินแดนไต้หวัน

ต้า ชิกัง(Da Zhigang) ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือของ ไฮหลงเจียง โพรวินเชียล อะคาเดมี ออฟ โซเชียล ไซน์ส(Heilongjiang Provincial Academy of Social Sciences) ประเมินว่านักการเมืองญี่ปุ่นมักจะกล่าวถึงคำถามของไต้หวันอยู่เสมอ และพยายามใช้ประเด็นนี้รวมถึงวิกฤตในยูเครนเป็นข้อสนับสนุน เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายทางทหาร และการได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

นายกรัฐมนตรีคิชิดะ(Kishida) ยังคงวางแผนที่จะพบกับนางเปโลซี (Pelosi)ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นเสียหายหนักยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนได้ยื่นประท้วงต่อที่ประชุม G7 โดยเติ้ง หลี่ รองรัฐมนตรีต่างประเทศจีนได้เรียกทูตของประเทศที่เกี่ยวข้องมายื่นคำให้การ ตอบโต้ต่อคำแถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศ G7 และผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการเยือนภูมิภาคไต้หวันของประธานสภาสหรัฐฯ สู้กันเดือดในทางการทูต ขณะที่ทั้งโลกกำลังลุ้นระทึกว่าจะยกระดับเป็นการต่อสู้ทางการทหารหรือไม่ ใครจะมือลั่นก่อน!???