แยกกันเดินเกม!?ประธานEUเยือนอิหร่าน ดันฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์ ขณะUSเด็ดชีพแกนนำไอเอส ชูผลงานปราบก่อการร้าย

0

ขณะที่เกิดสถานการณ์คุกรุ่นในทะเลจีนใต้ กรณีไต้หวัน และตึงเครียดในโคโซโวทั้งๆที่ การสู้รบในยูเครนยังดุเดือดเพราะเคียฟได้อาวุธใหม่มาเพียบและรัสเซียจัดหนักไม่ประนีประนอมอีกแล้ว  อีกด้านหนึ่งของโลก ประธานสหภาพยุโรปได้เดินทางไปยังอิหร่าน เพื่อแสดงบทคนกลางเจรจาเกี่ยวกับการปลดนุกส์ของอิหร่านที่ล้มเหลวมาหลายครั้ง พร้อมๆกับสหรัฐเปิดเรียลลิตี้โชว์สังหารแกนนำไอเอสที่อ้างว่าเป็นมือขวาของบินลาเดน ประหนึ่งตอกย้ำว่า สหรัฐคือฮีโร่ปราบก่อการร้ายนะ คงต้องจับตาต่อไปว่าสหรัฐจะปักหมุดให้ใครเป็น กลุ่มก่อการร้ายที่สหรัฐจะต้องมาปราบปราม

วันที่ ๒ ส.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ฮุซเซน อะเมียร์ อับดุลลาเฮียน (Hossein Amir-Abdollahian) แถลงเมื่อวันพุธสัปดาห์ก่อนว่าประเทศของเขา “ยินดีต้อนรับการทูตและการเจรจาที่ต่อเนื่อง”จากฝ่ายตะวันตก เพื่อช่วยเหลือให้ข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่านบรรลุเป้าหมายประสบความสำเร็จ

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

รมว.ต่างประเทศอิหร่านได้สนทนาทางโทรศัพท์กับโจเซฟ บอร์เรลล์(Josep Borrell) ประธานฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) หลังจากที่นักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรปเสนอร่างข้อความฉบับร่างใหม่ เพื่อฟื้นฟูข้อตกลงนิวเคลียร์ หรือที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการว่าข้อตกลง JCPOA:Joint Comprehensive Plan of Action 

รัฐมนตรีอิหร่านกล่าวย้ำว่าอิหร่าน “มุ่งมั่นที่จะบรรลุข้อตกลงที่ดี แข็งแกร่ง และยั่งยืน ขอกระตุ้นให้สหรัฐฯมุ่งมั่นไปสู่การหาแนวทางแก้ไขและบรรลุข้อตกลงตามความเป็นจริง อย่างจริงใจ”

FILE PHOTO: High Representative of the European Union for Foreign Affairs and Security Policy Josep Borrell 

เขากล่าวเสริมว่า “เมื่อวอชิงตัน อ้างเสมอว่าต้องการข้อตกลงจากอิหร่าน ดังนั้นสิ่งนี้ต้องมีอยู่ในทางปฏิบัติจริงด้วย ไม่ใช่ระบุแต่ในกระดาษ”

บอร์เรลล์ตั้งข้อสังเกตว่า “ข้อความต่างๆในข้อตกลงแสดงถึงข้อสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจาเห็นว่าเป็นไปได้ฉันไม่เห็นทางเลือกอื่นที่ครอบคลุมหรือมีประสิทธิภาพอื่นใดที่จะทำได้มากไปกว่านี้”

อิหร่านลงนาม JCPOA กับมหาอำนาจโลกในเดือนกรกฎาคม ๒๐๑๕/๒๕๕๘ โดยตกลงที่จะระงับโครงการนิวเคลียร์ของตนเพื่อแลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรในประเทศ 

อย่างไรก็ตาม อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ถอนวอชิงตันออกจากข้อตกลงดังกล่าวในเดือนพฤษภาคม ๒๐๑๘/๒๕๖๑ และบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านฝ่ายเดียว แม้ประเทศอื่นๆที่เกี่ยวข้องจะคัดค้าน สหรัฐก็ไม่ฟัง กระตุ้นให้อิหร่านยกเลิกพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวในเวลาต่อมา

บทบาทของสหภาพยุโรปครั้งนี้กลายเป็นสัญญาณบวกว่า สหรัฐและตะวันตกพยายามเกลี้ยกล่อมใช้ไม้นวมกับอิหร่านแล้ว ขณะที่อีกด้านหนึ่ง สหรัฐอวดการสังหารแกนนำกลุ่มอัลกออิดะห์ที่อ้างว่าเป็นมือขวาของบินลาเด็น

เมื่อวันที่ ๑ ส.ค.ที่ผ่านมาปธน.โจ ไบเดนแห่งสหรัฐแถลงข่าวเปิดเผยรายละเอียดว่ากองทัพสหรัฐฯได้สังหารหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการอัลกออิดะห์ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในอัฟกานิสถานได้สำเร็จ

ไบเดนระบุว่าอัยมาน อัล-ซาวาฮิรี (Al-Zawahiri )เป็นผู้นำอัลกออิดะห์ที่ใกล้ชิดบินลาเดน  ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ 

อัล ซาวาฮิรีเป็นชาวอียิปต์โดยกำเนิด เป็นหัวหน้าองค์กรก่อการร้ายที่มีชื่อเสียงนับตั้งแต่การประหารชีวิตโอซามา บิน ลาเด็น (Osama Bin Laden) เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ดำเนินการต่อเนื่องและหนุนหลังโดยสหรัฐฯ ในปี ๒๐๑๑ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเขามีบทบาทสำคัญในการวางแผนก่อการร้าย การโจมตีที่ตึกเวิร์ลเทรด ทำให้ชาวอเมริกันเกือบ ๓,๐๐๐ คนเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๐๐๑/ ๒๕๔๔

ไบเดนกล่าวว่า “เขาอยู่กับบิน ลาเดนตลอดเวลา เขาเป็นผู้นำลำดับที่สองของบินลาเด็น ในตอนที่ผู้ก่อการร้ายโจมตี ๙/๑๑ เขามีส่วนร่วมอย่างมากในการวางแผนเหตุการณ์ รับผิดชอบต่อการโจมตีที่สังหารผู้คน ๒,๙๗๗ คนบนแผ่นดินอเมริกา” “เป็นเวลาหลายทศวรรษมาแล้ว ที่เขาเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังการโจมตีชาวอเมริกัน รวมถึงการทิ้งระเบิดของ USS Cole ในปี ๒,๐๐๐ ซึ่งทำให้ลูกเรือชาวอเมริกันเสียชีวิต ๑๗ คน และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน”

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังเน้นย้ำว่าความสำเร็จของปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายทำให้อัฟกานิสถาน “ไม่มีวัน…กลายเป็นที่หลบภัยของผู้ก่อการร้ายอีกเพราะ ซาวาฮิรีได้ตายจากไป” สหรัฐทำเป็นลืมว่าควบคุมอาฟกานิสถานมาตั้ง ๒๐ ปีทำอะไรอยู่ ทั้งแหล่งปลูกยาเสพติด และกลุ่มก่อการร้ายทำไมปล่อยเพ่นพ่านมาตั้งนมนาน

เช่นเดียวกับผู้ก่อการร้ายที่มีชื่อเสียงหลายคน ซาวาฮิรีมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานและซับซ้อนกับหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯหรือซีไอเอ  ตามรายงานของเดอะการ์เดียนในปี ๒๕๔๒ “งบฯสนับสนุนซีไอเอจำนวน ๕๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐหลั่งไหลเข้ามาในอัฟกานิสถาน” เพื่อทำสงครามตัวแทนกับสหภาพโซเวียต เงินก้อนนี้ได้ส่งถึงกลุ่มก่อการร้ายอัล-ญิฮาดของกลุ่มอัลกออิดะห์

แต่ถึงแม้จะมีหลักฐานอย่างกว้างขวาง ในเวลาต่อมาสหรัฐก็ไม่ยอมรับว่าให้เงินสนับสนุนกลุ่มนี้เพื่อให้ไปรบกับรัสเซีย มาวันนี้ ไบเดนยืนยันเมื่อคืนวันจันทร์ว่า “สหรัฐฯ ไม่ได้ทำสงครามต่อต้านการก่อการร้าย พวกผู้ก่อการร้ายมันวิ่งมาหาเราเอง” แต่การที่กลุ่มตอลิบานก้าวขึ้นเป็นผู้ชนะได้เป็นรัฐบาลในปัจจุบันหลังคับเคี่ยวกับสหรัฐฯ มายาวนานถึง ๒๐ ปี แสดงให้เห็นว่าชาวอัฟกานิสถานจำนวนมากต่างหันกลับมาสนับสนุนกลุ่มตอลิบัน เพราะรู้แจ่มแจ้งว่า สหรัฐไม่ได้เข้ามาสร้างความเจริญให้อาฟกานิสถานอย่างแท้จริง ทั้งยังจากไปอย่างฉุกละหุกไร้ความรับผิดชอบ!!

OLYMPUS DIGITAL CAMERA