ศก.ไทยฟื้นฉลุย!! คลังโชว์ ๙ เดือนรายได้พุ่ง ๑.๘๗ ล้านล้าน พร้อมกู้ชดเชยขาดดุล ขณะคนละครึ่ง๕ ถูกใจปชช.

0

กระทรวงการคลังโชว์ ๙ เดือนแรกปีงบ ๒๕๖๕ รัฐบาลมีรายได้นำส่ง ๑.๘๗ ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ๑.๓ แสนล้านบาท เบิกจ่ายพุ่ง ๒.๔๔ ล้านล้านบาท พร้อมลุยกู้ชดเชยขาดดุล ๖.๒๑ แสนล้านบาท เงินคงคลังทะลัก ๕.๘๗ แสนล้านบาท ด้าน ๓ กรมภาษีเดินเครื่องจัดเก็บรายได้เข้าหีบ ‘สรรพากร-ศุลกากร’ ผลงานแจ่ม อานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นช่วยหนุน ด้าน’คนละครึ่งเฟส ๕’ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากถูกใจประชาชน

วันที่ ๒๙ ก.ค.๒๕๖๕ นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง ๙ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๖๕ (ต.ค. ๒๕๖๔-มิ.ย. ๒๕๖๕) รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น ๑,๘๗๘,๓๔๖ ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ๑๓๐,๖๘๙ ล้านบาท หรือ ๗.๕% ขณะที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งสิ้น ๒,๔๓๔,๑๔๖ ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ๔๔,๙๗๙ ล้านบาท หรือ ๑.๙% โดยเป็นรายจ่ายปีปัจจุบัน ๒,๒๖๙,๑๗๒ ล้านบาท หรือ ๗๓.๒% ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย จำนวน ๓,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และการเบิกจ่ายเงินจากงบประมาณปีก่อน ๑๖๔,๙๗๔ ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล ๖๒๑,๐๗๕ ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน มิ.ย. ๒๕๖๕ มีจำนวนทั้งสิ้น ๕๘๗,๙๑๕ ล้านบาท

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

นอกจากนี้ ในช่วง ๙ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๖๕(ต.ค.๖๔-มิ.ย.๖๕) รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน ๑,๘๕๗,๕๒๔ ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ ๑๑๑,๒๐๘ ล้านบาท หรือ ๖.๔% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ประมาณ ๖.๔%

โดยการจัดเก็บรายได้รวมของ ๓ กรมภาษี (กรมสรรพากร, กรมสรรพาสามิต และกรมศุลกากร) ในช่วง ๙ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๒,๐๐๔,๘๓๔ ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ๑๙๑,๑๒๒ ล้านบาท หรือ ๑๐.๕% และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ ๑๔๓,๓๘๓ ล้านบาท หรือ ๗.๗% โดยการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในช่วง ๙ เดือน อยู่ที่ ๑,๕๒๙,๗๑๙ ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ๒๐๘,๕๗๙ ล้านบาท หรือ ๑๕.๘% และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ ๑๙๑,๑๖๘ ล้านบาท หรือ ๑๔.๓% ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ การบริโภค และมูลค่าการนำเข้า ส่งผลให้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) และภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงกว่าประมาณการ

ขณะที่กรมสรรพสามิต จัดเก็บรายได้ในช่วง ๙ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๓๙๔,๑๔๐ ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ๒๒,๐๓๔ ล้านบาท หรือ ๕.๓% และต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ ๕๓,๔๖๐ ล้านบาท หรือ ๑๑.๙% เนื่องจากมีการลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันดีเซล เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นการชั่วคราว จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนกรมศุลกากร จัดเก็บรายได้อยู่ที่ ๘๐,๙๗๕ ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ๔,๕๙๙ ล้านบาท หรือ ๖% และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ ๕,๖๗๕ ล้านบาท หรือ ๗.๕%

สำหรับรัฐวิสาหกิจ นำส่งรายได้ในช่วง ๙ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๖๕อยู่ที่ ๑๑๖,๑๓๐ ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ๑๐,๕๖๑ ล้านบาท หรือ ๑๐% และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ ๑๔,๔๘๗ ล้านบาท หรือ ๑๔.๔% ส่วนหน่วยงานอื่น จัดเก็บรายได้รวม ๑๐๙,๗๑๐ ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ๑๔,๔๙๕ ล้านบาท หรือ ๑๑.๗% และต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ ๑๐,๙๓๘ ล้านบาท หรือ ๙.๑%

ในขณะเดียวกัน โครงการคนละครึ่งเฟส ๕เป็นผลงานโดดเด่นที่ประชาชนพอใจเชียร์รัฐบาลเดินหน้าต่อโครงการดีๆ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก บรรเทาความเดือดร้อน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งประเด็นนี้โฆษกรัฐบาลยืนยันว่านายกฯให้คำมั่นรัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งประชาชน

 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประชาชนพึงพอใจต่อโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ ๕ เป็นอย่างมาก ภายหลังคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการดังกล่าว โดยสนับสนุนการใช้จ่ายจากภาครัฐในอัตรา ๕๐% ไม่เกิน ๑๕๐ บาทต่อคนต่อวัน ให้วงเงินไม่เกิน ๘๐๐ บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ ๑ ก.ย. – ๓๑ ต.ค.65 ให้กับประชาชนผู้ได้รับสิทธิที่เข้าร่วมโครงการ จำนวนไม่เกิน ๒๖.๕ ล้านคน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มีเสียงตอบรับที่ดีกับโครงการนี้ พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่ไม่ทอดทิ้งประชาชน กำหนดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นเรื่องที่ดี สามารถบรรเทาความเดือดร้อน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก โดยประชาชนส่วนใหญ่จะนำวงเงินคนละครึ่งที่ได้รับใช้ในการ ซื้ออาหารและสินค้าในการบริโภคเป็นหลัก

นายธนกร กล่าวว่า ประชาชนที่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ ๔ สามารถยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส ๕ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๙ ส.ค.๒๕๖๕ และต้องใช้สิทธิในการซื้อสินค้าหรือบริการ ภายใต้โครงการคนละครึ่งเฟส ๕ ครั้งแรกผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายในวันที่ ๑๔ ก.ย.๒๕๖๕ เวลา ๒๒.๕๙ น. หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการฯ ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ตั้งแต่วันที่ ๑๙ ส.ค. ๒๕๖๕ โดยหากเป็นประชาชนที่เข้าร่วมโครงการของรัฐที่ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน”เป๋าตัง” สามารถลงทะเบียนได้ที่แอปพลิเคชัน”เป๋าตัง” หรือ www.คนละครึ่ง.com ส่วนประชาชนอื่น ๆ สามารถลงทะเบียนได้ที่ www.คนละครึ่ง.com