เมกาตามไม่ทัน! จีนพบแร่หายากบนดวงจันทร์ เตรียมขนมาใช้บนโลก! ขณะจรวดสหรัฐไม่มีเครื่องยนต์ ต้องซื้อจากรัสเซีย!

0

เมกาตามไม่ทัน! จีนพบแร่หายากบนดวงจันทร์ เตรียมขนมาใช้บนโลก! ขณะจรวดสหรัฐไม่มีเครื่องยนต์ ต้องซื้อจากรัสเซีย!

จากกรณีที่สำนักงานการบินอวกาศสหรัฐฯ (NASA) ไม่มีเทคโนโลยี และงบประมาณเพียงพอในการสร้างสถานีอวกาศเป็นของตนเอง จำเป็นต้องใช้สถานีอวกาศนานาชาติ ISS ร่วมกับชาติอื่นๆ และจำเป็นอย่างยิ่งต้องใช้เทคโนโลยีจรวดขับดันขนาดยักษ์ของรัสเซีย เพราะสามารถบรรทุกของหนักหลายตันขึ้นไปได้ และรัสเซียได้ถอนตัวจากสถานีอวกาศนานาชาติ ISS ไปแล้ว ดังนั้นปี 2566 จะตกลงมาโหม่งโลกเพราะไม่มีนักบินอวกาศรัสเซีย คอยควบคุมความสูงและทิศทาง ซึ่งนักบินชาติอื่นยังทำไม่ได้ ผลคือจะไม่มีชาติใดเลยที่มีสถานีอวกาศเป็นของตนเอง 100%

ในขณะที่จีน ได้ส่งยานอวกาศบรรทุกสินค้า “เทียนโจว-4” ขึ้นสู่อวกาศและเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศจีนด้วยความสำเร็จ เพื่อขนส่งของใช้ต่างๆ ที่มีน้ำหนักรวม 6 ตัน ให้กับนักบินอวกาศจีน ที่จะนั่งยานอวกาศเสินโจว-14 เข้าประจำการที่สถานีอวกาศในเดือนมิ.ย.65ที่ผ่านมา

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

โดยสถานีอวกาศจีนจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% ในเดือน ต.ค.65 นี้ ทั่วโลกให้ความสนใจสถานีอวกาศจีน ประเทศต่างๆ พากันแห่เสนอโครงการร่วมมือกับจีน จนถึงขณะนี้มี 23 หน่วยงานจาก 17 ประเทศ จะจัดส่งนักบินอวกาศเข้าประจำการที่สถานีอวกาศจีนเพื่อดำเนินการทดลองทางอวกาศ “ยกเว้นสหรัฐอเมริกา” นักบินอวกาศทั้ง 17 ชาติเหล่านี้กำลังพยายามฝึกภาษาจีนกลางอยู่ เพราะตัวอักษรในสถานีอวกาศจีนส่วนใหญ่เป็นภาษาจีน

ล่าสุดทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ NASA-สหรัฐฯ ใช้เวลาถึง 53 ปี ที่จะตามจีนขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ โดยอ้างอิงจากxinhuathai ระบุว่า

ในปี 1969-1972 ขณะนั้นมีการแข่งขันกันด้านเทคโนโลยีอวกาศระหว่างชาติมหาอำนาจ ที่สหภาพโซเวียติ ได้ส่งนักบินอวกาศคนแรกขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จเป็นชาติแรกในโลก ทำให้สหรัฐฯ ที่ขณะนั้นกำลังเพลี้ยงพล้ำติดหล่มและพ่ายแพ้สงครามเวียดนาม การคลังถังแตก เศรษฐกิจตกต่ำ คนตกงาน เกิดความกดดันต่อรัฐบาลอย่างมาก แต่ในช่วงนั้นสหรัฐ โดดเด่นการถ่ายทำฉากภาพยนต์ฮอลีวูด โลกยังไม่มีเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตโซเชียล การรับข่าวสารเป็นระบบอนาล็อคทีวีภาพขาวดำ และผู้คนจะเชื่อข่าวสารภาพและเสียงที่ส่งมาจากสื่อตะวันตก เนื่องจากไม่มีแหล่งเปรียบเทียบอื่นใด
ในปีนั้นองค์การ NASA สหรัฐฯ ได้อ้างว่าส่งยาน Appollo11 ไปเยือนพร้อมมีภาพนักบินอวกาศไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ กลายเป็นที่ฮือฮา และบันทึกในตำราเรียนทั่วโลกเสมอมา ช่วงหลังที่เทคโลยีเจริญก้าวหน้ามีคำถามมากมายต่อภาระกิจครั้งนั้นแต่สหรัฐ ก็บ่ายเบี่ยงให้ข้อมูลหลักฐานรายละเอียดบางอย่าง ผ่านไปนานถึง 53 ปีเป็นเรื่องน่าแปลกมากที่ NASA สหรัฐ ไม่เคยไปเหยียบดวงจันทร์ และไม่มีความคืบหน้าใดอีกเลย แต่ในช่วงหลังมีจีนได้ส่งยานอวกาศ นักบินอวกาศ หุ่นยนต์ ไปตั้งฐานทดลองทางวิทยาศาสตร์ และชีววิทยาบนดวงจันทร์มาตลอดหลายปีต่อเนื่อง
เมื่อปี 2018 ศูนย์การสำรวจดวงจันทร์ สังกัดองค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน ส่งนักบินอวกาศไปตั้งห้องทดลองอยู่อาศัย ทดลองปลูกพืชบนดวงจันทร์ ใช้ยานสำรวจดวงจันทร์ Chang’e-4 ซึ่งประกอบด้วยยานลงจอดและยานสำรวจ Yutu-2 ปฏิบัติภารกิจและเดินทางบนพื้นผิวดวงจันทร์แถวปากปล่องภูเขาไฟฟอน คาร์เมน บริเวณแอ่งขั้วใต้-เอตเคน ที่ตั้งอยู่บนด้านไกล (ตรงข้ามโลก) ของดวงจันทร์ ทำการเก็บตัวอย่างผิวดิน นักวิทยาศาสตร์ของจีนค้นพบว่าดินบนดวงจันทร์สามารถสร้างก๊าซออกซิเจนและเชื้อเพลิงได้ ซึ่งนับเป็นการค้นพบน่าตื่นเต้นของการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดวงจันทร์ จากนั้นจีนขนตัวอย่างดินจากดวงจันทร์กลับมายังโลกโดยยานสำรวจ Chang’e-5 ผลการศึกษาอย่างละเอียดพบว่ามีสารออกฤทธิ์บางอย่างที่สามารถเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์เป็นออกซิเจนและเชื้อเพลิงได้จริง
พบว่าเป็นสารที่อุดมด้วยเหล็กและไทเทเนียม พบ ธาตุ Helium3 มีมากในดินของดวงจันทร์ แต่เป็นธาตุหายากบนโลก นักวิทยาศาสตร์จีนประเมินว่าปริมาณสำรอง Helium3 บนพื้นผิวดวงจันทร์มีไม่น้อยกว่า 2 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการพลังงานของมนุษย์เป็นเวลาประมาณ 20,000 ปี จีนจึงจะส่งวิศวกรและขึ้นไปทำเหมือง Helium3 ที่ผิวดวงจันทร์ด้านตรงข้ามโลก และออกแบบระบบละลาย แล้วขนส่งกลับมาใช้ที่จีน , นั่นทำให้ NASA สหรัฐ ต่อมอิจฉาแตก นั่งไม่ติด หัวร้อน โวยวายจีนว่าจะ “เข้ายึดครองดวงจันทร์ทางทหาร” โดยร่วมกับชาติพันธมิตรราว 20 ชาติสร้างชุมชนสถานีอวกาศ โดยสหรัฐ ถูกกีดกันไม่มีส่วนร่วม
นายบิล เนลสัน ผู้ดูแลระบบของ NASA สหรัฐ โวยวายอ้างว่า “เรากังวลมาก ที่จีนจะลงจอดบนดวงจันทร์แล้วประกาศว่า ตอนนี้เป็นของเราแล้วคนอื่นออกไปซะ โครงการอวกาศของจีนเป็นโครงการทางทหาร จีนได้ขโมยความคิด และเทคโนโลยีจากผู้อื่น” , ต่อมานายจ้าว ลี่เจี้ยน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ตอบโต้ว่า “สหรัฐฯ ได้สร้างเรื่องมโนเลอะเทอะอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อต้านความก้าวหน้าในอวกาศของจีน ที่ส่งเสริมการสร้างอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติในอวกาศมาโดยตลอด และไม่เห็นด้วยกับการใช้อาวุธและการแข่งขันทางอาวุธใดๆ ในอวกาศ”
ด้วยตลอด 53 ปีที่ผ่านมาสหรัฐ ขาดความสามารถสร้างเครื่องยนต์ขับดันจรวดนำยานขึ้นสู่อวกาศได้ ต้องขอซื้อเครื่องยนต์ RD-180 จำนวน 122 เครื่องจากรัสเซียมาตลอด แต่ปัจจุบันรัสเซียประกาศระงับขายเครื่องยนต์ประเภทนี้ และระงับบำรุงรักษาเครื่องเก่าให้สหรัฐไปแล้ว ทำให้สหรัฐ ยังไม่มีเครื่องยนต์ยักษ์ขับเคลื่อนจรวดขับดัน ต้องขอยืมใช้จรวดขับดันขนาดเล็กของบริษัท SpaceX อีลอนมัส ที่ส่งขึ้นอวกาศไปได้แค่สิ่งของที่น้ำหนักไม่มากนัก และล่าสุดจรวดขนาดใหญ่ของ SpaceX ก็เกิดระเบิดพังหมดขณะบินขึ้น ทำให้ NASA กดดันมาก ล่าสุดออกโครงการ Artemis มีแผนระยะแรก ส.ค.2022 จะส่งยานอวกาศขนาดใหญ่ “โดยไม่มีนักบินอวกาศ” จากนั้นในอีก 2 ปีหน้า 2024 ถ้ามีเทคโนโลยีพอจะส่งนักบินอวกาศตามไปส่องโคจรวนรอบดวงจันทร์
และปี 2025 ถ้า NASA มีศักยภาพถึงจะส่งนักบินอวกาศ 4 คนไปลงจอดใกล้กับขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ ก็อบปี้ความคิดของยานอวกาศจีนที่ไปสำรวจไว้ก่อนแล้ว เพื่อสหรัฐจะได้เริ่มต้นจากศูนย์..แต่แผนนี้จะสำเร็จได้ต้องใช้เครื่องยนต์ขับดันจรวดขนาดใหญ่ที่ขณะยิงยานขึ้นไม่ระเบิดเหมือนของ SpaceX อีลอนมัสเสียก่อน..สหรัฐ ยังไม่เคยไปเหยียบดวงจันทร์มานานกว่า 53 ปีแล้ว สอบถามเส้นทาง ตรอกซอกซอยบนดวงจันทร์จากจีนได้