ทะเลจีนใต้เดือด!! จีนซ้อมรบใกล้หมู่เกาะพาราเซล หลังญี่ปุ่น-สหรัฐฯส่งบินรบ ๕๒ ลำ ซ้อมรบร่วมกันท้าทาย

0

ระอุเดือดไม่แพ้ดินแดนยุโรป ในสงครามตัวแทนที่ยูเครน จับความเคลื่อนไหวทางทหารในน่านน้ำทะเลจีนใต้ ระหว่างฝ่ายสหรัฐและพันธมิตรควอด และฝ่ายจีน-รัสเซีย มีการซ้อมรบและลาดตระเวนกันอย่างคึกคัก ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิโดยชอบธรรมในน่านน้ำสากล แต่เมื่อเฉี่ยวมาถึงทะเลจีนใต้ใกล้หมู่เกาะแปรตลีซึ่งเวียดนามก็อ้างสิทธิ์ กระทรวงต่างประเทศเวียดนามก็ออกมาโวยทันที

วันที่ ๒๔ ก.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าว ตุย เตร นิวส์(Tuoi Tre News) ของเวียดนาม รายงานอ้างถ้อยแถลงของนางพัม ทู ฮัง (Pham Thu Hang) รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ ๒๑ ก.ค.ที่ผ่านมา เนื้อหาต่อต้านอย่างรุนแรงต่อกรณีที่ จีนซ้อมรบในทะเลจีนใต้ใกล้กับหมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะเจื่องซา หรือที่รู้จักกันในนามหมู่เกาะสแปรตลี ระหว่าง ๑๖ – ๒๐ ก.ค.๒๕๖๕  ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของเวียดนามและปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลเวียดนามตะวันออก (DOC) รวมทั้งไม่เป็นผลดีต่อการเจรจาระหว่างจีนและอาเซียน เกี่ยวกับการจัดทำประมวลการปฏิบัติในพื้นที่ทางทะเล (COC) ตลอดจนกระทบต่อการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือระหว่างกันในพื้นที่ทะเลจีนใต้  

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

การซ้อมรบของจีนเป็นไปเพื่อตอบสนองต่อ พันธมิตรควอดที่นำโดยสหรัฐ เข้ามาเคลื่อนไหวซ้อมรบท้าทายก่อนหน้านี้  ทั้งนี้สำนักข่าวเกียวโดนิวส์ได่รายงานว่า กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศว่าญี่ปุ่นได้ซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่กับสหรัฐฯ เหนือน่านน้ำใกล้เคียงเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งมีเครื่องบินทั้งหมด ๕๒ ลำ กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศ (ASDF / Air Self-Defense Force) ท่ามกลางปฏิบัติการทางทะเลที่เข้มข้นขึ้นในภูมิภาค

ASDF กล่าวว่า เครื่องบินรบกองกำลัง ASDF ๒๐ ลำ ร่วมกับเครื่องบินขับไล่ ๒๙ ลำ และเครื่องบินรบ ๒ ลำของกองทัพอากาศสหรัฐฯ อีกทั้งเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมในการฝึกซ้อมตั้งแต่วันที่ ๖-๘ ก.ค.๒๕๖๕ รวม ๓ วัน ครอบคลุมทะเลญี่ปุ่น มหาสมุทรแปซิฟิก และทะเลจีนตะวันออก

ตามการระบุของ ASDF ปฏิบัติร่วมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้าง “เทคนิคทางยุทธวิธีและขีดความสามารถของการดำเนินการร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีด้วยอาวุธ”

ด้านจีนได้ออกมาตอบโต้ญี่ปุ่น ที่ออกสมุดปกขาวประณามจีน ควบคู่ไปกับเดินหน้าซ้อมรบเพื่อตอบโต้การเคลื่อนไหวทางทหารของพันธมิตรควอดในน่านน้ำแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ ที่อ้างสร้างสันติภาพบ้าง ใช้สิทธิในน่านน้ำสากลบ้าง

เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๒ ก.ค.ที่ผ่านมา จีนได้ออกมาประณามญี่ปุ่นเกี่ยวกับเอกสารปกขาวด้านกลาโหมประจำปี ที่ระบุว่าจีนและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เป็น “ภัยคุกคาม” ในความพยายามที่จะได้รับการสนับสนุนภายในประเทศมากขึ้น เพื่อเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศและแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดตั้งกองทหารอีกครั้ง

นักวิเคราะห์ชาวจีนกล่าวว่าญี่ปุ่นมีความก้าวร้าว ประณาม และมีทัศนคติต่อจีนที่แข็งกร้าว นอกจากนี้ การเน้นย้ำในเอกสารไวท์เปเปอร์เรื่องความสามารถในการโจมตีเชิงรุกยังสะท้อนถึงการเสริมความแข็งแกร่งในทางการเมืองของญี่ปุ่นด้วย

เอกสารระบุถึงการพัฒนาทางการทหารของจีนเป็นไปอย่างเลวร้ายควบคู่ไปกับความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ขณะที่กล่าวอย่างโจ่งแจ้งว่า “การป้องปรามเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งการปกป้องญี่ปุ่นและการสร้างสันติภาพ”

เอกสารชี้ว่าเกาะไต้หวันของจีนเป็น “หุ้นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง”กับญี่ปุ่น ขณะที่ละเลงภาพให้ร้ายจีนแผ่นดินใหญ่ ว่า “จีนต้องการเปลี่ยนสถานะที่เป็นอยู่โดยการบีบบังคับในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้” และขาดความโปร่งใสในนโยบายการป้องกันประเทศ และกิจการทหาร 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน หวัง เหวินปิน(Chinese Foreign Ministry spokesperson, Wang Wenbin) แถลงตอบโต้ในทันทีโดยประกาศต่อต้านเอกสารปกขาวที่ “เป็นการหมิ่นประมาทนโยบายการป้องกันประเทศของจีน การพัฒนาทางทหารตามปกติ และกิจกรรมทางทะเลที่ถูกกฎหมาย ยั่วยุด้วยข้อกล่าวหาว่าจีนคุกคามและมีพฤติกรรมแทรกแซงกิจการภายในของจีนในเรื่อง คำถามไต้หวัน”

หวังกล่าวว่า จีนยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาอย่างสันติและดำเนินตามนโยบายการป้องกันประเทศที่มีลักษณะเป็นการป้องกัน  เขาตั้งข้อสังเกตว่าญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ด้านการทหารและการรุกราน ได้ประกาศต่อสาธารณชนในเอกสารไวท์เปเปอร์ว่า จะแก้ไขเอกสารด้านการป้องกันประเทศ เพิ่มงบประมาณการป้องกัน และพัฒนาความสามารถในการตอบโต้การโจมตี ทำให้เกิดความกังวลว่าโตเกียวกำลังเคลื่อนห่างจากความสงบ และ “นโยบายที่เน้นการป้องกันโดยเฉพาะ” กลายเป็นกองทหารเต็มรูปแบบ

หวังกล่าวย้ำว่า  “เราขอเรียกร้องให้ญี่ปุ่นหยุดหาข้อแก้ตัวในการขยายกำลังทหารโดยทันทีโดย ขอให้ไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การรุกราน ยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาอย่างสันติ และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนบ้านในเอเชียและ ประชาคมระหว่างประเทศ”

สถานทูตจีนในญี่ปุ่นตอบโต้เช่นกัน โดยกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าเอกสารปกขาวปี ๒๐๒๒ ของญี่ปุ่นมีจุดยืนที่ผิดพลาดและน้ำเสียงในทางลบ ใส่ร้ายและกล่าวหาจีนอย่างมุ่งร้าย แทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างร้ายแรง และละเมิดเจตนารมณ์ของเอกสารทางการเมืองทั้ง ๔ ฉบับระหว่างจีนและญี่ปุ่นอย่างร้ายแรง 

สถานเอกอัครราชทูตฯ ระบุว่า ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค คือการยั่วยุโดยประมาทของญี่ปุ่นในทะเลจีนตะวันออก และการก่อกวนในทะเลจีนใต้ร่วมกับสหรัฐฯและพันธมิตรอื่นๆ 

ดูเหมือนว่าสหรัฐจะพุ่งเป้ามาที่เอเชีย-แปซิฟิกมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ปล่อยให้นาโต้เป็นผู้เล่นหลักปะทะรัสเซียทั้งทางการเมือง การทหารและเศรษฐกิจ!!