สหรัฐเหวอ!! จีนปลื้มSMIC ผลิตชิป ๗ นาโนสวนคว่ำบาตร ฟาดเมกาตั้ง แนวร่วมซัพพลายเชน ขวางไม่สำเร็จ

0

การพึ่งตนเองของจีนด้านการผลิตชิปก้าวหน้าเร็ว จนสหรัฐอ้าปากค้าง บริษัท SMIC ของจีนได้ทำให้เซมิคอนดักเตอร์ของบริษัทอยู่ในระดับลีกเดียวกับ TSMC ของไต้หวัน และSamsung เกาหลีใต้ได้แล้ว เท่ากับจีนเอาชนะการคว่ำบาตรของสหรัฐสำเร็จ โดย SMIC ได้ประกาศความสำเร็จในการผลิตและเริ่มจัดส่งชิประดับ ๗ นาโนเมตรเป็นครั้งแรก ถือเป็นการก้าวข้ามรุ่นชิปไป ๒ Gen รวดเลยทีเดียว ซึ่งขัดกับเป้าหมายการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่ต้องการขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีของจีน นอกจากนี้จีนยังวิเคราะห์ว่า การพยายามจัดตั้งแนวร่วมซัพพลายเชนโลกโดยกีดกันจีนออก เป็นเรื่องไม่สอดคล้องความจริง และจะไม่สำเร็จทั้งจะไม่สามารถแก้ปัญหาการหยุดชะงักห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐและตะวันตกได้อย่างแท้จริง

วันที่ ๒๓ ก.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวโกลบัลไทมส์และรัสเซียทูเดย์รายงานว่า บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ SMIC ผู้ผลิตชิปชั้นนำของจีน ได้ผลิตชิปอย่างเงียบๆ จนถึงมาตรฐานสูงสุดของตะวันตก แม้ว่าจะมีการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่มุ่งขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวโดยเฉพาะ ตามรายงานที่ยืนยันโดยบลูมเบิร์กเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ ก.ค.ที่ผ่านมา

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

บริษัทในเซี่ยงไฮ้ได้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์สำหรับการขุด Bitcoin โดยใช้เทคโนโลยี ๗ นาโนเมตร ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ตาม ข้อมูลของ Tech Insights บล็อกด้านอุตสาหกรรม โดยบลูมเบิร์กยืนยันรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่ระบุชื่อซึ่งไม่สามารถพูดคุยเกี่ยวกับข่าวในที่สาธารณะได้

ตัวเลขนาโนเมตรของชิป หมายถึงขนาดของทรานซิสเตอร์ที่เกี่ยวข้อง ด้วยหนึ่งนาโนเมตรเท่ากับหนึ่งในพันล้านของเมตร ยิ่งตัวเลขนี้ต่ำเท่าใด ทรานซิสเตอร์ก็จะยิ่งสามารถติดตั้งบนชิปตัวเดียวได้มากเท่านั้น และชิปก็จะยิ่งเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

ก่อนหน้านี้ SMIC ได้ผลิตชิปที่ ๑๔ นาโนเมตร และสหรัฐฯ ได้พยายามจำกัดความก้าวหน้าใดๆ ที่เกินกว่าระดับนี้โดยเฉพาะ ฝ่ายบริหารของทรัมป์สั่งห้ามการส่งออกอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขนาด ๑๐ นาโนเมตรและมากกว่านั้นไปยัง SMIC ในปี๒๐๒๐ และด้วยบริษัทของสหรัฐฯ ที่ถูกห้ามไม่ให้ใช้วัสดุชิ้นส่วนจากบริษัทจีน  ปัจจุบันฝ่ายบริหารของปธน.ไบเดน กำลังกดดัน ASML ซัพพลายเออร์เครื่องจักรชาวดัตช์ ให้ยุติการขายสินค้าให้กับ SMIC ด้วย

ASML ถูกห้ามไม่ให้ขายเครื่องมือสร้างชิปที่ทันสมัยที่สุดให้กับ SMIC และขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลเนเธอร์แลนด์จะเข้มงวดการห้ามนี้ตามที่สหรัฐฯร้องขอหรือไม่

เครื่องมือขั้นสูงเหล่านี้ถูกใช้โดย TSMC ของไต้หวันและ Samsung ของเกาหลีใต้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขนาด ๗ นาโนเมตร ในขณะที่ Intel ที่อยู่ในสหรัฐฯ คาดว่าจะเปิดตัวชิป ๗ นาโนเมตรของตัวเองในปีหน้า นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าชิปที่ล้ำหน้าที่สุดในสหรัฐอเมริกาและยุโรปในตลาดตอนนี้ถูกปรับแต่งให้มีขนาด ๑๒ นาโนเมตร เท่านั้น

ความก้าวหน้าของ SMIC ทำให้เกิดความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มเติมสำหรับ วอชิงตัน ซึ่งการจัดตั้งนโยบายต่างประเทศก็พยายามจะจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีตะวันตกของรัสเซียด้วย ซึ่งรัสเซียก็ประกาศพึ่งตนเองไม่ง้อไปก่อนหน้านี้แล้ว 

นอกจากนี้ การเปิดตัวโครงการ IPEFหรือ Indo-Pacific Economic Framework for Prosperity และการเรียกร้องของเจเน็ต เยเลน รมว.การคลังสหรัฐฯ (Janet Yellen) ที่พยายามร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานผ่านสิ่งที่เรียกว่า “friend-shoring” และการลงนามในแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เป็นความร่วมมือเศรษฐกิจกับพันธมิตร ๑๗ แห่งระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีซัพพลายเชนโลก  สหรัฐฯ กำลังเพิ่มความพยายามกีดกันจีนออกจากห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างถึงที่สุด

มาตรการดังกล่าว ซึ่งผู้สังเกตการณ์บางคนกล่าวว่ามีเจตนาที่จะเปลี่ยนความสนใจของสาธารณชนออกจากปัญหาภายในประเทศของสหรัฐฯ จะเป็นเรื่องยากที่จะดำเนินการได้ในความเป็นจริง เนื่องจากไม่เพียงแต่จะผลักดันอัตราเงินเฟ้อที่หนักใจอยู่แล้วให้อยู่ในระดับที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม แต่ยังจะรุนแรงกว่าเก่าอีกด้วย 

การกีดกันจีน ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดของโลก ก็เป็นภาพสะท้อนของยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในการปราบปรามจีนอย่างชัดเจน ไม่ว่าสหรัฐฯพูดดีอย่างไรก็ตาม การกระทำย่อมสะท้อนเจตนา

เกา ชิหวัง(Gao Shiwang) ผู้อำนวยการหอการค้าจีน สำหรับการนำเข้าและส่งออกเครื่องจักรและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ (CCCME) กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ กลายเป็นคนป่าเถื่อนในการใช้อุบายทั้งหมดของตนเพื่อขัดขวางการเติบโตด้านเทคโนโลยีของจีน ไม่ว่าจะผ่านการรวมกลุ่มกับพันธมิตร การตั้งวาระบางอย่าง หรือการใช้ข้อกฎหมายในทางที่ผิด  ซี่งไม่สามารถทำได้ในความเป็นจริง”

ตามที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สหรัฐฯ แบกรับเรื่องเศรษฐกิจด้วยความตั้งใจทางการเมือง โดยมุ่งเน้นเป็นพิเศษในการปราบปรามอุตสาหกรรมไฮเทคของจีน เช่น ๕G เซมิคอนดักเตอร์ และเซลล์แสงอาทิตย์ แนวความคิดแบบนี้ได้ก่อให้เกิดมาตรการหลายอย่างที่สหรัฐฯ ได้เปิดตัวในการจัดตั้งพันธมิตรซัพพลายเชนระดับภูมิภาคโดยไม่มีจีน 

ข้อได้เปรียบที่ไม่อาจทดแทนได้ของห่วงโซ่อุปทานของจีนได้รับการพิสูจน์โดยสถานการณ์การค้าภายในประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ เนื่องจากข้อมูลการค้าที่แข็งแกร่งของจีน แม้จะมีปัจจัยที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ความท้าทายของสหรัฐฯ และ COVID-๑๙ แสดงให้เห็นว่าตำแหน่งของห่วงโซ่อุปทานของจีนในตลาดโลกไม่ได้ตกต่ำแต่อย่างใด

ข้อมูลศุลกากรของจีนยังเปิดเผยว่า การเกินดุลการค้าของจีนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ ๙๗.๙๔ พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิ.ย. ๒๕๖๕ ซึ่งเหนือกว่าการคาดการณ์ของตลาดและแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงโมเมนตัมการส่งออกของจีน