วิบัติคืบคลานเมกา!! จีนเทขายพันธบัตรUSอีก เหลือไม่ถึง$1ล้านล้าน ญี่ปุ่นเจ้าหนี้รายใหญ่สุด ลดพอร์ตกระหึ่ม

0

กระแสการต่อสู้ในสงครามเศรษฐกิจระหว่างมหาอำนาจเก่าตะวันตก กับกลุ่มพหุอำนาจใหม่ตะวันออกเป็นไปอย้างเข้มข้น ล่าสุดรายงานของกระทรวงการคลังจีน เปิดเผยว่า จีนถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดต่ำกว่าระดับ ๑ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ ๑๒ ปี แม้จะได้อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสำหรับจีนกลับทำให้การถือครองตราสารหนี้มีความน่าสนใจน้อยลง เพราะยิ่งถือมากมูลค่าเงินหยวนจะอ่อนค่าไปตามแรงagainst ของเงินดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งแรงกดดันจากสหรัฐเรื่องการคว่ำบาตรต่อรัสเซียและการรณรงค์ต่อต้านจีนในเอเชีย-แปซิฟิกหนักหน่วงยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้รมว.คลังสหรัฐขอให้จีนซื้อพันธบ้ตรสหรัฐเพิ่ม ตอนนี้ชัดนอกจากไม่ซื้อเพิ่มยังเทของเก่าอีกด้วย

วันที่ ๒๑ ก.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวโกลบัลไทมส์และนิเคอิเอเชียรายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ ก.ค.ที่ผ่านมาว่า มูลค่าการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของจีนทยอยลดลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปี ๒๐๒๑ โดยในเดือน พ.ค.ปีนี้ จีนถือครองพันธบัตรรัฐบาลอเมริกันอยู่เพียง ๙๘๐,๘๐๐ ล้านดอลลาร์ ลดลงเกือบ ๒๓,๐๐๐ ล้านดอลลาร์จากเดือน เม.ย. และหายไปเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ หรือ ๙% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

นี่ยังนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี ๒๐๑๐ ที่มูลค่าการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ของจีนต่ำกว่าระดับ ๑ ล้านล้านดอลลาร์ และทำให้เวลานี้ “ญี่ปุ่น” กลายมาเป็นประเทศเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของอเมริกา ด้วยมูลค่าการถือครองพันธบัตร ๑.๒๑๒ ล้านล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังๆ มานี้ญี่ปุ่นก็ถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ลดลงเรื่อยๆ เหมือนกัน โดยในช่วง ๖ เดือนจากเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ถึงเดือน พ.ค. ปีนี้ ญี่ปุ่นถือครองน้อยลงไปเกือบๆ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว

สำหรับยอดหนี้สินแห่งชาติโดยรวมของสหรัฐฯ นั้นอยู่ในระดับเกินกว่า ๓๐.๔ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย ตามตัวเลข ณ เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา วอชิงตันเวลานี้กำลังพยายามต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งแรงจนอยู่ในระดับ ๙.๑% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบ ๔๑ ปี โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจในเดือนเดียวกัน ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เฟด ฟันด์ส เรตไป ๐.๗๕% แต่กลายเป็นชนวนทำให้เกิดเสียงเตือนถึงความเป็นไปได้ที่อเมริกาจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเร็วขึ้น นอกจากนั้น เฟดยังแสดงท่าทีจะขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีกรอบในการประชุมครั้งต่อไปที่กำหนดจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า ยิ่งส่งผลความกังวลต่อนักลงทุนในตลาดมากขึ้นเป็นระลอก

ยอดรวมพันธบัตรสหรัฐ ของกระทรวงการคลังที่ถือโดยผู้ถือต่างชาติลดลงสามเดือนติดต่อกัน จาก ๗.๗๑ ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ เป็น ๗.๔๒ ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม

 

พวกนักวิเคราะห์ชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนกระตุ้นให้จีนมีการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ลดลงคือ การที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อยับยั้งเงินเฟ้อ  รวมไปถึงการที่ปักกิ่งเองมีนโยบายกระจายการถือครองพันธบัตรให้มีความหลากหลายมากขึ้นและนี่เป็นภาพสะท้อนของการสวนกลับ พฤติกรรมอันธพาลของสหรัฐที่เริ่มสร้างแรงกดดันจีนมากขึ้นในเอเชีย-แปซิฟิก ควบคู่ไปกับหนุนให้ยุโรปชนกับรัสเซียไม่หยุด

โจว เหมาฮัว นักวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคของ Everbright Bank (Zhou Maohua, a macroeconomic analyst at Everbright Bank) กล่าวว่าการที่จีนลดถือครองพันธบ้ตรสหรัฐดังกล่าวเป็นการตัดสินใจตามสภาวะตลาด โดยสังเกตว่าเมื่อตลาดตราสารหนี้สหรัฐผันผวนอย่างรุนแรง นักลงทุนต่างชาติมักจะขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯออกไป  

โจวคาดว่าการลดลงในระดับปานกลางของจีนจะช่วยลดการขาดทุนในระยะสั้น และสร้างความหลากหลาย ตลอดจนทำให้การถือครองเงินตราต่างประเทศของจีนมีเสถียรภาพในระยะยาว

เมื่อเทียบกับผู้ถือหนี้สหรัฐต่างชาติรายอื่น การลดลงของจีนอยู่ในระดับปานกลาง ในการเปรียบเทียบ ญี่ปุ่นปรับลดพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มูลค่า 73.9 ๗๓,๙๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในบรรดาผู้ถือต่างชาติ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่จะแก้ปัญหาการอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

โจวกล่าวว่าธนาคารกลางทั่วโลกกำลังลดทุนสำรองดอลลาร์สหรัฐ เพราะลัทธิฝ่ายเดียวของสหรัฐฯที่แสดงออกเพิ่มขึ้น การกีดกันทางการค้า และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ได้เร่งแนวโน้มนี้ขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้อำนาจของดอลลาร์สหรัฐฯ ทั่วโลกตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

เทียน หยุน อดีตรองผู้อำนวยการสมาคมปฏิบัติการเศรษฐกิจปักกิ่ง(Tian Yun, former vice director of the Beijing Economic Operation Association)กล่าวว่า การลดการถือครองของจีนตอกย้ำว่า การต่อต้านอำนาจเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในฐานะสกุลเงินสำรองของประเทศแข็งแกร่งขึ้น

เขาเสนอแนะว่าจีนควรเพิ่มทองคำสำรอง ยึดเงินหยวนไว้กับการส่งออกทรัพยากรที่สำคัญ เช่น แร่หายาก และเพิ่มปริมาณการตั้งถิ่นฐานของหยวนและอำนาจการกำหนดราคาหยวนเมื่อนำเข้าทรัพยากรจากประเทศอื่น