วุฒิสมาชิกระดับสูงรัสเซีย แฉเดือด “ห้องแล็บลับยูเครน” สุดอันตราย

0

บุกค้นครั้งใหญ่!? วุฒิสมาชิกระดับสูงรัสเซีย แฉเดือด “ห้องแล็บลับยูเครน” สุดอันตราย เปลี่ยนทหารกลายพันธุ์?

ในวันที่ 19 ก.ค.65 ทางด้านของ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ของสหรัฐฯ ได้รายงานโดยอ้างอิงมาจากคอมเมอร์แซนต์ หนังสือพิมพ์ของรัสเซีย ซึ่งได้มีการเปิดเผยว่า สมาชิกสภาระดับสูง 2 คน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อใหญ่ ถึงความเคลื่อนไหวในการสุ่มตรวจเลือดของเชลยศึกยูเครน พบว่าจุลินทรีย์ก่อโรคได้ ซึ่งไม่สามารถพบได้ในยูเครน

ซึ่งทางด้านของ คอนสแตนติน โคซาเชฟ วุฒิสมาชิกรัสเซีย ได้อ้างต่อว่า จากการตรวจเลือดของเหล่าเชลยยูเครน ทำให้ทราบว่า มีการทดลองบางอย่างกับทหารของยูเครน

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

โดยทางด้านของ IrIrina Yarovaya รองประธานสภาดูมาของรัสเซีย ได้กล่าวเสริมต่ออีกด้วยว่า ได้มีห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ในยูเครน มีการทดลองแบบลับๆ เพื่อสร้างซุปเปอร์โซลเยอร์ หรือ นักฆ่าไร้ความเมตตาปราณี ขึ้นมา

ซึ่งทางด้านของ รองประธานสภาดูมา ได้อ้างถึงพฤติกรรมต่างๆของทหารยูเครนที่เกิดขึ้นในช่วงสงคราม ว่ามีความโหดร้าย อาชญากรรมที่พวกเขาได้ก่อประชากรพลเรือนของยูเครนเองนั้น เรียกได้ว่าเลวร้ายเป็นอย่างมาก รวมถึงการกระทำต่อเชลยสงครามเป็นที่ยืนยันได้ว่า พวกเขากำลังถูกควบคุม

ซึ่งต่อมาทางด้านของ นิวยอร์กโพสต์ ก็ได้มีรายงานว่า ยาโรวายา และโคซาเชฟ กำลังผลักดันทฤษฎีสมคบคิด หลังจากที่เข้าตรวจห้องแล็บวิทยาศาสตร์ชีววิทยาของยูเครน

แต่ถึงอย่างไรก็ตามสื่ออีกหลายสำนักก็มุ่งเป้าไปในทิศทางเดียวกันว่า ผลการตรวจเลือดทหารยูเครนจำนวนหนึ่ง พบร่องรอยของยา โรคไวรัสตับอักเสบ เอ , ไวรัสเวสต์ไนล์ ซึ่งหลายๆโรคไม่เคยพบเจอที่ยูเครน ซึ่งจำนวนของสสารที่เกี่ยวข้องมีขนาดที่สูงกว่าค่ามาตรฐาน

ถึงอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.65 ทางด้านของ เพนตากอน ก็ได้ออกมายอมรับด้วยตนเองว่า สหรัฐฯ ได้มีส่วนเข้าไปช่วยสนับสนุนห้องแล็บวิทยาศาสตร์ยูเครนจำนวน 46 แห่ง โดยมุ่งหวังไปที่การพัฒนาความมั่นคงทางชีวภาพ

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สื่อใหญ่หลายสำนักก็ได้มีการทิ้งท้ายว่า คำกล่าวอ้างต่างๆของ ยาโรวายา และโคซาเชฟ ไม่มีการแสดงเอกสารใดๆประกอบ

ซึ่งเมื่อวันที่ 18 ก.ค.65 รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เก ลาฟรอฟ ยืนยันว่า สหรัฐฯไม่มีสิ่งใดพิสูจน์ได้ว่า พวกเขาพัฒนาแล็บทางชีวะทำไปเพื่อเป็นไปในทางสันติ พร้อมกันนี้ทางด้านของรัสเซีย ได้ส่งเอกสารสำคัญต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปให้วอชิงตันและคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติแล้ว