มังกรคำราม!! จีนประกาศจะตอบโต้ทางยุทธศาสตร์หากเปโลซี ประธานสภาคองเกรสเมกา เยือนไต้หวันยั่วยุไม่เลิก

0

ไฟแนนเชียลไทมส์จุดพลุข่าวประธานสภาสหรัฐจะเยือนไทเป  ทำให้ปักกิ่งตอบโต้ทันที กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงเตือนสหรัฐฯจะใช้มาตรการแข็งกร้าว หากว่าประธานรัฐสภาฯแนนซี เพโลซี จะเดินทางเยือนไทเปเดือนหน้า ขี้ว่าพฤติกรรมแบบนี้ทำให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯตกหน้าผาไม่อาจหวนคืน เท่ากับวอชิงตันตั้งใจจะทำลาย ‘รั้วกั้น’ที่เปราะบางกรณี คำถามไต้หวัน 

ขณะที่ปธน.ไบเดนและผู้บริหารระดับสูงของสหรัฐพูดกับจีนว่า ยังยึดถือนโยบายจีนเดียว แต่ในทางปฏิบัติทั้งขายอาวุธร้ายแรงต่อเนื่อง ทั้งเคลื่อนไหวทางการเมืองยั่วยุท้าทายจีนไม่หยุดหย่อน

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

วันที่ ๒๐ ก.ค.๒๕๖๕ สำนักข่าวโกลบัลไทมส์และรอยเตอร์ รายงานอ้างถ้อยแถลงของ กระทรวงการต่างประเทศจีนว่า จีนจะดำเนินมาตรการแข็งกร้าวเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ หากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวันในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ ที่จะถึงนี้ ตามที่ นสพ.Financial Times รายงานในวันเดียวกันก่อนหน้านี้ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการบ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีนอย่างร้ายแรง 

นางเพโลซียังไม่เปิดเผยกำหนดการเยือนไต้หวันอย่างเป็นทางการที่ชัดเจน ขณะเดียวกันทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ห่วงกังวลกับการเยือนไต้หวันของนางเพโลซี ตรงกับช่วงที่จีนครบรอบวันก่อตั้งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนคือวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ ซึ่งอาจเป็นประเด็นอ่อนไหว รู้ก็ยังทำก็แสดงว่าตั้งใจยั่วนั่นเอง

นางเพโลซีเดิมมีกำหนดจะเยือนไต้หวันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา  แต่ยกเลิกการเดินทางเนื่องจากติด COVID-๑๙ นอกจากนี้ นางเพโลซีอาจเดินทางเยือนญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ในห้วงเวลาเดียวกับที่เยือนไต้หวันในเดือนสิงหาคมนี้ด้วย

โฆษกระทรวงต่างประเทศจีน จ้าว ลี่เจียน (Zhao Lijian) กล่าวที่กรุงปักกิ่งเตือนเข้มว่า การเยือนใดๆ ของเพโลซีจะบั่นทอนต่ออธิปไตยจีนอย่างร้ายแรงและต่อความเที่ยงตรงของพรมแดนด้วย

จ้าวกล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ รัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาควรปฏิบัติตามนโยบายจีนเดียวที่สหรัฐฯ ดำเนินการอย่างเคร่งครัด หากสภาผู้แทนราษฎรเปโลซีไปเยือนไต้หวัน จะถือเป็นการละเมิดหลักการจีนเดียวและบทบัญญัติของ แถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ ทั้งสามฉบับ”  

“จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการเยือนและหยุดการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ หยุดสร้างความตึงเครียดทั่วช่องแคบไต้หวัน และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อบรรลุความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ที่พูดอยู่เสมอ ‘ไม่สนับสนุนการแยกตัวออกจากไต้หวัน’ หากสหรัฐฯ ยืนกรานที่จะไปตามทางของตัวเอง จีนจะใช้มาตรการที่แน่วแน่และเข้มแข็งเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างมั่นคง สหรัฐฯ จะต้องรับผลที่ตามมาทั้งหมดจากการเยือนครั้งนี้” 

ปักกิ่งถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนตามนโยบายจีนเดียว

แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลไทเปของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ได้รับความช่วยเหลืออย่างมากจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในสมัยของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่มักออกมาแสดงความเห็นว่า วอชิงตันมีพันธะที่แข็งแกร่งผูกพันในการปกป้องไต้หวัน

ฉู เฟิงเหลียน(Zhu Fenglian) โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของสภาแห่งรัฐกล่าวกับสื่อเมื่อวันอังคารว่า ความพยายามพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ของไช่ อิงเหวินในการสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติเพื่อแสวงหาการแยกตัว ไม่ว่าจะในรูปแบบใด จะจบลงด้วยความล้มเหลวเท่านั้น

ผู้เชี่ยวชาญของจีนกล่าวว่า หากการเยือนดำเนินต่อไป นั่นจะเป็น “การยั่วยุระดับยุทธศาสตร์” ดังนั้น การตอบสนองย่อมเป็น “ไม่ใช่แค่การทหาร แต่ยังรวมถึงมาตรการทางยุทธศาสตร์ด้วย” และผลที่ตามมาจะเป็นเรื่องยากสำหรับสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง  จีนจำเป็นต้องทำการตัดสินใจให้ชัดเจนและแสดงจุดแข็งของตน เพื่อกดดันให้ฝ่ายสหรัฐฯ ตัดสินใจหลีกเลี่ยงวิกฤติและสร้างความมั่นใจให้สถานการณ์ที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ หรือไม่ก็ทำให้โลกที่วุ่นวายต้องโกลาหลมากยิ่งขึ้น

ด้าน ซ่ง จงผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของจีน (Song Zhongping, a military expert) วิเคราะห์ว่า แผนของเปโลซีกำลังตอบรับวาระของพรรคเดโมแครตเพื่อเพิ่มอำนาจในการเลือกตั้งกลางเทอม และเธออาจเชื่อว่า จีนต้องการสภาพแวดล้อมภายนอกที่มั่นคง ก่อนมีการประชุมแห่งชาติครั้งที่ ๒๐ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจึงกล้าเดิมพันว่า การตอบโต้ของจีนจะไม่รุนแรงเกินไป 

ซ่ง กล่าวว่า “นอกจากปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคช่องแคบไต้หวันแล้ว จีนยังมีทางเลือกอื่นอีกด้วย ด้านหนึ่ง สหรัฐฯ ขอความร่วมมือจากจีนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน เกาหลีเหนือ และรัสเซีย แต่ในทางกลับกัน ยังคงยั่วยุจีนด้วยผลประโยชน์หลักของตัวเองคือการขายอาวุธ  ดังนั้นจีนจึงสามารถมีความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับรัสเซีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือ และยังเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศในละตินอเมริกา รวมทั้งความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายของสหรัฐฯ ต่อผลประโยชน์หลักของจีน” 

สิ่งที่สหรัฐฯไม่ต้องการเห็นคือสิ่งที่จีนสามารถทำได้ และสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับจีนในการต่อต้านการยั่วยุของสหรัฐฯอย่างมีประสิทธิภาพ