หมดเยื่อใย!! ก๊าซพรอมประกาศระงับส่งก๊าซให้EU ไม่มีกำหนด ด้วยเหตุสุดวิสัย ไม่ต้องจ่ายชดเชย

0

เอาแล้วไง รัสเซียระงับการส่งก๊าซธรรมชาติให้ยุโรปแล้วตามคาดโดยอ้างเหตุสุดวิสัย ซึ่งหนังสือที่ Gazprom ยื่นต่อลูกค้าระบุว่า จำเป็นต้องระงับการจัดส่งก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากเหตุสุดวิสัยซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุม แต่การที่หนังสือระบุถึงการจัดส่งก๊าซผ่านท่อ Nord Stream ๑ จึงหมายถึงการไม่จัดส่งก๊าซธรรมชาติให้เยอรมนีและประเทศอื่นในยุโรปที่รับก๊าซผ่านท่อดังกล่าว ทั้งนี้ ท่อส่งก๊าซ Nord Stream ๑ อยู่ระหว่างการปิดซ่อมบำรุงประจำปีระหว่าง ๑๑-๒๑ ก.ค.๒๕๖๕ แต่ก่อนหน้านั้น Gazprom ได้ลดการจัดส่งก๊าซผ่านท่อดังกล่าวไปแล้ว เพราะแคนาดากัํกไว้ ยังไม่ได้ส่งกังหันก๊าซคืนหลังจากส่งไปซ่อมแซมที่บริษัท Siemens ในเยอรมนีและถูกส่งต่อไปซ่อมที่แคนาดาอีกที กะจะยื้อไม่ให้รัสเซียส่งของไม่ได้เป็นการผิดสัญญา แต่รัสเซียสามารถอ้างเหตุสุดวิสัยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สรุปว่าบูมเมอแรงย้อนเข้าตัวเองอย่างไรก็อย่างนั้น

เรื่องนี้เพจสาธารณะ World Maker ได้ถ่ายทอดเรื่องราวไว้อย่างน่าตื่นเต้นดังนี้:

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

ด่วน ! โหดจัดรัสเซียอีกแล้วครับท่าน !!! รอบนี้ Gaprom ประกาศแล้ว ! ‘เกิดเหตุสุดวิสัยเกี่ยวกับการไหลของก๊าซ’ ทำให้น่าจะไม่สามรถส่งก๊าซไปยังยุโรปบางประเทศได้ตามสัญญา !! เอาแล้วครับ งานนี้ยุโรปจะเดินหมากแก้อย่างไร เพราะดูเหมือนเฮียปูแกจะเอาจริง ‘ไม่จับเล่นแล้ว’ ขณะที่ปริมาณส่งมอบก๊าซไปยังจีนกลับพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ๆ !

หนักเอาเรื่อง !!! งานนี้ยุโรปว่าไง ?? เพราะล่าสุด Gazprom PJSC ของรัสเซียได้ประกาศก้องทั่วโลก ! “เกิดเหตุสุดวิสัยเกี่ยวกับการขนส่งก๊าซธรรมชาติไปยังยุโรป’ ทำให้ต้องหยุดส่งก๊าซแบบไม่มีกำหนดแก่บริษัทอย่างน้อย 3 แห่ง !

แน่นอนว่าทางยุโรปนั้นมีแนวโน้มที่จะไม่ยอมรับคำประกาศของ Gazprom และอาจมีการโตแย้ง/ฟ้องร้อง หรือขอค่าชดเชยจากรัสเซีย ! ซึ่งบอกเลยว่ามันส์แน่ครับท่าน ! มาดูกันว่าเฮียปูจะเดินหมากเหี้ยมต่อ หรือจะแค่หยอกให้สั่นเล่นกันแน่ ?

สำนักข่าว Reuters รายงานว่าทาง Gazporm ยังไม่ได้แสดงความเห็นเพิ่มเติม ขณะที่ Uniper SE ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีที่ซื้อก๊าซรัสเซียมากที่สุดในยุโรปได้ออกมาปฏิเสธและโวยต่อการประกาศของ Gazprom ทันทีว่า ‘ไม่ยุติธรรม’

เมื่อเดือนที่แล้ว Gazprom ได้ตัดปริมาณก๊าซที่จ่ายไปยังเยอรมนีและอิตาลีลงราว -๖๐%โดยอ้างถึงปัญหาทางเทคนิคเกี่ยวกับการซ่อมบำร่องชิ้นส่วน ในขณะที่ทางแคนาดากล่าวว่าการส่งคืนกังหันดังกล่าวน่าจะล่าช้ากว่าวันที่ ๒๑ ก.ค. ซึ่งเป็นกำหนดการเปิดใช้ Nord Stream ๑ อีกครั้ง

นักวิเคราะห์หลายคนมองเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘มีความเป็นไปได้สูงมาก’ ที่รัฐบาลรัสเซียได้เพิ่มแรงกดดันต่อยุโรปโดยใช้สถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งหากเป็นจริงก็เดาไม่ยากเลยว่านี่คือการตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรที่ทางตะวันตกพยายามกระหน่ำใส่รัสเซีย

ที่น่าจับใจไปกว่านั้นคือ ในขณะที่รัสเซียแจ้งว่ามีปัญหาสุดวิสัยเกี่ยวกับก๊าซยุโรปนี้ ปรากฏว่าปริมาณการส่งก๊าซจากรัสเซียไปยังจีนกลับพุ่งทำ Record ใหม่ในสถิติรายวันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา !

แน่นอนว่าการเดินหมากดังกล่าวตรงข้ามกับความเสื่อมถอยของความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีน กับ สหรัฐฯ และตะวันตก ซึ่งถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า Supply Chain ด้านพลังงานทั่วโลกกำลังถูกจัดระเบียบใหม่

โดยสรุปก็คือ ตอนนี้การจัดส่งก๊าซจากรัสเซียไปจีนกำลังพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่การส่งก๊าซไปยังยุโรปกำลังร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ขณะที่บางประเทศในยุโรปโดนตัดก๊าซไปแบบ 100% แล้วหลังจากไม่ยอมจ่ายค่าก๊าซเป็นรูเบิลตามที่รัสเซียต้องการ

และยังมีความไม่แน่นอนอยู่อย่างมากเลยว่ารัสเซียจะยอมเปิดก๊าซหรือไม่ ? ขณะที่ทางฝั่ง IEA เตือนให้ยุโรปดำเนินการโดยทันทีเพื่อลดการใช้ก๊าซ ‘ก่อนฤดูหนาวจะมาถึง’ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลจำกัดการใช้เครื่องปรับอากาศ และเริ่มการประมูลก๊าซให้กับอุตสาหกรรม หรือจะต้อง ‘ปันส่วน’ เพื่อป้องกันความเสี่ยงใหญ่ในช่วงหน้าหนาวนี้

ตอนนี้หลายประเทศกำลังเตรียมเปิดใช้โรงถ่านหิน ซึ่งถือเป็นการละทิ้งความตั้งใจในการเข้าสู่พลังงานสะอาด ในขณะที่ราคาถ่านหินตอนนี้ก็พุ่งทะลุโลกไปแล้ว ทำให้เป็นแรงกดดันจากทุกทางจริง ๆ

บางอุตสาหกรรมในเยอรมนีเริ่มปิดตัวลงแล้วหลังจากรัสเซียตัดก๊าซ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์บางคนคาดการณ์ว่าการตัดก๊าซจากรัสเซียอาจทำให้ GDP ของยุโรปหายไป -๑.๕% จนถึง -๖% เลยทีเดียว ซึ่งใน Worst Case หมายถึงการเข้าสู่ ‘ภาวะถดถอยรุนแรงมาก’

เยอรมนีประกาศแผนฉุกเฉินด้านก๊าซขั้นที่ ๒ แล้วจาก ๓ ระดับ ซึ่งหากเพิ่มไปอีก ๑ ระดับก็จะกลายเป็นการประกาศถึงภาวะวิกฤตพลังงานครั้งรุนแรงที่สุดของเยอรมนีเลยทีเดียว

ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่งขึ้นราว ๘ เท่าในช่วง ๑๘ เดือนที่ผ่านมา จากประมาณ ๒๐ ยูโร/เมกะวัตต์ชั่วโมงกลายเป็น ๑๖๐ ยูโร/เมกะวัตต์ชั่วโมงเข้าไปแล้ว

รัฐบาลยุโรปกำลังเร่งช่วยเหลือโดยให้เงินทุนจำนวน ๕,๐๐๐ล้านยูโรในสัปดาห์นี้กับบริษัทที่ต้องพึ่งพาพลังงานอย่างหนัก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมี แก้ว เหล็ก โลหะ และเซรามิก

และหากสถานการณ์ยังเลวร้ายลง หลายธุรกิจอาจต้องปิดตัว เนื่องจากไม่มีก๊าซ หรือหากมี ต้นทุนการผลิตก็อาจสูงเกินไปจนไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้

วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และถือเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค New World Order ที่จะมีการจัดระเบียบขั้วอำนาจโลกใหม่ มีการถ่วงดุลโดยขั้วใหม่ ๆ ซึ่งฉากละครตอนนี้อาจเดินเข้าใกล้จุด Peak ของการเปลี่ยนผ่านแล้ว มารอดูกันว่าการเปลี่ยนแปลง Supply Chain พลังงานทั่วโลก จะทำให้กลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

ตอนนี้เอเชียถือเป็นภูมิภาคหนึ่งที่เน้นย้ำมาตลอดว่าน่าสนใจและอาจกลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเจริญรุ่งเรืองอย่างโดดเด่นหลัง The Great Reset ครั้งนี้ และเรายังคงยืนยันคำเดิมว่าเอเชียน่าจับตามอง !

หากจะพูดในเชิงวิเคราะห์หน่อย ลองนึกภาพดูว่าหากวิกฤตในยุโรปทำให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ และเอเชียซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย พร้อมกับจีนที่เป็นโรงงานขับเคลื่อนโลกตอนนี้ จะได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการเอาชีวิตรอด หรือธุรกิจที่ต้องการแสวงหาโอกาสในยุคต่อไปหรือไม่ ?