เริ่มกัดกันเองแล้ว! ยูเครนฟาด สถาบันการเงินสหรัฐ! หนุนบริษัทที่ซื้อน้ำมันรัสเซีย ขู่ฟ้องศาลระหว่างปท.-ขอเงินเพิ่มอีก!

0

เริ่มกัดกันเองแล้ว! ยูเครนฟาด สถาบันการเงินสหรัฐ! หนุนบริษัทที่ซื้อน้ำมันรัสเซีย ขู่ฟ้องศาลระหว่างปท.-ขอเงินเพิ่มอีก!

จากกรณีที่รายงานของศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศบริสุทธิ์ พบว่า มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกส่งผลให้รัสเซียส่งออกพลังงานได้น้อยลง และต้องขายในราคาที่ลดกระหน่ำให้แก่บางประเทศที่ยังคงรับซื้อ ทว่าด้วยอุปสงค์เชื้อเพลิงฟอสซิลที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก บวกกับราคาพลังงานที่พุ่งสูง ทำให้รัฐบาลประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ยังคงมีรายได้อย่างงามที่จะนำไปเป็นทุนสนับสนุนปฏิบัติการรุกรานยูเครน

ต่อมาทางเพจ World Update ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ยูเครน ขู่จะฟ้องธนาคารสหรัฐ ฐานหนุนเงินรัสเซีย โดยอ้างอิงจาก RTnews และ Financial Times ระบุว่า 

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
ด้วยตั้งแต่สหรัฐ ยุโรป และบริวารคว่ำบาตรรัสเซีย ส่งผลให้รัสเซียถูกหวย “ร่ำรวยขึ้นผิดปกติ” ธนาคารกลางรัสเซีย ระบุว่าสิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2022 นี้ รัสเซีย ได้ดุลการค้าเกินดุลบัญชีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.35 ล้านล้านรูเบิล (70,100 ล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 28 ปี อาจจะเรียกได้ว่า “รัสเซีย มีวันนี้เพราะสหรัฐให้” ก็คงไม่ผิดนัก , ในสหรัฐ นั้นพรรคการเมืองทั้งเดโมแครต และรีพลับลิกัน ที่สลับกันขึ้นเป็นรัฐบาลนั้นเป็นแค่ “ละครโรงใหญ่” เท่านั้น เพราะเบื้องหลังที่ชักใย และกำหนดนโยบายรัฐบาลแต่ละชุดอีกทีคือ “Deep State” กลุ่มคนร่ำรวยตะกูลดังไม่กี่ตระกูลเท่านั้น ที่ธุรกิจพวกเขาสนับสนุนทุนให้แต่ละพรรค
กลุ่มคนร่ำรวยที่ว่านี้ก็เป็นพวกนายธนาคาร สถาบันการเงิน ผู้ผลิตอาวุธ บริษัทเวชภัณฑ์ บริษัทพลังงาน ฯลฯ ที่มีเครือข่ายแตกแขนงย่อยเป็นบริษัทต่างๆ ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ สมาชิกสภาคองเกรส ก็เป็นผู้ถือหุ้นผู้ผลิตอาวุธ อะไรที่จะทำให้พวกเขาได้กำไรจากหุ้น เช่น ให้เงินช่วยเหลือ (เงินกู้) ยูเครนซื้ออาวุธจากบริษัทที่พวกเขาถือหุ้น ก็โหวตผ่านสภาง่ายๆ ถ้าใครเสียงดังค้านก็ต่อรองราคากันนิดหน่อยโดยจ้างล็อบบี้ยิสต์ทางการเมือง ที่เป็นอาชีพถูกกฎหมายในสหรัฐ ดังนั้นกลุ่มผู้ร่ำรวยเหล่านี้ไม่สนสิทธิมนุษยชนอะไรทั้งนั้น พวกเขาล้วนมีบริษัทที่ไปถือหุ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในรัสเซีย
ล่าสุดกลายเป็นเรื่องฮือฮา เมื่อนายโอเล็กซ์ อุซเทนโก ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของประธานาธิบดีเซเลนสกี้ แห่งยูเครน ออกมาอาละวาดฟาดงวงฟาดงาว่าสถาบันการเงินสหรัฐ มีความผิดในการ “ ช่วยเหลือทางการค้ากับรัสเซีย ในการค้าขายพลังงานน้ำมัน ก๊าซ รายได้เหล่านี้ถูกใช้เพื่อเป็นทุนสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในยูเครน” ประกอบด้วยธนาคารชั้นนำระดับโลก เช่น JPMorgan Chase, HSBC, Citigroup และ Credit Agricole โดยทางการยูเครน โวยวายว่าธุรกิจสหรัฐ เหล่านี้กำลัง “ก่ออาชญากรรมสงคราม” โดยวิธีการจัดหาเงินทุนสนับสนุนซื้อน้ำมันจากรัสเซีย กระทรวงยุติธรรมของยูเครน กำลังจะยื่นฟ้องธนาคารสหรัฐเหล่านี้ ที่ศาลอาญาระหว่างประเทศเมื่อสงครามสิ้นสุดลงและยูเครนมีชัยชนะ
หน่วยงานความมั่นคงยูเครน กำลังจับตาดูธนาคารผู้ให้กู้เหล่านั้น ที่สนับสนุนการค้าเชื้อเพลิงของรัสเซีย โดยที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน ได้ส่งหนังสือเป็นทางการถึงบรรดาผู้บริหารสูงสุด CEO ของ JPMorgan Chase, HSBC, Citigroup และ Credit Agricole กดดันข่มขู่ให้สถาบันการเงินเหล่านี้หยุดให้สินเชื่อแก่บริษัทที่ซื้อขายน้ำมันกับรัสเซีย และให้ขายหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซในรัฐวิสาหกิจ Gazprom และ Rosneft ของรัสเซียออกไป ถ้าไม่อยากมีปัญหาคดีความในศาลฯ กับยูเครน โดยยูเครน ด่าว่าธนาคารเหล่านี้ว่า “ยืดเวลาความขัดแย้ง”
พร้อมบังคับข่มขู่ “ตักเตือนว่าบรรดาธนาคารสหรัฐ พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเซเลนสกี้ ให้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูยูเครน หลังสงคราม” หนังสือข่มขู่เบ่งอำนาจดังกล่าว เน้นย้ำว่า โดยเฉพาะหน่วยงานบริหารสินทรัพย์ของ HSBC และ Credit Agricole ยังคงถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจ Gazprom และ Rosneft ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย ส่วน Citigroup ถูกทางการยูเครนจิกหัวด่าว่าให้สินเชื่อแก่ Lukoil บริษัทน้ำมันและก๊าซยักษ์ใหญ่ของรัสเซียอีกราย เช่นเดียวกับ Vitol บริษัทพลังงานของเนเธอร์แลนด์ที่ซื้อขายน้ำมันกับรัสเซีย
ในส่วน JPMorgan Chase ยูเครนจิกตบว่า เป็นอีกธนาคารระดับโลกที่ขยายวงเงินสินเชื่อให้กับผู้ค้าน้ำมันและก๊าศชาวดัตช์ไปอุดหนุนรัสเซีย ยิ่งไปกว่านั้นทางการยูเครน โวยวายหนักมากว่าบรรดาธนาคารสหรัฐ ยังคงถือหุ้นในธนาคารรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย คือ Sberbank รวมถึงบริษัท Gazprom และ Rosneft รัสเซียอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามากที่สุดของรัสเซีย โดยช่วงต้นเดือน ก.ค.2022 JPMorgan Chase เตือนว่า “ความพยายามที่กลุ่ม G7 จะกำหนดราคาน้ำมันของรัสเซีย อาจทำให้ราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นเป็นสูงโด่งถึง 380 ดอลลาร์/บาร์เรล”
ในจดหมายที่ทางการยูเครนส่งถึงนาย Jamie Dimon ตำแหน่ง CEO ของธนาคารยักษ์ใหญ่ ยืนยันว่าการประเมินของ JPMorgan Chase แบบนั้น เป็นแค่ “อาการหลอกหลอนที่อ้างอิงจากการวิเคราะห์แบบคุณภาพต่ำๆ” และทางการยูเครนยังตำหนิ CEO ของธนาคารฯ ที่เคยระบุว่าสถานการณ์ในยูเครนเป็น “แค่วิกฤตเท่านั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไร” , ต่อมานายธนาคารสหรัฐเหล่านั้น ระว่า “ข้อเท็จจริงขณะนี้พิสูจน์แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะขายการถือครองหุ้นธุรกิจของรัสเซีย” , ล่าสุดรัฐบาลยูเครน แถลงว่า เงินที่ชาติตะวันตกให้กู้มาใช้ “น้อยเกินไป เพราะยูเครนต้องการใช้เงินเพิ่ม 12,000 ล้านดอลลาร์/เดือน ต้องเอาเงินมาให้เราทันที”
นางแคทธีไรนา รอสก์ โควา รองผู้ว่าการธนาคารกลางยูเครน ได้ยืนยันว่าตอนนี้ยูเครนขายทุกอย่างที่ขายได้แล้ว โดยขายทองคำสำรองของชาติไปแล้ว 12,400 ล้านดอลลาร์ อ้างว่าเพื่อให้ผู้นำเข้าสามารถนำไปจ่ายค่าสินค้าที่จำเป็นสำหรับประเทศ แต่ไม่ได้นำไปพยุงค่าเงินฮรีฟเนียยูเครน..ก็เป็นเรื่องค้าขายธรรมดายูเครนเอาอาวุธสหรัฐมาทำลายทิ้งหมดแล้ว ก็ต้องขายทองคำเอาไปชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้ แม้แต่สหภาพยุโรป ยังต้องระงับเงินกู้แก่ยูเครนไปแล้ว 2 งวด (9,000+1,500) กว่า 10,500 ยูโร เพราะประเมินแล้วเสี่ยงเป็นหนี้สูญ เนื่องจากยูเครน ไม่มีรายได้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์พลังงานอะไรเลย มีแต่ธัญพืชนิดหน่อยไม่พอชำระหนี้เก่า จึงระงับหนี้ใหม่ไว้ก่อน