กลุ่มน้ำมัน เลือกข้าง! ชาติอาหรับ ยืนยัน ต้องปรึกษา “รัสเซีย” ก่อนที่จะผลิตน้ำมัน

0

กลุ่มน้ำมัน เลือกข้างชัดเจน!? ชาติอาหรับ ยืนยันเต็มปาก ต้องปรึกษาหารือ “รัสเซีย” ก่อนที่จะผลิตน้ำมันเพิ่ม!?

ล่าสุดทางด้านของ เพจสาธารณะชื่อ World Update ได้รายงานสถานการณ์ล่าสุด หลังจากที่ สหรัฐ กินแห้วหนัก รวมถึงชาติอาหรับยังประกาศชัด ไม่ผลิตน้ำมันเพิ่มตอนนี้ ต้องหารือรัสเซียก่อน โดยมีรายละเอียดว่า

ตามแนวคิดของฟาโรห์อียิปต์ เมื่อ 4,000 ปีก่อนต้องการสร้างคลองเชื่อมทะเล 2 ด้านขึ้น ต่อมานักการทูตชาวฝรั่งเศส คิดโครงการขุดคลองสุเอซขึ้น ร่วมทุนกับอังกฤษ และขุดโดยมนุษย์เมื่อกว่า 153 ปีก่อน ช่วงปี 1859 – 1869 ระยะทาง 193.3 กิโลเมตร ความกว้างเรือที่สามารถผ่านได้คือไม่เกิน 16 เมตร สัญญาเช่า 99 ปี

สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!
สั่งซื้อทุเรียน คลิก!!

รัฐบาลอียิปต์ได้รับปันผลร้อยละ 15 จากผลกำไร เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรอินเดียผ่านทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลแดง เพื่อไม่ต้องเดินทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปทวีปแอฟริกา ย่นระยะเวลาเหลือ 1 ใน 3 จากเดิม ภายหลังเปิดคลองสุเอซใช้เดินเรือก็เกิดข้อพิพาทขึ้น เมื่ออังกฤษซื้อหุ้นในส่วนอียิปต์ไปหมดแล้ว เบี้ยวข้อตกลงที่จะให้เงินกู้แก่อียิปต์

อังกฤษ อ้างว่าอียิปต์ไปมีสัมพันธ์กับเชโกสโลวาเกีย และสหภาพโซเวียตมากขึ้น กลัวว่าโซเวียติจะมีอำนาจในตะวันออกกลาง ปี 1956 อียิปต์จึงอ้างความชอบธรรมว่า คลองสุเอซเป็นทรัพย์สินในดินแดนอียิปต์จึงประกาศยึดบริษัทคลองสุเอซ ของอังกฤษและฝรั่งเศสให้มาเป็น ของรัฐบาลอียิปต์

โดยจะเอาผลกำไรปีละ 25 ล้านดอลลาร์ของบริษัทนี้ มาใช้สร้างเขื่อนดังกล่าว และพร้อมกับจะเปิด ให้เรือของทุกชาติเข้าใช้คลองสายนี้ได้ยกเว้น อิสราเอลที่พิพาทกัน อียิปต์ยังปิดช่องแคบทิรันที่ปากอ่าวอะกาบา ทำให้อิสราเอลหมดทางออกสู่ทะเลแดง อังกฤษและฝรั่งเศสจึงเตรียมกำลังทหารเพื่อเข้ายึดคลองสุเอซ รวมถึงหาทางกำจัดประธานาธิบดีอียิปต์ออกจากอำนาจ โดยมีอิสราเอลเป็นพันธมิตร

ปลายปี 1956 อิสราเอลเคลื่อนทัพเข้าสู่คลองสุเอซ ทำให้กองทัพอียิปต์ต้องถอยร่น ฝ่ายอังกฤษและฝรั่งเศสก็เดินหน้าตามแผนเรียกร้องให้ทั้งอิสราเอลและอียิปต์ถอนทัพออกจากคลองพิพาท เพื่อให้อังกฤษและฝรั่งเศสเข้ารักษาการณ์ตลอดความยาวของคลองสายนี้

โดยกองทัพอังกฤษกับฝรั่งเศสทิ้งระเบิดใส่ฐานทัพต่างๆ ของอียิปต์ ในคาบสมุทรซีนายพ่ายแพ้ภายใน 1 สัปดาห์ ทำให้อิสราเอลควบคุมคาบสมุทรซีนายได้เกือบทั้งหมด ประธานาธิบดีอียิปต์จึงสั่งให้จมเรือ 40 ลำในคลองสุเอซเป็นการตอบโต้ ซึ่งเป็นการปิดคลองไปโดยปริยาย อังกฤษและฝรั่งเศสได้ยกพลขึ้นบกที่ท่าเรือซาอิด และท่าเรือฟูอัด ครอบครองพื้นที่บางส่วนของคลองสุเอซ ทำให้เกิดแรงต่อต้านจากประชาชนอียิปต์

สหภาพโซเวียตขู่ จะใช้จรวดพิสัยไกลช่วยกองทัพอียิปต์ ขณะที่สหรัฐขู่จะสกัดกั้นการส่งน้ำมัน จากอเมริกาใต้ไปยังยุโรปทั้งหมด แรงกดดัน รวมทั้งมติสหประชาชาติ (UN) ที่เรียกร้องให้หยุดสงคราม ทำให้อังกฤษและฝรั่งเศส อิสราเอลถอนทัพออกไป จากนั้นกองกำลัง UN นำโดยสหรัฐ จัดทหารเข้าไปประจำการณ์ตาม แนวชายแดนของอียิปต์กับอิสราเอล

คลองสุเอซและคาบสมุทรซีนายก็กลับมาอยู่ในการปกครองของอียิปต์ ส่วนอิสราเอลใช้สิทธิการเดินเรือผ่านช่องแคบทิรัน อียิปต์ยอมจ่ายเงินหลายล้านดอลลาร์ให้กับผู้ถือครองหุ้นบริษัทคลองสุเอซเพื่อยุติความขัดแย้ง

ปี 1967 อียิปต์ ปิดช่องแคบติรัน และปากอ่าวอะกาบา เพื่อห้ามมิให้อิสราเอล ออกสู่ทะเลแดง ทำให้เกิดสงคราม 6 วัน อียิปต์พ่ายแพ้อีกครั้ง อิสราเอลยึด 2 เกาะค่อติรัน และซานาเฟีย ที่ตั้งอยู่ปากอ่าวอะกาบา

ปี 1979 เจรจาสนธิสัญญาสันติภาพอิสราเอล-อียิปต์ ให้สหรัฐ เป็นกองกำลังพิทักษ์สันติภาพไปตั้งฐานทัพถาวรบนเกาะติรัน และเกาะซานาฟีร์ ประจำกำลังทหารบนเกาะยุทธศาสตร์ และกำหนดให้ปี 2018 หมู่เกาะดังกล่าวออกจากการควบคุมของอียิปต์ไปเป็นของซาอุดิอาระเบีย แต่อิสราเอลต้องยินยอมตกลงด้วย เมื่อครบกำหนดเวลา ซาอุฯ ต้องการให้อิสราเอลปฏิบัติตามสนธิสัญญา โอนคืนเกาะเพื่อพัฒนาใช้ประโยชน์

เพราะทั้ง 2 เกาะนี้อยู่ใกล้กับเมืองใหม่ เนออม มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ของซาอุฯ ที่สามารถจะพัฒนาเนรมิต 2 เกาะนี้เชิงธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองทางการค้า การท่องเที่ยวได้ แต่ถูกอิสราเอล บ่ายเบี่ยงมา 4 ปี ทำให้ความสัมพันธ์กับซาอุฯ ตัดขาดจากกัน จึงมีการเจรจากันหลายครั้ง จนถึง ก.ค.2022 อิสราเอล ยินยอมโอนคืนกรรมสิทธิ์ 2 เกาะติรัน และ ซานาฟีร์ ปากอ่าวอะกาบา ในทะเลแดง ให้กับซาอุฯ

และให้ฐานทัพสหรัฐถอนตัวออกไปภายในปี 2022 แลกเปลี่ยนกับซาอุ ฯ จะอนุญาตให้เที่ยวบินของอิสราเอลบินผ่านน่านฟ้าของตนได้ ทำให้ซาอุฯ จะกลายมาเป็นผู้ควบคุมทางออกทางทะเลทางเดียวของจอร์แดน ที่มีฐานทัพสหรัฐประจำการ ส่วนอิสราเอลจะคงมีทางออกทะเล 2 ทาง คือ เมดิเตอร์เรเนียน และผ่านอ่าวอกาบาจุดนี้ไปสู่ทะเลแดง

ส่วนคลองสุเอซ บริหารโดยรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลอียิปต์ ได้ขยายคลองให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่ จนกลายเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของอียิปต์ คิดค่าผ่านคลองเที่ยวละ 1 ล้านดอลลาร์ ให้บริการเส้นทางเดินเรือกับนานาชาติ สัดส่วนราว 10 %ของเส้นทางการค้าทางเรือทั่วโลก มีรายได้ปีละ 5,900 ล้านดอลลาร์ และอียิปต์ตั้งเป้าที่จะสร้างรายได้พุ่งไปถึง 13,200 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 โดยปัจจุบันอียิปต์นำเข้าน้ำมันรัสเซียทางเรือ ขายต่อให้ซาอุฯ แล้วเอาไปผสมขายต่ออีกทอดให้สหรัฐ ยุโรป ในราคาแพงขึ้นไปอีก

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซาลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดิอาระเบีย ประกาศหลังจากประธานาธิบดีโจไบเดน แห่งสหรัฐ กลับไปว่า ซาอุฯ มีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตน้ำมันเป็น 13 ล้านบาร์เรล/วัน ในอีก 5 ปีหน้า ภายในปี 2027 เป็นแผนของซาอุฯ อยู่แล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ แต่จะไม่มีทางขยายไปได้มากกว่านี้แล้ว

ทั่วโลกต้องช่วยกันขยายกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้น หากทั้งโลกยังพยายามที่จะลดการลงทุนในพลังงานน้ำมันต่อไปเพราะห่วงปัญหาโลกร้อน โลกเราก็คงจะต้องเผชิญกับปัญหาราคาน้ำมันแพงและเงินเฟ้อสูงต่อไป

แม้ว่าไบเดน จะประชุมกับผู้นำจากประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ประกอบด้วย ซาอุฯ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ และ UAE โดยมีอียิปต์ อิรัก และจอร์แดน เข้าร่วมประชุมด้วย ก็ไม่มีข้อตกใดบรรลุผล เพราะการกำหนดโควต้าผลิตน้ำมันเพิ่มนั้น

แม้แต่กลุ่ม Opec ที่มีซาอุฯ เป็นประธาน ก็ต้องหารือตกลงกับรัสเซีย ที่เป็นประธาน Opec Plus ก่อนไม่สามารถทำตามสหรัฐ ยุโรป ต้องการได้..มีทางเดียว สหรัฐ ยุโรป ต้องยกขบวนขันหมากไปขอผู้นำรัสเซียฝ่ายจัดระเบียบโลกใหม่..สหรัฐ สู้ต่อไป ชนะกินแห้วทุกทางแน่นอน